“ข้าไม่รังเกียจ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดขึ้น
ชื่อเสียงของนางถูกแผนที่ฮูหยินรองและฉินเสวี่ยเย่ว์จงใจวางขึ้นมาทำลายจนย่อยยับไปตั้งนานแล้ว
ในเมืองเหวินจิงแห่งนี้ เกรงว่าจะหาบุตรสาวตระกูลขุนนางที่ชื่อเสียงเลวร้ายกว่านางไม่เจอแล้ว
เพิ่มขึ้นมาอีกไม่กี่ข้อก็มิเป็นอันใด
“ขอบพระทัยพระชายาเพคะ” หู่พั่วพูดพลางสะอื้น “ถึงบ่าวต้องสู้จนสุดชีวิต ก็จักทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ถอนหายใจยาว ก่อนจะทิ้งเทียบยาเอาไว้ กำชับข้อควรระวังไว้ไม่กี่ประโยค แล้วก็กลับตำหนักหมิงวี้พร้อมตงฟางหลี
ระหว่างทาง นางก็รู้สึกว้าวุ่นใจ
“ไม่มีอันใดให้ต้องกังวล” ตงฟางหลีพูด “สาวใช้คนนั้น น่าจะไม่หักหลังอีก”
“หากนางหักหลังหม่อมฉันอีกครั้ง หม่อมฉันมีอีกหมื่นวิธีที่จะทำให้นางอยู่มิสู้ตาย อันที่จริง หากหู่พั่วปะปนเข้าไปอยู่ข้างกายฉินเสวี่ยเย่ว์ได้อย่างราบรื่น ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับหม่อมฉัน” ฉินเหยี่ยนเย่ว์สอดมือเข้าไปในแขนเสื้อ “สิ่งที่หม่อมฉันกังวลคือ เมื่อคนทั่วไปเห็นคนที่ควรจะตายมาปรากฎขึ้นตรงหน้าตนเอง ก็คงจะคิดหาวิธีสังหารให้ตายอีกกระมัง? ไปตาย ไม่คุ้มเลยเพคะ”
“ข้าจะจัดการทั้งหมดให้เรียบร้อย” ตงฟางหลีพูดปลอบประโลม “ข้าจักทำให้ฉินเสวี่ยเย่ว์มิอาจลงมือได้ อีกอย่าง หากเจ้าเป็นนาง เห็นหู่พั่วที่ฟื้นคืนชีพอีกทั้งยังสูญเสียความทรงจำเจ้าจะทำอย่างไร?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดอยู่สักพัก “อันดับแรกคือสังหารนางเสีย คนตายมิอาจพูดได้”
“หากสังหารไม่ได้เล่า? เจ้าจะทำอย่างไร?”
“เก็บไว้ข้างกายเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตอบฉับพลัน “หากกำจัดหู่พั่วไม่ได้ ตัวเลือกที่ดีที่สุดของฉินเสวี่ยเย่ว์ก็คือเก็บไว้ข้างกาย จับตามองระเบิดลูกนี้”
ตงฟางหลีจิ้มหว่างคิ้วของนาง จากนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “ยังนับว่าไม่โง่เขลาเกินไปนัก”
ครั้นฉินเหยี่ยนเย่ว์ขบคิดจนทะลุปรุโปร่งแล้วก็ถอนหายใจยาว
นางชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว ชี้ฟ้าชี้ดินชี้หัวใจ “เป็นความจริงเพคะ หม่อมฉันไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความรู้สึกนั้นอย่างไรดี ถึงอย่างไรก็ดูงดงามราวกับต้นหยกที่ต้านลม ต่อมา หม่อมฉันถึงได้พบว่าท่านหน้าเนื้อใจเสือทั้งยังหยิ่งยโสยิ่งนัก มีชีวิตราวกับสุนัขจิ้งจอกกลับชาติมาเกิด ดังนั้น...”
“พูดไปพูดมาแล้ว ในใจของเจ้า ข้าก็ยังคงเป็นสัตว์เดรัจฉาน” ตงฟางหลีกัดปลายนิ้วของนางอย่างแรง “ใจกล้าไม่เบาเลย”
แม้ปากเขาจะกล่าวตำหนิ ทว่าในใจกลับมีความสุขยิ่งนัก
“มา ชมข้าต่อสิ เมื่อข้าพอใจแล้วก็จักอภัยในความหยาบคายของเจ้า หากข้าไม่พอใจ เย็นนี้เจ้าห้ามกินข้าว”
“ถือสิทธิ์อันใด?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์มุมปากกระตุก
“สิทธิ์ที่เจ้าเปรียบเทียบข้ากับสัตว์เดรัจฉานอย่างไรเล่า”
“เช่นนั้น ท่านอ๋องเจ็ดมีจิตใจกว้างขวาง ฉลาดเป็นกรด รูปลักษณ์งดงามไร้ที่เปรียบเทียบ” เสียงของนางเบาลงเรื่อย ๆ ก่อนจะพูดพึมพำด้วยเสียงอันแผ่วเบา “มากบ้าตัณหา เจ้าเล่ห์อำมหิต”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้เหล่อ232 เจ้าของเว็บเช็คให้หน่อยค่ะ...
ลองเข้าใหม่แล้วก็ไม่สามารถปลดล็อคได้...
ปลดล็อคไม่ได้...
ปลดล็อคอ่านไม่ได้...