องค์จักรพรรดิหาได้ตำหนิที่ท่านอ๋องหลูหยางทำตัวไร้มารยาทไม่
เมื่อคนตายฟื้นคืนชีพขึ้นมาเช่นนี้ ท่านอ๋องหลูหยางเองก็มิจำเป็นต้องให้คนผมขาวส่งคนผมดำไปเสียก่อน นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องหนึ่ง
องค์จักรพรรดิจึงหันกลับมามองไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์อีกครั้ง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลันรีบคุกเข่าลงกับพื้นไปในทันที พร้อมหัวใจที่เต้นแรง
ในเมื่อนางออกมาเสนอหน้าแบบมิสนสิ่งใดเช่นนี้ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายตามมา
“สะใภ้เจ้าเจ็ด เจ้ารู้ได้อย่างว่าเย่ว์ลู่ยังมีชีวิตอยู่ เพียงเพราะกลิ่นของนางงั้นรึ?” องค์จักรพรรดิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตอบกลับ “ประสาทรับกลิ่นของหม่อมฉันมีความไวและละเอียดอ่อนยิ่งนัก สามารถแยกแยะกลิ่นที่มีความละเอียดอ่อนได้”
“โอ้?” องค์จักรพรรดิเพียงหรี่ตาลง “เจ้าแยกแยะออกมาได้อย่างไร?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางยกมือโค้งคำนับ “หม่อมฉันได้กลิ่นหอมที่ลอยออกมาบนเสื้อผ้าอาภรณ์ของเสด็จพ่อด้วยเพคะ มันเป็นกลิ่นหอมของดอกมู่หลาน”
“เช่นนั้น เจ้าช่วยชีวิตนางได้อย่างไร? เรามิเคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้ามีทักษะทางการแพทย์”
“ทูลเสด็จพ่อเพคะ เป็นการถ่ายโอนพลังชีวิตเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว
“ถ่ายโอนพลังชีวิต?”
“เพคะ หม่อมฉันเคยอ่านจากตำราโบราณว่า การถ่ายโอนพลังชีวิตนั้นสามารถช่วยให้ผู้ที่มิอาจหายใจได้กลับคืนฟื้นขึ้นมามีชีวิตได้อีกครั้ง บุญคุณควาเมตตาของฝ่าบาทล้นฟ้า ชีวิตขององค์หญิงเย่ว์ลู่มิควรต้องจบลงเช่นนี้ หม่อมฉันจึงได้แต่ต้องกระทำตัวเป็นแมวตาบอดที่จับหนูตายได้เพคะ”
“เจ้าหาญกล้ายิ่งนัก” องค์จักรพรรดิพลางเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา
ใจของฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ มิรู้ว่าควรจะตอบกลับฝ่าบาทว่าเช่นไรดี ทั้งยังมิรู้อีกว่า สถานการณ์เช่นนี้นาวงควรจักเอ่ยอันใดออกไป
“เอาเถอะ” เมื่อองค์จักรพรรดิเห็นท่าทางไม่สบายใจของนางนั้น พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เย่ว์ลู่ฟื้นคืนกลับมาได้เช่นนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งกว่าเรื่องอื่นใด”
“ปิดข่าวการฟื้นคืนกลับมาของเย่ว์ลู่เอาไว้เสียก่อน พร้อมสั่งการลงไปว่า ก่อนที่เย่ว์ลู่จักฟื้นขึ้นมานั้น ห้ามผู้ใดออกจากตำหนักไท่เวยเป็นอันขาด”
“พวกเจ้ากลับไปกันได้แล้ว”
หลังจากที่องค์จักรพรรดิสั่งการลงมาแล้วนั้น เหล่ากองกำลังองครักษ์จึงรีบเคลื่อนไหวในทันที
“ท่านอ๋องเจ็ดมิจำเป็นต้องเป็นกังวลมากไปเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางแย้มยิ้มออกมา ก่อนจะหันไปสบตากับเขา “ถึงแม้ว่าระหว่างพวกเราสองคนอาจจะมีบางเรื่องที่ไม่ลงรอยกันไปบ้าง”
ยามที่อยู่ในตำหนักใหญ่เมื่อครู่นั้น ตงฟางหลีพลันรับเอาคมดาบที่จ่อทิ่มตนเองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว เพียงแสดงถึงอำนาจที่อ่อนแอลงของตนเอง
หากแต่นางกลับช่วยเหลือองค์หญิงเย่ว์ลู่เอาไว้ ทั้งยังเสนอหน้าออกมาอีก ย่อมเป็นการทำลายสถานการณ์ที่ตงฟางหลีจงใจจักสร้างขึ้นมา
“องค์หญิงเย่ว์ลู่ยังมิตาย พวกเราเองก็มิตกเป็นผู้ต้องสงสัยอีกต่อไป เสด็จพ่อหาได้สร้างความยากลำบากให้กับพวกเราอีกไม่ ตอนจบของเรื่องนี้มิใช่ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีหรือเพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ พร้อมทั้งหางตาที่หันไปเห็นสตรีงามยืนหลบมุมอยู่ใต้ต้นเหมย
คนงามจับจ้องมองมาที่พวกเขาเสมือนกับกำลังรอคอยโอกาสบางอย่างอยู่
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ขบเม้มริมฝีปากของตนเองเล็กน้อย “ลาก่อนเพคะ หม่อมฉันมิคิดอยู่รบกวนพวกท่านอีกแล้ว”
ใบหน้าของตงฟางหลียังคงแสดงสีหน้ามืดครึ้มออกมา เขาพลันยืนอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาว พร้อมทั้งร่องรอยความเย็นชามากมายที่ปกคลุมอยู่ในดวงตาของเขา
สายลมที่พัดผ่านเข้ามานั้น ทำเอาเกล็ดหิมะที่ตกอยู่บนหลังคาค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมา แสงแดดอ่อน ๆ สีแดงที่ส่องลงมากระทบกับหิมะนั้น กลับมิสามารถปกบังความเศร้าโศกบนใบหน้าของเขาได้เลยแม้แต่น้อย
“ท่านพี่หลี” ซูเตี่ยนชิงเห็นฉินเหยี่ยนเย่ว์จากไปและเดินออกมาจากทุ่งดอกเหมย ผิวสีขาวของเธอแดงเล็กน้อยเนื่องจากลมหนาว ท่ามกลางหิมะขาวดอกเหมยแดง ยิ่งงดงามร่มเมือง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน