ฮองเฮาที่ผ่านคลื่นลมมามากมายนั้น ไม่นานนักพระนางพลันสงบจิตสงบใจได้อย่างรวดเร็ว
นางรู้แล้วว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์กำลังช่วยนางหาทางลงให้กับเรื่องนี้อยู่
มามาสองคนมิอาจซ่อนพิษหรือทำการหลอกลวงได้อีกต่อไป ทั้งยังมีผู้คนมากมายที่เห็นภาพสถานการณ์ตรงหน้า การจะนำนางลงจากตำแหน่งฮองเฮานั้น หากนางก้าวพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ย่อมมิอาจลุกขึ้นมาได้อีกเลย
หากฮองเฮาต้องการหลีกหนีจากเรื่องนี้นั้น มีเพียงอย่างเดียวคือละทิ้งมามาทั้งสองคนนี้ไปเสีย
“หาญกล้ายิ่งนัก” ฮองเฮาตรัสออกมาด้วยท่าทีโศกเศร้า “ข้าปฏิบัติต่อพวกเจ้าอย่างดี พวกเจ้ากลับขวัญกล้าเทียมฟ้าก่อเรื่องเช่นนี้ออกมาได้งั้นหรือ”
“พวกเจ้าเข้ามา ลากพวกนางออกไป...โบยเสีย”
เมื่อพูดออกไปว่า "โบยด้วยไม้นั้น" ภายในใจหัวใจของฮองเฮาราวกับมีเลือดไหลออกมาในทันที
มามาทั้งสองคนนี้เป็นสาวใช้จากบ้านเดิมของนาง แต่เล็กจนโตล้วนแต่ติดตามนางมาโดยตลอด ในยามนี้หากนางต้องรักษาชีวิตของตนเองให้รอด มีแต่ต้องละทิ้งพวกนางทั้งสองคน
เมื่อมามาได้ยินเรื่องเช่นนั้น พวกนางพลันตกใจไปในทันที “ฮองเฮาเพคะ ฮองเฮาเพคะ ไม่นะเพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ ได้โปรดสืบเรื่องนี้ก่อนนะเพคะ”
“ฮองเฮาเพคะ พวกหม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ”
“ยังกล้าเล่นลิ้นอีก พวกเจ้าเข้ามา นำยาพิษขวดนั้นป้อนพวกนางเสีย” ฮองเฮากลัวว่าพวกนางทั้งสองคนจักเอ่ยเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา จึงได้รับสั่งให้คนนำยาพิษกรอกปากพวกนางในทันที
มามาทั้งสองที่มิอาจต่อสู้ดิ้นรนต่อไปได้นั้น หลังจากถูกกรอกยาพิษไปได้ไม่นาน พวกนานพลันกระตุกสองสามครั้งและหมดลมหายใจไป
ดวงตาทั้งสองพลันเบิกโพลงออกมา
“ลากพวกนางออกไปเสีย” ฮองเฮาโบกมือไปมาด้วยท่าทีล้า “พวกนางอยู่กับข้ามานานหลายปีแล้ว จักกล่าวว่ามิมีบุญคุณอันใดเลยก็ไม่ได้ นำร่างของพวกนางไปฝังศพดี ๆ เสีย”
กองกำลังองครักษ์จึงลากศพออกไปในทันที
ภายในห้องโถงใหญ่กลับตกสู่ความเงียบงันที่เย็นยะเยือก
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ได้แต่หลุบตาลง ขนตางอนยาวของนางมิอาจปกปิดดวงตาของนางได้มิด
นางมิได้ตั้งใจจักฆ่าใคร นางมีเพียงแต่ต้องการออกจากสถานการณ์ที่น่าลำบากเช่นนี้เท่านั้น นางมีแต่ต้องเปิดโปงพวกเขาออกมา หลังจากที่มามาถูกเปิดเผยตัวตนออกมานั้น ฮองเฮาย่อมมิคิดเก็บพวกเขาไว้ข้างตัวอีกต่อไป
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเหล่ามามามิตาย ก็ย่อมเป็นนางที่ตายเอง
นางต้องหารหนทางเข้าไปเจอเขา ไม่แน่ว่า บางทีนางอาจจะช่วยเขาได้
“ฮองเฮาเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตัดสินเอ่ยออกมาว่า “ให้หม่อมฉันได้พบหน้าน้องสิบได้หรือไม่เพคะ?”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กลัวว่าฮองเฮาจะปฏิเสธคำขอของนาง จึงรีบเอ่ยขึ้นมาอีกว่า "หม่อมฉันและน้องสิบมักจะไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ หม่อมฉันทนมิได้ที่เขาจักต้องมาจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ ให้หม่อมฉันได้พบหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายเถิดเพคะ”
“อีกทั้ง อ๋องสิบเองก็ยังกินขนมที่หม่อมฉันนำมา หม่อมฉันก็นับว่ามิอาจหลุดพ้นจากการกระทำของตนเองไปได้เช่นกัน หากจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว หม่อมฉันจะไปกราบทูลรับโทษทัณฑ์จากฝ่าบาทเองเพคะ”
ฮองเฮาพลางจ้องมองไปที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์ราวกับมีไฟพ่นออกมา
เดิมทีนางคิดว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นคนบ้าบิ่นโง่เง่า ถึงได้เลือกนางมาเป็นแพะรับบาป
ผู้ใดจักไปรู้กันว่าฉินเหยี่ยนเย่ว์หาได้โง่เง่าไม่ ทั้งยังทำให้นางต้องสูญเสียมือขวาของนางไปอีกสองคนด้วย
ร่างกายพลันเดือดพล่าน อารมณ์โกรธที่จุกอยู่ในอกโดยมิอาจเอ่ยออกไปได้ ทั้งยังมิอาจกล้ำกลืนลงไปอีก
มันเกือบจะระเบิดออกมาแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน