ต่อไป เขาย่อมสูญเสียการควบคุมตนเองไปอย่างแน่นอน
“เจ้ามีหนทางงั้นหรือ?” ตงฟางหลีหยุดลง พร้อมทั้งร่างกายที่โอนเอนไปมาเล็กน้อย พลางแย้มยิ้มออกมาด้วยความเย็นชาว่า “เจ้าจักไปทำอันใดได้?”
“มีเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางบีบขวดแมนนิทอลในแขนเสื้อของตนเองเอาไว้แน่น
ขวดแมนนิทอลขวดนี้ เดิมทีมันปรากฏขึ้นมานานแล้ว นางเองยังรู้สึกข้องใจยิ่งนัก เหตุใดขวดยาขวดนี้จึงปรากฏตัวขึ้นมาได้
เมื่อครู่ หลังจากที่นางจับชีพจรให้กับตงฟางหลีแล้วนั้น นางจึงฉุกคิดขึ้นมาได้ในทันที
ลักษณะอาการในปัจจุบันของตงฟางหลีนั้น ก็คือภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงนั้นเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยด้วยกัน รอยโรค ถูกพิษและบาดแผลจากอาการบาดเจ็บล้วนแต่เป็นไปได้ทั้งนั้น
เมื่อเกิดมีอาการกำเริบจักทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หากมิได้รับการรักษาแล้วละก็ อาจจักทำให้เกิดภาวะสมองเลื่อนได้ จนทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงพร้อมทั้งอาการคลุ้มคลั่ง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องจากระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว
ฉะนั้นแล้วยาสำหรับบรรเทาอาการความดันโลหิตสูงในกะโหลกศีรษะก็คือแมนนิทอล
แหวนได้จัดเตรียมยาเอาไว้ตั้งแต่เจ็ดแปดวันก่อนแล้ว เกรงว่าแมนนิทอลขวดนี้คงถูกตระเตรียมเอาไว้เพื่อตงฟางหลีกระมัง
ตงฟางหลีมิเชื่อ
หลายปีที่ผ่านมานั้น เขาได้อัญเชิญเหล่าหมอเทวดามามากมายก็ยังมิอาจทำอันใดได้
อาการยังคงกำเริบขึ้นมาเรื่อย ๆ อีกทั้งอาการเจ็บปวดยังค่อย ๆ ทวีคูณขึ้นมาด้วยเช่นกัน
อาการของโรคนี้ แม้แต่เหล่าหมอเทวดายังมิอาจหาหนทางรักษาโรคนี้ได้แล้วไซร้ ฉินเหยี่ยวเย่ว์จักมีหนทางรักษาได้อย่างไร?
ช่างน่าขันเสียจริง
“ตงฟางหลี เวลาของท่านมีไม่มากแล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเอ่ยเยาะเย้ยขึ้นมา “หากท่านมิเชื่อข้า ข้าก็จักไม่บังคับท่านเอาไว้ ทว่า ในยามนี้ท่านยังมีทางเลือกใดที่ดีกว่านี้อีกหรือ?”
หัวใจของตงฟางหลีพลันสั่นรัวไปในทันที
แท้จริงแล้ว เขามิหลงเหลือทางเลือกอื่นใดอีก
มิว่าเขาจักเดินทางไปยังตำหนักชูเยว่เพื่อพักผ่อนหรือไปยังสถานที่อื่นใด ก็มิอาจหยุดยั้งอาการปวดหัวจนแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้
ในยามที่เขาตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่งเช่นนี้ ย่อมมิอาจให้ผู้ใดพบเห็นได้โดยเฉพาะฉิงเอ๋อร์
"ข้างหน้า มีภูเขาเทียมอยู่"
ทันทีที่ตงฟางหลีพูดจบ ใบหน้าของเขาพลันซีดลงไปในทันที
หลังจากที่อดทนทนทุกข์ทรมานมาทั้งวันแล้วนั้น ในที่สุดอาการปวดหัวก็ได้สงบลงมาเสียที พร้อมทั้งตงฟางหลีที่สัมผัสได้ว่า เหงื่อเย็น ๆ ของตนได้ไหลชโลมไปทั่วอาภรณ์ร่างกาย เพียงแค่ลมเย็น ๆ พัดผ่านนั้น ถึงกลับทำเอาความหนาวเย็นพัดผ่านเข้าไปลึกถึงกระดูกดำ
นิ้วมือของฉินเหยี่ยนเย่ว์วางทาบเอาไว้บนข้อมือของเขา
ชีพจรค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว นั้นหมายความว่าภาวะความดันในกะโหลกกลับมาคงที่ตามเดิม
ฤทธิ์ยาของแมนนิทอลจะคงอยู่เพียงสามชั่วโมงเท่านั้น นั่นก็เพียงพอที่จะกลับไปจนถึงจวนอ๋องแล้ว
“มันคือสิ่งใดกันแน่?” ครึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อประสิทธิภาพของตัวยาแมนนิทอลขึ้นไปจนถึงขีดสุดนั้น ตงฟางหลีจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติดีอีกครั้ง
น้ำเสียงที่แผ่วเบาพร้อมเจือไปด้วยเย็นชา แม้แต่บนใบหน้าเองยังแสดงออกถึงความเฉยเมยราวกับว่าเขาอยู่ห่างจากผู้คนออกไปไกลหลายพันลี้
เขาดูแตกต่างราวกับคนละคนจากผู้ที่บ้าคลั่งนัยน์ตาแดงก่ำเมื่อครู่ยิ่งนัก
เส้นเลือดบนหน้าผากของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันกระตุกขึ้นมาในทันที หากนางมิเห็นด้วยตาของตนเองละก็ คงมิคิดเลยว่าบุรุษคนเมื่อครู่จักเป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่อยู่ตรงหน้าของนางในยามนี้
"ยาช่วยชีวิต เป็นยาที่หม่อมฉันได้รับมาโดยบังเอิญเพคะ" ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเก็บขวดยาและกระบอกฉีดยาเข้าไปในเสื้อในทันที "ยาขวดนี้ถือมีชะตาเกี่ยวพันกับชีวิตของท่าน หม่อมฉันถึงได้ลองเสี่ยงใช้มันดู มิว่าท่านจักเอ่ยถามอันใดอีก หม่อมฉันก็ย่อมมิมีทางตอบออกมา"
“เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ เจ้ารู้ข้ารู้ ทางที่ดีมิสมควรให้มีบุคคลที่สามล่วงรู้เรื่องนี้อีกเป็นอันขาด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน