เข้าสู่ระบบผ่าน

ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน นิยาย บท 44

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ทรงอนุญาตให้นางดูด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องหลูหยางที่มีท่าทีร้อนใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น เมื่อรู้ว่าหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเองอาจจะยังมีชีวิตอยู่ บุรุษชายชาตรีที่ร่างกายกำยำพลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไปในทันที “หากว่าเป็นเสมือนกับแมวตาบอดเจอหนูตายเล่า?”

มุมปากของฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันกระตุกขึ้นมาสองสามครั้งไปในทันที

ท่านอ๋องหลูหยางเป็นกังวลมากเสียเอ่ยดุด่าหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเองเลยหรือ

องค์จักรพรรดิจึงพยักหน้าลงสองสามครั้ง

ฉินเหยี่ยนเย่ว์จึงรีบปรี่เข้ามาที่ข้างๆ ร่างขององค์หญิงเย่ว์ลู่ในทันที พร้อมทั้งเอามือทาบไว้ที่ข้อมือนาง พร้อมทั้งอีกข้างที่เอามือวางไว้ใต้จมูก

ไม่มีแม้เส้นชีพจร ไม่มีแม้แต่ลมหายใจ เป็นการตายโดยธรรมชาติ

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันหยิบเชือกเส้นเล็กหนึ่งเส้นมาผูกไว้ที่นิ้วขององค์หญิงเย่ว์ลู่ในทันที นิ้วที่ถูกเชือกผูกเอาไว้นั้นพลันเกิดสีม่วงอ่อนจาง ๆ ออกมา

ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้สึกดีใจยิ่งนัก

หากว่านิ้วมือปรากฏสีม่วงออกมา เป็นการนิ้วมือที่ถูกเชือกผูกเอาไว้นั้นเกิดจากการไหลเวียนโลหิตที่ถูกปิดกั้นเอาไว้

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การไหลเวียนโลหิตขององค์หญิงเย่ว์ลู่ยังคงดำเนินต่อไป หาใช่ว่าพระนางมิมีสัญญาณชีพจรหรือลมหายใจไม่ หากแต่เป็นเพราะมันอ่อนแรงเกินกว่าจะสัมผัสได้ต่างหาก

กลิ่นถั่วอัลมอนด์ที่ลอยออกมาจากร่างกายของนางนั้น เป็นกลิ่นที่ออกมาจากทางปากของนาง

ที่กลิ่นจาง ๆ หาย ๆ มิต่อเนื่องนั้น นั่นเป็นเพราะว่าองค์หญิงเย่ว์ลู่ยังคงหายใจอยู่ ทว่า การหายใจของนางนั้นอ่อนแอเกินกว่าจะจับสัมผัสได้ด้วยวิธีการธรรมดา

ในยุคที่มิมีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีความแม่นยำนั้น ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกสันนิษฐานว่าตกตายไปแล้ว

ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางจับไปที่จมูกของตนเอง ยามที่อยู่ในเรือนโยวหลานนั้นนางหาได้นึกสนใจไม่ ทว่า เมื่อนางมาถึงพระราชวังแล้วนั้นกลับรู้สึกว่าประสาทสัมผัสต่อมรับรู้เรื่องกลิ่นของนางอ่อนไหวยิ่งนัก

นางสามารถแยกแยะกลิ่นที่มีความละเอียดอ่อนได้อีกด้วย

“พวเจ้าเข้ามา เลื่อนฉากกั้นเข้ามาเสีย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “นำมาล้อมรอบตัวองค์หญิงเย่ว์ลู่เอาไว้”

หลังจากที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ใช้ฉากกั้นเพื่อล้อมรอบสถานที่เอาไว้แล้วนั้น นางจึงได้ทำการถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ขององค์หญิงเย่ว์ลู่ออกมา ก่อนจะทำการตรวจสอบร่างกายของนางโดยละเอียด

เป็นดั่งที่ตงฟางหลีคาดการณ์เอาไว้มิผิด องค์หญิงเย่ว์ลู่หาใช่สตรีพรหมจรรย์ไม่

เกรงว่าก่อนที่องค์หญิงเย่ว์ลู่จักต้องมาตกอยู่สถานการณ์กึ่งเป็นกึ่งตายเช่นนี้ นางจักต้องทำการนัดพบกับบุรุษผู้หนึ่งอย่างแน่นอน

"เพคะ" ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “รีบเรียกตัวหมอหลวงมาเถิดเพคะ”

“หมอหลวง หมอหลวง” ท่านอ๋องหลูหยางพลางร้องตะโกนออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ

หมอหลวงที่รั้งรอให้การรับใช้อยู่ด้านข้างนานแล้ว

เมื่อพวกเขาเห็นว่าองค์หญิงเย่ว์ลู่สามารถฟื้นคืนจากความตายกลับมาได้นั้น พลันตกตะลึงเสียจนพูดไม่ออกไปในทันที

ถึงแม้จะกลับมาหายใจ ชีพจรกลับมาเต้นตามเดิม คนสามารถรอดชีวิตกลับมาได้นั้น ทว่า ก็ยังอยู่ในช่วงอันตรายมากอยู่ดี

เหล่าหมอหลวงจึงพากันแบ่งงาน ผู้ฝังเข็มก็ทำการฝังเข็ม ผู้ใดจับชีพจรก็จับชีพจร ผ่านไปได้ครึ่งชั่วยามนั้น พวกเขาจึงคุกเข่าลงพร้อมกัน พลางกล่าวออกมาว่า “ขอแสดงความยินดีกับองค์จักรพรรดิ ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องหลูหยางด้วยพ่ะย่ะค่ะ อาการขององค์หญิงเย่ว์ลู่ทรงตัวแล้ว หากได้ทำการพักผ่อนอีกสักหน่อย อีกไม่นานองค์หญิงจักต้องฟื้นขึ้นมาอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

หลังจากที่ท่านอ๋องหลูหยางได้ยินข่าวดีเช่นนี้ เขาพลันก้มคุกเข่าลงบนพื้นด้วยนัยน์ตาสีแดงก่ำไปในทันที “ลู่เอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่ ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ลู่เอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่”

“ลู่เอ๋อร์ของกระหม่อมกลับมามีชีวิตอีกครั้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านอ๋องหลูหยางพลันร่ำไห้ออกมาราวกับคนบ้าก็ไม่ปาน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน