หากเดินอ้อมจากทางด้านหลังภูเขาเทียมออกมาจักพบเห็นทางเล็ก ๆ สายหนึ่ง ที่สองข้างทางขนาบข้างไปด้วยดอกเหมย
ในยามนี้ นับว่าถึงช่วงที่ดอกเหมยกำลังเบ่งบานออกมาพอดี ดอกเหมยสีขาวสีแดงมากมายที่พากันร่วงโรยตกลงบนพื้นหิมะด้านหลัง ราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอยู่บนก้อนเมฆก็ไม่ปาน ช่างงดงามยิ่งนัก
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่เพิ่งเคยพบเห็นป่าเหมยที่กำลังออกดอกเบ่งบานครั้งแรก
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยตามลม เมื่อยามที่ลมพัดผ่านนั้น พลันพัดเอาดอกเหมยที่ตกลงบนพื้นพัดลอยละล่องขึ้นมาคล้ายกับปุยเมฆไปในทันที
“หม่อมฉันเด็ดมันออกมาได้หรือไม่เพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเลิกคิ้วขึ้น
เมื่อเห็นวิวทิวทัศน์ของป่าเหมยที่พรั่งพราวออกมาเช่นนี้ เสมือนกับพัดพาอารมณ์ที่ขุ่นหมองของนางลอยผ่านไปด้วย
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางวิ่งเข้าไปในป่าเหมย กลิ่นหอมอันเย็นสบาย พร้อมทั้งดอกเหมยมากมายที่ร่วงลงมา ทำเอาอารมณ์ของนางดีขึ้นมาในทันควัน
ตงฟางหลีคิ้วกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย
สตรีนางนี้ เมื่อไม่นานยังมีท่าทีก้าวร้าวโมโหร้ายอยู่เลย ทว่า เมื่อได้เห็นป่าเหมยนิสัยก็แปรเปลี่ยนไปได้ในทันทีเลย?
ทำเอาเขาอดมิได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวเมื่อคืนขึ้นมา หลังจากที่ภัยอันตรายได้ถูกกำจัดไปแล้วนั้น ลักษณะนิสัยของนางในยามตระเตรียมอาหารนั้น กลับมีท่าทีแตกต่างไปจากเดิมยิ่งนัก
ผู้คนมักมีสองด้านเสมอ พลางใช้ท่าทีเสแสร้งเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเห็น หากแต่ซ่อนตัวตนด้านที่แท้จริงของตนเอาไว้แทน
ทว่า ฉินเหยี่ยนเย่ว์หาได้ปกปิดทั้งสองด้านไม่
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันขอเด็ดมันได้หรือไม่เพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยถามในยามที่มือของนางเอื้อมมือออกไปเด็ดออกมาแล้ว
“...” ยามที่ตงฟางหลีกำลังเอ่ยปากปฏิเสธออกมานั้น ทว่า สายตาพลันเหม่อมองไปเห็นว่านางลงมือลงไปเสียแล้ว เขาจึงนึกคร้านที่จะใส่ใจไปในทันที
ตงฟางหลีจึงหมุนตัวหันกายเดินกลับเข้าไปในตำหนักชูเยว่ในทันใด
ทันใดนั้น พลันมีเสียงกรีดร้องมากมายดังออกมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังรีบร้อนวิ่งตรงมาทางนี้
“กลับไป” สีหน้าของตงฟางหลีพลันมืดครึ้มไปในทันที พลางนึกถึงคำพูดของฉินเหยี่ยนเย่ว์ขึ้นมาได้ว่า ได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งมากจากด้านในตำหนักชูเยว่ เกรงว่าคงจะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว
ฉินเหยี่ยนเย่ว์หาได้นึกสนใจเด็ดดอกเหมยอีกต่อไป พร้อมทั้งรีบร้อนวิ่งตามเข้าไปในทันที
หลานสาวผู้เป็นดั่งชีวิตของอ๋องหลูหยาง ทั้งยังเป็นเส้นความอดทนของผู้เฒ่าอารมณ์ร้ายอีกด้วย
หากแต่ตงฟางหลีมิเคยคิดมาก่อนเลย
เขาพลางเดินเข้าไปพูดกับกองกำลังองครักษ์เพียงสองสามคำด้วยใบหน้าที่เย็นชา ทหารกองกำลังองครักษ์พลันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้ตงฟางหลีเดินเข้าไป
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่อยากจะตามเข้าไปด้วยนั้น กลับถูกกองกำลังองครักษ์รั้งตัวเอาไว้อยู่ด้านนอกประตูแทน
“ท่านกับท่านพี่เจ็ดไปทำอันใดกันมา?” ตงฟางอิงพลางเอามือไพล่หลัง ก่อนจะใช้ท่าทีผู้ใหญ่ในร่างเด็กน้อยเอ่ยถามนาง “สีหน้าของพวกท่านดูผิดปกติยิ่งนัก อาภรณ์ทั่วร่างก็ดูสกปรกมิเรียบร้อย หรือว่าพวกท่านไปทำเรื่องไม่ดีอันใดกันงั้นหรือ?”
“เรื่องของผู้ใหญ่ เจ้าอย่าถามให้มากความ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางดึงตัวเขาหลบออกมาอีกฝั่งหนึ่ง “เด็กน้อย ข้าถามอะไรเจ้าหน่อยสิ เป็นผู้ใดที่พบศพงั้นหรือ?”
“เหตุใดข้าต้องบอกท่าน?” ตงฟางอิงพลันเชิดหน้าขึ้น
“เช่นนั้น เจ้าอยากได้ขนมหรือไม่เล่า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางหยิบขนมของว่างของตนเองออกมา “เจ้าต้องบอกข้าก่อน ข้าถึงจะมอบขนมชิ้นนี้ให้กับเจ้า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน