หลังจากที่ตงฟางหลีเห็นซูเตี่ยนฉิง สีหน้าที่เต็มไปด้วยความมืดครึ้มของเขาพลันอันตรธานหายไปในทันที ก่อนจะปรากฏร่องรอยความนุ่มนวลอันอบอุ่นขึ้นมาแทน น้ำเสียงยังกดแผ่วเบาลงมาหลายส่วน “ฉิงเอ๋อร์ อากาศหนาวยิ่งนัก เหตุใดเจ้าถึงไม่ไปพักที่เรือนรับรองข้าง ๆ เล่า?”
ซูเตี่ยนฉิงเพียงขบเม้มริมฝีปากของตนเอง ก่อนจะก้มหน้าลง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตของนางกลับปรากฏคลื่นน้ำใสออกมาบาง ๆ “ผู้คนในเรือนรับรองต่างเอาแต่พูดถึงเรื่องราวของพวกเราเพคะ หม่อมฉันจึงมิอยากเข้าไป กลัวจะเป็นการดึงดูดเรื่องราวให้มันบานปลายไปกันใหญ่”
“มีเพียงที่นี่เท่านั้นที่หม่อมฉันจะได้พบกับท่านพี่หลี ได้พูดคุยกับท่านสักครั้ง”
ตงฟางหลีพลันขมวดคิ้วเป็นปม “ฉิงเอ๋อร์ เป็นข้าที่ทำผิดต่อเจ้า”
“มิใช่เพคะ” ซูเตี่ยนฉิงรีบโบกไม้โบกมือไปมา “เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นล้วนแต่เป็นอดีตไปแล้ว หม่อมฉันรู้ดีว่า หาใช่ความผิดของท่านพี่หลีไม่ หากแต่เป็นเพราะโชคชะตาของเราสองคนมิอาจกำหนดมาให้เคียงคู่กัน…”
น้ำเสียงของซูเตี่ยนฉิงค่อย ๆ แผ่วเบาลง เมื่อเอ่ยมาจนถึงประโยคสุดท้ายนั้น น้ำเสียงที่อ่อนโยนของนางกลับเจือไปด้วยน้ำเสียงที่สะอึกสะอื้นออกมาแทน
“ฉิงเอ๋อร์ ข้าขอโทษ” ตงฟางหลีมิรู้ว่าตนเองควรจะแสดงสีหน้าเช่นไรออกมาดี
“ไม่ ไม่ ท่านพี่หลีหาได้ทำเรื่องอันใดผิดไปไม่” ซูเตี่ยนฉิงเงยหน้าขึ้นมอง “หม่อมฉันดีใจมากที่วันนี้ได้มาพูดคุยกับท่าน ได้พบหน้าท่าน แค่นี้หม่อมฉันก็พอใจแล้วเพคะ”
“เดิมทีหาได้มีโอกาสมากมายไม่ หม่อมฉันได้แต่เก็บคำพูดมากมายที่อยากจะพูดกับท่านเอาไว้ ยามที่ได้พบหน้าท่านจริง ๆ กลับมิรู้ว่าควรจะเอ่ยอันใดออกมาดี” ซูเตี่ยนฉิงพลางกล่าวออกมาแผ่วเบา “ท่านพี่หลี หม่อมฉันได้ลงมือทำของขวัญมามอบให้ท่านด้วยตนเอง ท่านอย่าได้นึกรังเกียจเลยนะเพคะ”
รอบดวงตาที่ค่อย ๆ แดงก่ำของนาง ซูเตี่ยนฉิงพลันหยิบถุงหอมออกมา “ท่านอย่าได้เข้าใจหม่อมฉันผิดไปนะเพคะ นี่คือของขวัญวันมงคลสมรสที่หม่อมฉันอยากมอบให้กับท่าน วันนั้นหม่อมฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี ทั้งยังเอาแต่ใจดื้อดึง ถึงได้พลาดวันไปงานวันมงคลสมรสของท่าน วันนี้จึงได้นำของขวัญติดมือมาให้ เพื่อมิให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราต้องจืดจางไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตงฟางหลีรู้สึกเสียใจยิ่งนัก
เขาจึงหยิบถุงหอมขึ้นมาก่อนที่นิ้วมือจะแตะไปที่เรียวนิ้วของซูเตี่ยนฉิง
ซูเตี่ยนฉิงหน้าแดงไปเล็กน้อย ก่อนจะชักมือของตนกลับ พร้อมทั้งก้มหน้าลง ทำให้ใบหน้าของนางกระทบกับแสงสีนวลอ่อน ๆ
ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองดูเด็กหนุ่มและเด็กสาวท่ามกลางหิมะสีนวลขาวจากที่ไกล ๆ
ช่วงเวลาพลบค่ำอันหนาวเย็น ทั้งสองต่างพบหน้ากันเพื่อแสดงความรักต่อกันและกัน
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่ลอบถอนหายใจกับตนเอง เหล่าคนหน้าตาดี ไม่ว่าจักไปที่ใดต่างก็คล้ายจักกลายเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่งดงามไปได้ทั้งหมด
ซูเตี่ยนฉิงที่งดงาม ตงฟางหลีที่หล่อเหลา ในใต้หล้าหาได้มีผู้ใดเทียบเคียงสองคนนั้นได้ไม่ พวกเขาเสมือนกับเหล่าคู่รักเทพเซียนที่ปรากฏออกมาจากภาพวาด
“อิงเอ๋อร์ เจ้าไปเล่นที่อื่นก่อน” ตงฟางหลีตบหัวเขา
“ไม่ ข้าอยากไปกับท่านพี่เจ็ด” ตงฟางอิงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ซูเตี่ยนฉิง “อากาศหนาวยิ่งนัก พี่สาวฉิงรีบเข้าไปด้านในเถิด”
เมื่อตงฟางหลีเห็นท่าทางผิดหวังของซูเตี่ยนฉิงนั้น น้ำเสียงของเขาพลางเจือไปด้วยความเย็นชาลงหลายส่วน “อิงเอ๋อร์ เจ้าอย่าสร้างปัญหา”
“พี่ท่านเจ็ดไม่อยู่กับท่านพี่สะใภ้เจ็ดหรือ ทั้งยังมิยอมมาเล่นกับอิงเอ๋อร์อีก ท่านอยากอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวฉิงหรืออย่างไร?” ตงฟาง อิงเบะปากออกมา “พี่เจ็ดลำเอียงยิ่งนัก”
“เจ้าอย่าพูดเรื่องไร้สาระ” ตงฟางหลีพลันเหลือบมองไปที่ซูเตี่ยนฉิงโดยไม่รู้ตัว
ซูเตี่ยนฉิงได้แต่ฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย ดวงตาโตของนางคล้ายกับมีเมฆหมอกบดบังก็ไม่ปาน ราวกับว่านางพยายามอดกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้
“ท่านพี่หลี ท่านอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับเซิ่งอ๋องเถอะเพคะ หม่อมฉันขอตัวกลับเข้าไปด้านในก่อน” ซูเตี่ยนฉิงพลางโค้งกายทำความเคารพ ก่อนจะหมุนกายออกไป ยามที่ตงฟางหลีมองมิเห็นนางนั้น นัยน์ตาพลันฉายแววเย็นชาออกมาในทันที
พร้อมทั้งนัยน์ตากลมโตที่ไร้เดียงสาคู่นั้น กลับเผยท่าทีความโกรธเกลียดชังออกมาไม่มีหยุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน