ตงฟางหลีมองสำรวจนางอย่างละเอียด
ฉินเหยี่ยนเย่ว์สบตาอย่างไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย “ตงฟางหลี ผู้ที่หม่อมฉันต้องขอโทษก็คือท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นที่เลือกแต่งงานกับหม่อมฉันก็คือท่าน และนี่ก็คือการตัดสินใจของท่านเอง”
ตงฟางหลีเหลือบตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นเย็นยะเยือก ความอาฆาตค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชา
เขามองตรงไปที่นาง ความหนาวเหน็บเข้าครอบคลุม ราวกับความอบอุ่นลดลงไม่น้อย
ฉินเหยี่ยนเย่ว์หนาวจนตัวสั่นระริก
ความรู้สึกกดดันที่รุนแรงคืบคลานเข้ามา นางหายใจอย่างยากลำบาก
“การมีตัวตนของเจ้า ก็คือความผิดพลาด” ตงฟางหลีพูดจบประโยคนี้ ก็หายตัวไปท่ามกลางหิมะ
“สิ่งที่หม่อมฉันติดค้างท่าน จะชดใช้คืนให้ท่าน ท่านช่วยหม่อมฉัน หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่ง และจดจำได้อย่างชัดเจน เมื่อหม่อมฉันชดใช้ให้ท่านหมดแล้ว จะหายตัวไปจากโลกของท่าน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยตอบ
ตงฟางหลีได้เดินจากไปไกลแล้ว
หลังจากที่เขาเดินจากไป เฟ่ยชุ่ยถึงเดินโซซัดโซเซเข้ามาหา
“พระนาง ท่านมิเป็นอะไรใช่หรือไม่เพคะ?” น้ำเสียงของนางปนไปด้วยเสียงร้องไห้ “เมื่อครู่นี้ยังดี ๆ อยู่ เหตุใดถึงได้ทะเลาะกันละเพคะ?”
“ไม่มีอะไร” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลูบลำคอ เอ่ยปลอบโยน “ผู้ที่หน้าตาดูดีส่วนมากมักจะจิตใจไม่ปกติ อย่าไปสนใจเขาเลย”
นางปิดหน้าต่าง ปล่อยผ้าม่านและม่านมุกลงมา
วันนี้ทั้งวันเกิดเรื่องราวขึ้นมากมายเกินไป ฉินเหยี่ยนเย่ว์เหนื่อยล้าเหลือกำลัง หลังจากอาบน้ำแล้วก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
...
ตงฟางหลีกลับมาถึงตำหนักหมิงอวี้
ภายในหัวสมอง มักจะปรากฏภาพรอยยิ้มที่กลายเป็นสีม่วงเนื่องจากหายใจไม่ออกแต่ยังคงงดงามของฉินเหยี่ยนเย่ว์
รอยยิ้มนั้น เหมือนกับหนามแหลม ที่ทิ่มแทงอยู่ในหัวใจของเขา
สำหรับผู้หญิงคนนั้น เขามีเพียงความรังเกียจและสะอิดสะเอียนเท่านั้น ที่แต่งงานกับนางก็เพื่อปิดหูปิดตาผู้คน ไม่เคยจะเหลียวมองนางเลยสักครั้ง
แต่ เหตุใดอารมณ์ของเขาถึงได้ถูกสตรีนางนั้นรบกวนอย่างง่ายดาย?
หากอาการป่วยที่กำเริบครั้งนี้แค่ปวดหัว ก็ไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรขึ้น
แต่ หากเขาตกอยู่ในอาการบ้าคลั่งเนื่องจากอาการป่วยกำเริบ เกรงว่าจะตรงกับแผนการของใครบางคนเข้าพอดี
“เจ้าออกไปก่อนเถิด” ตงฟางหลีนั่งลง หยิบหนังสือม้วนหนึ่งขึ้นมา
ตัวอักษรบนม้วนหนังสือราวกับลอยอยู่ตรงเบื้องหน้า เขาอ่านไม่เข้าหัวเลยแม้แต่ตัวเดียว
ภายในหัวสมองยังคงมีรอยยิ้มที่เย็นชาแต่งดงามของฉินเหยี่ยนเย่ว์ปรากฏขึ้นมา ตามติดเหมือนเงา สลัดไม่ออก
เขาว้าวุ่นใจโดยไม่มีเหตุผล จึงวางหนังสือลง ลุกขึ้นแล้วไปอาบน้ำ
หิมะตกตลอดทั้งคืน
เช้าตรู่ของวันมงคล ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถูกเฟ่ยชุ่ยปลุก นางหาววอด ๆ ยอมให้เฟ่ยชุ่ยจับแต่งหน้าทำผมราวกับตุ๊กตาไม้
“พระนาง ท่านงามเหลือเกินเพคะ” เฟ่ยชุ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “แต่งหน้าแค่เพียงเล็กน้อย ก็ราวกับคนในภาพวาด”
“ปากหวานนี้ กินน้ำผึ้งมาหรือไร?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองตนเองที่อยู่ในกระจก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน