ซูเตี่ยนฉิงหาได้หยุดฝีเท้าตัวเองไม่ ก่อนจะรับจ้ำก้าวเข้าไปในเรือนรับรองในทันที
เมื่อแผนการของตงฟางอิงประสบความสำเร็จแล้วนั้น เขาพลันแลบลิ้นปลิ้นตาออกมา ด้วยใบหน้าน้อย ๆ ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“นางให้เจ้ามาหรือ?” น้ำเสียงของตงฟางหลีเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชา พร้อมทั้งกลิ่นอายรังสีฆ่าฟันที่แผ่กระจายออกมาในทันที
ก่อนจะมองไปยังทิศทางของฉินเหยี่ยนเย่ว์ ด้วยดวงตาที่ปกปิดความรังเกียจเอาไว้ไม่มิด
“มิใช่” ตงฟางอิง โบกไม้โบกมือไปมาในทันที “พี่เจ็ดท่านคิดอะไรอยู่กัน? ข้าเจออะไรแปลก ๆ จริงๆ ท่านมาดูสิ”
ตงฟางอิงพลันลากตงฟางหลีเข้าไปยังห้องภายในเรือนรับรองด้านข้าง ก่อนจะเดินหาอยู่นานก็หาไม่พบ
“แปลกจริง? เมื่อครู่มันยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย เหตุใดถึงไม่เจอแล้วเล่า?” คิ้วของตงฟางอิงพลันขมวดเป็นปมย่นไปในทันที “เมื่อครู่ข้ายังเห็นอยู่เลย”
“อิงเอ๋อร์” ตงฟางหลีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ารู้จักเอ่ยคำโกหกออกมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“พี่เจ็ด ข้ามิได้โกหก เมื่อครู่ข้าเห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่นี่จริงๆ มันใหญ่เท่านี้ ข้ามิรู้ว่ามันเอาไว้ทำสิ่งใดกันแน่ ทั้งยังรู้สึกสงสัยยิ่งนักจึงไปตามท่านมา” ตงฟางอิงพลันทำท่าทางครุ่นคิด
“พอแล้ว” ตงฟางหลีรีบสะบัดแขนเสื้อพร้อมเดินจากไปในทันที
เขาบีบถุงหอมที่ซูเตี่ยนฉิงนำมามอบให้ ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด
เขาได้ยินมาว่า ในวันงานมงคลสมรสของเขากับฉินเหยี่ยนเย่ว์นั้น ซูเตี่ยนฉิงถึงกลับมิอาจเป็นอันกินอันนอนไปได้เป็นเวลาถึงสามวันสามคืน
เมื่อเขาได้มาพบกับซูเตี่ยนฉิงในวันนี้ ถึงสังเกตเห็นได้ว่านางผ่ายผอมลงไปมาก นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่ลงไปอีก
เขา ติดหนี้นางมากเกินไป
หลังจากที่ตงฟางหลีเดินออกไปนั้น กองกำลังองครักษ์จึงเข้ามาเชิญเขา พร้อมทั้งตงฟางหลีที่รีบร้อนออกจากเรือนรับรองไปในทันที
หลงเหลือไว้แต่เพียงตงฟางอิงที่กำลังเดินหาของสิ่งนั้นอยู่ในห้อง ก่อนจะจับคางแสดงท่าทีงุนงงออกมา “เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่มันยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย เหตุใดเพียงชั่วพริบตาเดียวกลับหายไปแล้วเล่า?”
ในขณะเดียวกัน มุมอับสายตาที่ซ่อนอยู่ตรงมุมห้องนั้น กลับมีเงาสายดำเคลื่อนกายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
นางมิอยากจะเกี่ยวข้องอันใดกับซูเตี่ยนฉิงเลยสักนิด ทั้งยังมิอยากไปทำลายหรือตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างตงฟางหลีและซูเตี่ยนฉิงอีกด้วย ทว่า ตงฟางอิงเจ้าเด็กน้อยคนนั้น ช่างรับมือได้ยากจริง ๆ
เมื่อการพบปะเพียงเวลาสั้น ๆ ของคู่รักถูกขัดจังหวะนั้น ซูเตี่ยนฉิงคงไม่แคล้วนำบัญชีแค้นนี้มาตกใส่ตัวนางเหมือนเดิม
นับว่าโชคดีที่ตงฟางหลีถูกกองกำลังองครักษ์ขององค์จักรพรรดิเรียกตัวไปเสียก่อน เขาจึงมิอาจมาสร้างปัญหาให้กับนางได้ในยามนี้
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่เอามือนวดหัวคิ้วของตนเอง พร้อมทั้งตามหาที่เงียบ ๆ สงบ ๆ เพื่อนั่งพักผ่อน
ยามบ่ายคล้อยเช่นนี้ แสงจากดวงอาทิตย์เองพลันค่อย ๆ ลอดส่องผ่านตะแกรงหน้าต่าง ส่องลงมากระทบบนใบหน้าของนาง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยกมือขึ้นหาวอยู่สองสามครั้ง นางเสียพลังงานในการช่วยผายปอดองค์หญิงเย่ว์ลู่ไปมากนัก ทั้งยังกินขนมหวานเข้าไปมาอีกด้วย เมื่อพบเจอห้องอุ่น ๆ รวมไปถึงแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นกับนางนั้น นางจึงเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก้มหน้าพร้อมกับหลับตาลงไปในทันที
มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ยามที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำลังตื่นมาด้วยท่าทีสะลึมสะลือนั้น ภายในตำหนักเรือนรับรองกลับเกิดเสียงกรีดร้องขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน