ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอื้อมมืออกไปแตะหน้าผากตงฟางหลี เขากลับมาไข้สูงอีกครั้งจริง
ใบหน้าเขาซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ทว่าหน้าผากกลับร้อนเสียจนน่าตกใจ
ยาลดไข้ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว
“บาดแผลของเขา ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้จริง” หัวใจฉินเหยี่ยนเย่ว์ราวกับถูกบีบรัดแน่น “เจ้าจะต้องหาตัวหมอหลวงหลินมาให้ได้”
อาศัยเพียงแค่นางตัวคนเดียว เกรงว่าคงไม่อาจถอนพิษในตัวตงฟางหลีได้
สิ่งนั้น น่ากลัวกว่านางคิดไว้มากนัก
ตู้เหิงลนลาน จนแทบจะไม่สนใจสิ่งอื่นใด “กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
เขาเอ่ยขณะที่กำลังจะพุ่งตัวไปยังด้านนอก
“กลับมา” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เสียงดุ “รอให้อาการของตงฟางหลีคงที่เสียก่อนแล้วเจ้าค่อยไป เจ้าบุ่มบ่ามออกไปเช่นนี้ มิกลัวว่าข้าจะจับท่านอ๋องของพวกเจ้ากินอย่างนั้นหรือ?”
ตู้เหิงสงบสติอารมณ์ “ขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ เป็นกระหม่อมที่รีบร้อนเกินไป”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ทำอะไรไม่ถูก ตู้เหิงผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นคนที่เคร่งขรึมและน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าเมื่อประสบกับเรื่องด่วนก็จะกลายเป็นคนหุนหันพลันแล่นขึ้นมา
นางหยิบตลับยาแก้อักเสบออกมา ด้วยความคิดสับสนวุ่นวาย
แหวนโง่ ๆ วงนั้น ไม่ได้ให้ยากับนางไปแบบส่งเดช มันจักต้องคาดเดาถึงสถานการณ์ของตงฟางหลีได้เป็นแน่ จึงได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า
ไม่ถูก ไม่ใช่เตรียมการไว้ล่วงหน้า แต่เป็นแหวนได้วินิจอาการของตงฟางหลีได้ก่อนนาง
“ตู้เหิง ข้ามีคำถามอยากจะถามเจ้า” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวเสียงต่ำ
“ตงฟางหลีมีอาการปวดศีรษะตั้งแต่เมื่อเจ็ดวันก่อนใช่หรือไม่ หรือกล่าวได้ว่าเมื่อเจ็ดวันก่อนเขาก็มีอาการปวดศีรษะจนทนไม่ไหว?”
“พ่ะย่ะค่ะ” ตู้เหิงเองก็ไม่ทราบได้ว่าเหตุใดนางจึงถามถึงอาการปวดศีรษะของตงฟางหลี
“เป็นเช่นนี้จริง ๆ ด้วย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์หลุบตาลง มิใช่แหวนคาดเดาได้ แต่เป็นวินิจฉัยอาการได้นานแล้ว
ยิ่งรู้มากเพียงใดก็ยิ่งรู้สึกว่าแหวนวงนี้ผิดปกติอย่างแท้จริง
ทว่าสีหน้าของนางกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่หน้าแดง ไม่รู้จักอาย
หนังหน้านี้ของนาง เกรงว่าจะหนากว่ากำแพงเมืองเสียกระมัง
“เจ้ากำลังเสียดสีข้า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์วางชามน้ำลง แล้วกล่าวขึ้น “หนังหน้าของข้าหนากว่ากำแพงเมือง?”
“……” ตู้เหิงขมับกระตุกยิก ๆ นางมีวิชาอ่านใจหรือ?
“หนังหน้าของข้าหนาเสียยิ่งกว่ากำแพงเมืองอย่างที่เจ้าว่า” นิ้วของฉินเหยี่ยนเย่ว์วางไว้บนจุดชีพจร “หากแพทย์ไม่ใส่ใจต่อชีวิตกลับไปสนใจต่อสิ่งที่หาสาระอันใดมิได้ นั่นถึงจะเป็นการดูหมิ่นต่ออาชีพ”
“ท่านต่างหากที่ใช้ความคิดของคนต่ำต้อยมาประเมิณค่าวิญญูชน จักเป็นการดูหมิ่นชีวิตยิ่ง”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่จะเลื่อนนิ้วมือจากหน้าผากของตงฟางหลีมาที่ริมฝีปาก “จะว่าไปแล้ว ตงฟางหลีได้ทิ้งจุดอ่อนเอาไว้ในกำมือข้าแล้ว”
“ท่านคิดจะทำอะไร?” ตู้เหิงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เหลือบตาขึ้นมอง ด้วยนัยน์ตาเปล่งประกาย และใช้น้ำเสียงที่แม้จะโกรธจนตายก็ทำอะไรไม่ได้เอ่ยอย่างเนิบนาบ “ท่านอ๋องของพวกเจ้าไม่บริสุทธิ์เสียแล้ว เป็นข้าที่ทำให้เขาแปดเปื้อน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน