ถ้าหากนางวินิจฉัยโรคไม่ผิด อาการป่วยของฉินเหยี่ยนเย่ว์น่าจะเป็นโรคในกะโหลกศีรษะ ตอนที่อาการไม่กำเริบยังพอไหว หากอาการกำเริบก็จะเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดตกอยู่ในอาการเสียสติ
โรคในกะโหลกศีรษะมีทั้งไม่รุนแรงและสาหัส ในกรณีที่ไม่รุนแรงอาการจะค่อย ๆ ทุเลา ในกรณีที่รุนแรงอาจจะเส้นเลือดในสมองแตกและเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ
“ท่านจำเป็นต้องนอนพักผ่อน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ขมวดคิ้ว “อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ หม่อมฉันจะประคองท่านออกไปพักผ่อน”
“หลีกไป” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ผลักนางออกอย่างรุนแรง สายตาเหลือบมองไปทางหญิงงามล่มเมืองที่อยู่ไกลออกไปโดยไม่ตั้งใจ
เห็นได้ชัดว่าหญิงงามล่มเมืองได้สังเกตเห็นถึงสถานการณ์ทางด้านนี้แล้ว นางระงับความริษยาในดวงตา แสดงสีหน้าท่าทางโศกเศร้าเสียใจออกมา
ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองเห็นปฏิกิริยาของพวกเขา
หญิงงามล่มเมืองผู้นั้น ก็คือซูเตี่ยนฉิงหญิงอันเป็นที่รักของฉินเหยี่ยนเย่ว์
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไม่แยแสต่อผู้ใดนอกเหนือจากท่านอ๋องสาม ดังนั้นความทรงจำเกี่ยวกับซูเตี่ยนฉิงค่อนข้างน้อย จำได้เพียงแค่ว่านางเป็นหลานสาวของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน บุตรสาวของท่านสมุหราชเลขาธิการ
วันนี้ได้พบ อืม ทักษะการเปลี่ยนหน้าให้คะแนนเต็ม เป็นดอกบัวขาว(ใช้ด่าผู้หญิงที่ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์แต่ภายในคิดไม่ซื่อมีพฤติกรรมที่ไม่ดี)บริสุทธิ์ดอกหนึ่ง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยิ้มเยาะ ก้มหน้า เข้าไปใกล้ข้างหูของตงฟางหลี “ลักษณะชีพจรของท่านประหลาดยิ่ง ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงอาจจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตก หรืออยู่ในอาการเสียสติ หรือหลอดเลือดในสมองแตกทำให้เสียชีวิตเนื่องจากเลือดออกในสมองได้ทุกเมื่อ หม่อมฉันมิได้ข่มขวัญอย่างแน่นอน”
ตงฟางหลีหลับตา
เขาจะไม่ทราบอาการป่วยของตนเองได้อย่างไร?
เขาเพียงแค่รังเกียจที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์สัมผัสเขาในที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าของฉิงเอ๋อร์
“ไสหัวไป”
น้ำเสียงของเขาเย็นเยือก
ภายใต้ความพยายามอดทนอดกลั้น เดิมทีเขาสามารถระงับอารมณ์เพื่อให้ผ่านพ้นอาการกำเริบครั้งนี้ไปได้
แต่ การใกล้ชิดของฉินเหยี่ยนเย่ว์ ความโศกเศร้าของฉิงเอ๋อร์ เมื่อปัจจัยเหล่านี้รวมกัน อารมณ์ที่ระงับเอาไว้ได้ก็ปะทุออกมา ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา
ความอาฆาตแค้นที่รุนแรงครอบคลุมตัวของฉินเหยี่ยนเย่ว์ แรงอาฆาตกลุ่มนี้ รุนแรงยิ่งกว่าตอนปกติ
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกไม่ดี
คนผู้นี้ อาจจะตกอยู่ในอาการเสียสติอันเนื่องมาจากความเจ็บปวดภายในกะโหลกศีรษะ
นิ้วมือของตงฟางหลีบีบข้อมือของนางเอาไว้ ราวกับว่าอยากจะบีบข้อมือของนางให้หัก
“ตงฟางหลี อย่าทำตัวน่าไม่อาย ท่านคิดว่าข้ายินดีจะสนใจท่านอย่างนั้นรึ? ท่านจำเอาไว้ ว่าเมื่อคืนวานนี้ท่านช่วยเหลือข้าหนึ่งครั้ง วันนี้ถือว่าเป็นการตอบแทน หายกัน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์หยิบเข็มเงินออกมาหนึ่งเล่ม แทงลงไปที่บริเวณจุดเหอกู่
เหอกู่อยู่ตำแหน่งหลังมือร่องตรงกลางระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้ สามารถบรรเทาอาการปวดหัว ทำให้อารมณ์คงที่ได้
นางลุกขึ้นเดินไปตรงกลาง คำนับพระพันปีกับฝ่าบาท
“ลูกคาราวะพระพันปี เสด็จพ่อเพคะ ท่านอ๋องเจ็ดทรงไม่สบาย ลูกขออนุญาตพาท่านอ๋องไปพักผ่อนสักประเดี๋ยวเพคะ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์คุกเข่าอยู่บนพื้น หลุบตาลง
ฉากเมื่อครู่นี้ สำหรับคนนอกแล้ว ก็เป็นเพียงแค่นางประคองตงฟางหลีเอาไว้ ทั้งสองคนกระซิบพูดคุยกันอย่างสนิทสนมเท่านั้น
คนอื่นไม่สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของตงฟางหลี
ฮ่องเต้มองสำรวจฉินเหยี่ยนเย่ว์ แรงกดดันที่ไร้รูปร่างบนร่างกายของนาย สีหน้าของนางซีดเซียวเล็กน้อย
ผู้ที่ครองราชย์บัลลังก์มาช้านานย่อมมีรัศมีแห่งโอรสสวรรค์ปกคลุม เวลาหนึ่งวินาทีผ่านไปราวกับผ่านไปหนึ่งปี
“ท่านเคยกล่าวเอาไว้ไม่ใช่หรือว่า ห้ามให้หม่อมฉันอยู่ห่างจากท่าน?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เดินตามด้านหลังเขา “เป็นเพราะหม่อมฉันขัดขวางเรื่องดีของท่าน ทำให้บุคคลอันเป็นที่รักของท่านเกิดความเข้าใจผิดอย่างนั้นรึเพคะ?”
“หากพวกท่านสองคนรักกันด้วยใจจริง ก็คงจะไม่มีทางเกิดปมภายในใจอันเนื่องมาจากเรื่องเข้าใจผิดนี้ใช่ไหมเพคะ?”
ตงฟางหลีหยุดชะงัก
เขาหันหลังกลับ เก็บซ่อนสายตาที่กระหายเลือดและดุร้ายเอาไว้ไม่มิดอีกแล้ว
“ฉินเหยี่ยนเย่ว์” เขาบีบลำคอของนางเอาไว้ กระชับมือแน่นขึ้น “เจ้าไม่คู่ควรที่จะเอ่ยถึงนาง”
“เฮอะ...” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถูกเขาบีบคอเอาไว้ จึงทำให้หายใจไม่สะดวก แต่ยังคงจ้องมือของเขาเอาไว้เขม็ง ส่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่ท่านบีบคอหม่อมฉัน ตงฟางหลี เรื่องผิดพลาดไม่ควรเกิดขึ้นเกินสามครั้ง หากมีครั้งหน้าอีก ท่านใช้มือข้างใดบีบคอหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะตัดมือข้างนั้นของท่านทิ้งเสีย”
“ท่านไม่เชื่อก็ได้ แต่ หม่อมฉันพูดคำไหนคำนั้น”
“เรื่องผิดพลาดไม่ควรเกิดขึ้นเกินสามครั้ง? เฮอะเฮอะ ถ้าเช่นนั้นข้าจะบีบคอเจ้าให้ตายเสียตอนนี้เลยดีหรือไม่?” มือของตงฟางหลีกระชับแน่นขึ้น นัยน์ตาสีแดงสดของเขามีความมืดมนเอ่อล้นออกมา “ถ้าหากเจ้าไม่อยู่แล้ว ย่อมไม่มีครั้งต่อไปแน่นอน”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เย็นยะเยือกไปทั่วทั้งร่างกายทันที
ตงฟางหลีไม่ได้ล้อเล่น ครั้งนี้เขาคิดจะสังหารนางจริง ๆ
นางสัมผัสได้ว่า เขาต้องการจะสังหารนาง!
ความไม่แยแสตอนปกติของบุรุษผู้นี้ น่าจะเป็นการเสแสร้ง เป็นการพยายามอดกลั้น เป็นการแสดงให้ผู้อื่นเห็นเท่านั้น
ตอนอาการป่วยกำเริบ ภายใต้การแทรงแซงของการเจ็บป่วยและการกระตุ้นของซูเตี่ยนฉิง อารมณ์จริง ๆ ที่เขาพยายามซุกซ่อนเอาไว้อย่างยากลำบากก็ระเบิดออกมา
ตงฟางหลีตอนนี้กระหายเลือดราวกับเทพเจ้าแห่งความตาย ถึงเป็นตงฟางหลีที่แท้จริง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน