“ เจ้า เจ้า ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้ายังเห็นเราอยู่ในสายหรือไม่” ฮองเฮาพลันโกรธโมโหจนตัวสั่น
แม่นมทั้งสองเป็นนางกำนัลรับใช้ส่วนตัวของนาง หากว่าพวกนางถูกทุบตีนั้น นี่มิใช่ว่าเป็นการตบหน้านางโดยตรงหรอกหรือ
“เสด็จแม่ ใจเย็นๆ ก่อนเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางยกมือโค้งคำนับ “แม่นมสองคนนี้ช่างหยาบคายและไร้มารยาทยิ่งนัก พวกนางมิรั้งรอให้หม่อมฉันอนุญาตก็เข้ามาค้นตัวเสียแล้ว หม่อมฉันว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม”
“เล่นลิ้น เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ พวกนางล้วนแต่ฟังคำสั่งของเรา ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้ากล้าแข็งข้อกับเรา ทั้งยังวางยาอ๋องสิบอีก ยังคิดก่อเรื่องภายในห้องโถงใหญ่อีกหรือ เรามิเอาเจ้าไว้แน่” ฮงเฮาพลันสะบัดแขนเสื้อของตน “พวกเจ้าเข้ามา”
“ฮองเฮามั่นใจหรือไม่เพคะ ว่าแม่นมทั้งสองฟังคำสั่งของพระองค์จริง ๆ ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เงยหน้าขึ้นมองฮองเฮาด้วยรอยยิ้มที่เย็น “พระองค์แน่ใจหรือ?”
หัวใจของฮองเฮาพลันสั่นสะท้านไปในทันที “แน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้น หากว่าแม่นมทั้งสองคนนี้มีเจตนาที่ชั่วร้าย นั่นยังถือเป็นคำสั่งของท่านหรือไม่เพคะ?” น้ำเสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์สงบนิ่ง
ทว่า ฮองเฮากลับรู้สึกเสมือนถูกฟ้าผ่ากลางแจ้งในทันที
นางมองไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ด้วยแววตาที่ลึกล้ำ "เจ้าต้องการจะเอ่ยสิ่งใดออกมา?"
“หม่อมฉันเพียงแค่อยากจะถามฮองเฮาว่า ทุกสิ่งที่แม่นมทั้งสองคนนี้ได้กระทำลงไป ล้วนแต่ได้รับคำสั่งจากฮองเฮาใช่หรือไม่เพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พลางแย้มยิ้มมองฮองเฮาเล็กน้อย “ฮองเฮาย่อมรู้ดีว่าหม่อมฉันหมายความเช่นไร”
“บังอาจ! ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้ากล้าเอ่ยกับเราเช่นนี้ได้อย่างไร?” ท่ามกลางผู้คนมากมาย พลันมีชายผู้หนึ่งลุกขึ้นยืนด่าทอ “การกระทำเช่นนี้สมควรแล้วหรือ?”
“องค์ชายใหญ่เพคะ ฮองเฮากำลังทำการสืบสวนคดีนี้อยู่ ท่านอย่าได้สอดมือเข้ามายุ่งจักดีกว่าหรือไม่? ความกตัญญูนั้นเป็นเรื่องที่ดี ทว่า หากเป็นการกระทำก่อความวุ่นวายมาถึงฮองเฮานั้นช่างเป็นการกตัญญูที่โง่เง่ายิ่ง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตอบกลับ
ใบหน้าขององค์ชายใหญ่พลันเปลี่ยนไปโดยพลัน ทว่า ก็มิอาจกล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา
ฉินเหยี่ยนเย่ว์จ้องมองไปที่ฮองเฮา
ยามที่ฮองเฮาสบตากับฉินเหยี่ยนเย่ว์นั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์หาได้มีท่าทีเกรงกลัวไม่ ราวกับว่าตนเองได้คว้าชัยเอาไว้ในกำมือแล้ว
“ใช่ แม่นมทั้งสองอยู่ตำหนักของเรา พวกนางย่อมฟังคำสั่งของเราแต่เพียงผู้เดียว ทว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ เราเองก็มิอาจรับประกันในการกระทำของพวกนางทั้งหมด”
ฮองเฮาพอจะคาดเดาจากปฏิกิริยาของฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้ในทันที ฉินเหยี่ยนเย่ว์ย่อมรู้ว่าพิษถูกซ่อนตัวอยู่ในแม่นมทั้งสองอย่างแน่นอน
ใบหน้าของฮองเฮาพลันเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มไปในทันที นางกำมือแน่นเอาไว้ ก่อนจะใช้เล็บจิกเนื้อเข้าไปเนื้อของตนเอง เพื่อสงบสติอารมณ์
แม่นมที่ตกใจนั้น พลันล้มตัวลงไปบนพื้น พร้อมด้วยใบหน้าที่ซีดขาวในทันที
“ทุกคนอย่าเพิ่งรีบร้อนไป แม่นมอีกท่านหนึ่งหาได้บริสุทธิ์ไม่” เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นท่าทีของทุกคนนั้น นางพลันแย้มยิ้มกว้างออกมา “ท่านจักเอามันออกมาเองหรือให้ข้าช่วยนำออกมาดี? มันอยู่ที่แขนเสื้อข้างซ้ายของท่าน”
เมื่อเห็นว่าแม่นมมิอาจซ่อนมันได้อีกต่อไป แม่นมอีกคนจึงฟุบตัวหมอบลงกับพื้นด้วยร่างกายอันสั่นเทา
“ฮองเฮาได้โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเถิด ฮองเฮาได้โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ”
“ฮองเฮาได้โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย”
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่กลับเต็มไปด้วยเสียงของแม่นมสองคนที่พยายามร้องขอความเมตตา
“ฮองเฮาเพคะ ผู้คนรู้หน้าไม่รู้ใจ ในเมื่อพวกนางเป็นคนข้างกายของท่าน ทั้งยังกล้าทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ ทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจยิ่งนัก” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ส่ายหัวไปมา “พวกนางช่างทรยศต่อความไว้วางใจของฮองเฮาเสียจริง ทั้งยังกล้าลอบนำยาพิษเข้ามาอีก นับว่าเป็นการวางแผนมาอย่างดี ในยามที่อ๋องสิบมิรู้ว่าเป็นตายร้ายดีเช่นไร พวกนางสมควรโดนโทษตายเสียจริง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน