เข้าสู่ระบบผ่าน

ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน นิยาย บท 41

ตงฟางหลีพลันหลุบสายตาลง เพื่อปกปิดนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาเอาไว้ ก่อนจะกดเสียงต่ำกระซิบกล่าวเตือนว่า “อีกครู่หนึ่ง เจ้าควรคิดให้รอบคอบเสียก่อนคิดจะเอ่ยสิ่งใดออกมา”

กองเพลิงในครานี้ นับว่าเผาไหม้รุนแรงยิ่งนัด หากเอ่ยปิดพลาดแม้เพียงครั้งเดียว อาจจะทำให้พวกนางถูกเพลิงเผาไหม้จนเละเป็นจุลณก็ว่าได้

“ท่านอ๋องเจ็ด” ยามที่ท่านอ๋องหลูหยางเห็นพวกเขาทั้งสองมาถึงนั้น พลันยกมือขึ้นตบโต๊ะอย่างเต็มแรงด้วยใบหน้าดำทะมึนทึน“กองกำลังองครักษ์ได้ทำการสืบสวนโดยละเอียดแล้ว พบว่ามีเพียงท่านเท่านั้นที่เข้าไปใกล้เรือนแห่งนั้น อีกทั้งเข้าไปไม่นานก็รีบร้อนออกมา หลังจากท่านออกไปได้ไม่นาน ลู่เอ๋อร์ก็ถูกคนมาพบเจอว่าสิ้นใจเสียแล้ว ท่านมีสิ่งใดจักพูดอีกหรือไม่?”

ตงฟางหลีจึงโค้งกายทำความเคารพ พลางเอ่ยว่า “เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องหลูหยางพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้เดินผ่านเรือนแห่งนั้นจริงพ่ะย่ะค่ะ”

อ๋องหลูหยางพลันส่งเสียงตวาดออกมาอย่างเย็นชาในทันที “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ อ๋องเจ็ดกลับยอมรับออกมาด้วยตนเองเช่นนี้ กระหม่อมได้ยินมาว่า นับตั้งแต่ที่เขามีอาการปวดหัวขึ้นมานั้นพลันมีนิสัยเปลี่ยนไป ต้องเป็นเขาอย่างแน่นอนเลยพ่ะย่ะค่ะ”

สีหน้าขององค์จักรพรรดิพลันเปลี่ยนไปในทันที

องค์หญิงเย่ว์ลู่ถูกคนดูหมิ่นทั้งยังถูกสังหารภายใต้พระเนตรพระกรรณของตนเองเช่นนี้ ทั้งยังเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นในวันมงคลเช่นนี้อีก เสมือนกับเป็นการตบหน้าพระองค์อย่างแรงยิ่งนัก

ศักดิ์ศรีและความเคารพขององค์จักรพรรดิของแว่นแคว้นนับว่าหมดสิ้นไปเสียแล้ว

หากเขามิอาจมอบความเป็นธรรมให้กับเรื่องนี้ได้แล้วไซร้ ไม่เพียงตามิอาจอธิบายเรื่องนี้ให้อ๋องหลูหยางฟังเท่านั้น แต่ยังมิอาจเป็นตัวแทนมอบความเป็นธรรมให้กับบรรพบุรุษของราชวงศ์ฟังอีกด้วย

“เจ้าเจ็ด เจ้ามีสิ่งใดจะเอ่ยออกมาหรือไม่?” องค์จักรพรรดิเอ่ยถาม

“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ลูกเดินผ่านเรือนแห่งนั้นจริง แต่ลูกหาได้เข้าไปในเรือนแห่งนั้นไม่ เรื่องนี้ขอเพียงแค่ท่านทำการสืบหาย่อมทราบได้ในทันที” ตงฟางหลีพลางยืนตัวตรง พร้อมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

“ในเมื่อมิได้เข้าไปด้านใน แล้วเหตุใดต้องไปเดินอยู่แถวนั้นด้วยเล่า?” อ๋องหลูหยางที่รู้สึกเศร้าและโมโหไปในคราเดียวกัน พลางเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาในทันที “รีบพูดมา”

ตงฟางหลีได้แต่หลุบสายตาลง พร้อมใบหน้าที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง

ต่อหน้าเสด็จพ่อนั้น เขามิอาจพูดปดได้

ทว่า หากบอกความจริงกับเสด็จพ่อและท่านอ๋องหลูหยางไป ว่าเป็นฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ได้กลิ่นคาวเลือดก่อนนั้น เกรงกลัวว่าเรื่องราววุ่นวายจักมาถึงตัวจึงได้รีบเดินหนีออกมาเสียก่อน ย่อมมิส่งผลดีออกมาอย่างแน่นอน รังแต่จะทำให้พวกเขาดูน่าสงสัยมากกว่าเดิมเสียอีก

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางเหลือบตามองไปที่ตงฟางหลีเล็กน้อย

“ถึงแม้ว่ามีดอกเหมยก็หาได้หมายความว่าพวกเจ้าจักบริสุทธิ์ไม่” อ๋องหลูหยางพลางกล่าวว่า “ไทฮองไทเฮาชื่นชอบดอกเหมยยิ่งนัก ไม่ว่าจักที่แห่งใดในพระราชวังล้วนแต่มีดอกเหมยอยู่เต็มไปหมด ผู้ใดจักรู้กันว่าเจ้าไปเด็กดอกเหมยมาจากที่ใด?”

“ท่านอ๋องหลูหยางเพคะ พวกเราเพียงแค่เดินตรงไปยังตำหนักชูเยว่จริง ๆ ทว่าไม่นานพวกเราก็หันหลังกลับในทันที ส่วนช่วงเวลาที่เหลือนั้นก็เอาแต่อยู่ในป่าเหมย จักเอาช่วงเวลาใดไปกระทำผิดกัน? หากท่านอ๋องมิเชื่อ สามารถส่งคนไปตรวจสอบได้เพคะ ย่อมต้องมีร่องรอยที่หม่อมฉันเด็ดดอกเหมยออกมาอย่างแน่นอน แค่นี้ก็สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ได้แล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตอบโต้กลับ

“เสด็จพ่อเพคะ สิ่งที่ลูกเอ่ยทุกอย่างออกไปล้วนแต่เป็นความจริงทุกประการเพคะ พระองค์ช่วยตรวจสอบด้วยความโปร่งใสด้วย ”

ใบหน้าขององค์จักรพรรดิพลันมืดครึ้มยิ่งนัก

ราวกับว่าพระองค์ต้องการมอบอำนาจในการสืบสวนเรื่องนี้ให้กับอ๋องหลูหยาง องค์จักรพรรดิจึงหันหน้าไปถามว่า “อ๋องหลูหยาง เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ นอกจากพวกเขาแล้ว หาได้มีผู้ใดเข้าใกล้กับตำหนักชูเยว่ไม่” เสียงของอ๋องหลูหยางแทบจะเป็นการกัดฟันกล่าวออกมา “หากแต่อ๋องเจ็ดน่าสงสัยที่สุด”

ความแค้นของหลานสาวตน เขาขอมิยอมอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันเป็นอันขาด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน