เข้าสู่ระบบผ่าน

ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน นิยาย บท 34

สาวงามมองเห็นฉินเหยี่ยนเย่ว์จับตงฟางหลีเอาไว้ และตงฟางหลีไม่ได้ผลักไส แต่กลับประคองนาง แทบจะมีไฟลุกโชนขึ้นในดวงดา

“ขอบคุณ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์สีหน้าซีดขาว

หน้ามืดตาลาย ใจสั่นและหูอื้อ นี่เป็นอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

ร่างกายนี้เดิมทีก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เพิ่งจะบำรุงรักษาร่างกายได้ไม่กี่วัน ยังไม่ทันเห็นผล ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งยังต้องสวดมนต์อยู่ครึ่งวัน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำกำเริบก็ไม่น่าแปลก

หลังจากเดินไปถึงตำหนักข้าง ทุกคนตามหาตำแหน่งของตนเองแล้วยืนอย่างเรียบร้อย รอคอยพระพันปีและฝ่าบาทพร้อมทั้งฮองเฮาเสด็จมาอย่างสงบเรียบร้อย

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของฉินเหยี่ยนเย่ว์ยังคงอยู่ กว่าจะผ่านไปได้แต่ละวินาทีช่างทุกข์ทรมาน

นางมองซ้ายมองขวา ฉวยโอกาสตอนที่ผู้คนไม่ทันสังเกต แอบหยิบขนมออกมาก้อนหนึ่งแล้วยัดเข้าไปในปาก

หลังจากที่ได้กินขนมไป อาการใจสั่นและหน้ามืดก็ดีขึ้นเล็กน้อย

โชคดีที่เฟ่ยชุ่ยจัดเตรียมขนมเล็กน้อยไว้ให้นางล่วงหน้า ไม่อย่างนั้น หากล้มอยู่ที่นี่เนื่องจากน้ำตาลต่ำ ก็คงจะอับอายขายหน้าน่าดู

“นี่” เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งดึงแขนเสื้อของนาง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก้มหน้ามอง เด็กชายตัวเล็กท่าทางน่ารักอายุประมาณเจ็ดแปดขวบคนหนึ่ง กำลังจ้องมองด้านในแขนเสื้อของนางตาปริบ ๆ

“ท่านให้ข้ากินขนมสักหน่อยได้หรือไม่?”

“ขนมอะไรรึ? ข้าไม่มี” บริเวณขมับของฉินเหยี่ยนเย่ว์กระตุกสองสามที แอบกินแต่ถูกคนเห็นเข้าแล้ว ทั้งยังเป็นเด็กน้อยที่เห็นเข้าอีก

“อย่าเสแสร้งเลย ข้าเห็นหมดแล้ว” เด็กน้อยหน้าบึ้ง “ขนมก็อยู่ในแขนเสื้อของท่านนั่นไง”

“...” เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นว่าตบตาต่อไปไม่ได้ จึงแอบยัดให้เขาก้อนหนึ่ง

“อร่อยจัง” เด็กน้อยกลืนขนมลงไปอย่างรวดเร็ว ยื่นมือออกมา “ขออีกก้อน”

“หมดแล้ว”

“โกหก ท่านไม่ให้ข้า ข้าจะบอกพวกเขาว่าท่านแอบกินขนม”

“เจ้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นรึ?”

เด็กน้อยทำหน้าตาน่าสงสาร “แค่ก้อนเดียว”

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ทนต่อการออดอ้อนของเด็กน้อยหน้าตาน่ารักไม่ได้ที่สุด จึงยัดให้เขาอีกก้อน

ยังไม่ทันส่งถึงมือของเขา ตงฟางหลียื่นมือมาคว้าเอาขนมไป น้ำเสียงไม่พอใจเป็นอย่างมาก “อิงเอ๋อร์ เจ้าลืมกฎแล้วหรือไร?”

ตงฟางอิงแลบลิ้น “ท่านพี่เจ็ดช่างหัวโบราณเสียจริง”

เขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องขอขนมอีก จึงกลับไปที่ตำแหน่งของตนเองอย่างห่อเหี่ยว

ตงฟางหลีจ้องมองขนมในมือ ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านไป ขนมก็ตกลงบนมือของตงฟางอิงอย่างพอดิบพอดี

ตงฟางอิงดีใจทันที ตอนที่เงยหน้า ตงฟางหลีได้หันหลังกลับไปแล้ว

“วันหลังห้ามพกขนมเข้ามาด้วย” ตงฟางหลีเอ่ยกับฉินเหยี่ยนเย่ว์อย่างเย็นยะเยือก “ยิ่งห้ามให้เด็กเล็กกินขนมตามอำเภอใจ”

โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในวังหลวง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก้มหน้าลงเงียบ ๆ คิดในใจว่าครั้งหน้าจะต้องพกมาเยอะกว่านี้ ไม่พกขนมมาอาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

ตอนเช้าทานยาลูกกลอนไปแล้วสามเม็ด สามารถทำให้เขาประคับประคองมาได้จนถึงตอนนี้ นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว

ขอเพียงแค่สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไปได้ อาการกำเริบครั้งนี้ก็นับว่าผ่านไปได้แล้ว

เขาจับขอบโต๊ะเอาไว้ ราวกับอยากจะลุกขึ้น

เพียงแต่ยังไม่ทันทรงตัว ก็เข่าอ่อนล้มลงไปเสียแล้ว

“ระวังเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์รีบประคองเขาเอาไว้

ตอนที่สัมผัสโดนตัวเขา นางตกใจทันที อุณหภูมิร่างกายของตงฟางหลีค่อนข้างต่ำ จากประสบการณ์บอกว่า อุณหภูมิแบบนี้ เกือบจะเป็นอุณหภูมิร่างกายต่ำสุดที่มนุษย์สามารถทนได้

นางขมวดคิ้ว นำมือทาบที่บนข้อมือของเขา

ชีพจรเต้นสี่ครั้งต่อการหายใจเข้าออกหนึ่งครั้ง ไม่สั้นหรือไม่ลึกจนเกินไป ชีพจรเต้นช้า เป็นอาการทั่วไปของชีพจรหย่อน

“ชีพจนของท่านเต้นช้ามาก การหายใจลึกแต่ช้า ร่างกายของท่านเย็นเยือก สีหน้าซีดขาว ดูจากสีหน้าท่าทางของท่านเมื่อครู่นี้ การมองเห็นของท่านน่าจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง บอกหม่อมฉันมา ว่าตอนนี้ท่านปวดหัวจนแทบจะระเบิด อยากอาเจียน มองเห็นไม่ชัดใช่หรือไม่?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถามน้ำเสียงจริงจัง

อาการแบบนี้น่าจะเป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว

นั่นก็หมายความ ตงฟางหลีได้อดทนต่อความเจ็บปวดทรมานนี้ มาตั้งแต่ตอนเช้า

เขาเสแสร้งมาตลอด เสแสร้งได้ดี ถึงหลอกได้แม้กระทั่งนางที่อยู่ข้างกายของเขาตลอดเวลา

“ปล่อยข้า!” ตงฟางหลีลืมตาขึ้น นัยน์ตาเย็นยะเยือกทั้งสองปิดบังความรังเกียจที่มีต่อนางเอาไว้ไม่มิด

“ตอนนี้ท่านตกอยู่ในอันตราย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน