ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน นิยาย บท 584

บทที่ 584 สำนึกผิด

เซ่งจู้น้อย กองอยู่บนพื้น ราวกับว่านึกถึงบางสิ่งที่ไม่เจ็บปวดทรมานอย่างไม่สามารถบรรยายได้

“นาย......ยังเกลียดผู้หญิงหรือ?” เฉินเกออดไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างเย็นชา

“ฉันพูดไป นายอาจจะไม่เชื่อ เพราะมองจากภายนอก ฉันเกิดมา ก็เป็นเซ่งจู้น้อย แห่งลัทธิศาสนา ที่สูงศักดิ์ คนมากมายที่อิจฉา แต่ฉันบอกได้ไหม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันมีชีวิตอย่างไม่มีความสุขเลย! อีกอย่าง ฉันเกลียดเธอตั้งแต่เด็ก ดังนั้นถึงทำให้ฉันเกลียดผู้หญิงทุกคนไปด้วย!”

เซ่งจู้น้อยพูดต่อ

“ผู้หญิงคนนั้น คือแม่ของฉัน!”

หนังตาของเฉินเกอ อดไม่ได้ที่จะกระตุกเล็กน้อย

ในโลกนี้ ทุกคนล้วนรักแม่ของตัวเอง เฉินเกอไม่เคยได้ยินจริงๆว่า จะเกลียดแม่ของตัวเองได้มากถึงขนาดนี้

และดูจากแววตาของเซ่งจู้น้อยผู้นี้ เฉินเกอได้เห็นความเจ็บปวดที่รุนแรงของเขา

หรือว่าคนที่จิตใจโฉดชั่วเสมือนหมาป่านี้ ยังจะมีเหตุผลอะไร?

“ทำไมนายถึงเกลียดแม่ตัวเอง”

“เมื่ออายุสามขวบ ฉันเพิ่งเริ่มจำเรื่องราวสิ่งต่างๆ ฉันก็ได้เห็นกับตา แม่ของฉันฆ่าพ่อของฉัน และมันยังอยู่ต่อหน้าฉันด้วย!”

เซ่งจู้น้อยพูดด้วยความเจ็บปวด

“จนตอนนี้ ฉันยังจำรูปลักษณ์ของพ่อได้ ก่อนจะเสียชีวิต เขาอยากจับมือฉัน แต่ว่า ตอนนั้นฉันกลัวแทบตาย! ส่วนเธอ ไม่มีจิตใจในการสำนึกผิดเลยสักนิด! ยิ่งไม่ได้สนใจไยดีฉันเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภาพในตอนนั้น ราวกับเป็นคำสาป ทรมานฉันมาตลอด!”

“ส่วนคุณย่า เธอก็รังเกียจฉัน ด่าฉันว่าเป็นมารหัวขน! ฉันเชื่อว่า หากฉันไม่ใช่ลูกคนเดียวของตระกูลเถีย ฉันจะต้องถูกแม่ของย่าทุบตีจนตายแน่นอน ฉันใช้นามสกุลตามพวกเธอ เป็นคนของตระกูลเถีย ในลัทธิอูกู่ น่าสงสาร จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่รู้นามสกุลพ่อเลยด้วยซ้ำ!”

เซ่งจู้น้อยเงยหน้าขึ้น “ฉันรู้ว่านายต้องคิดว่าความสัมพันธ์ในตระกูลของฉันวุ่นวายมาก เหอะๆ พ่อของฉันเป็นการแต่งงานเข้าบ้านฝ่ายหญิง ฉันใช้นามสกุลของแม่ ย่าของฉัน ที่จริงก็คือยายของฉัน!”

“ตั้งแต่เด็ก ฉันก็รู้สึกว่าผู้หญิงเป็นสิ่งชั่วร้าย แต่ว่า ฉันก็รู้ว่า หญิงสาวที่ถูกฉันทำร้ายพวกนั้น พวกเธอบริสุทธิ์ทั้งหมด จริงๆนะ ทุกครั้งที่ทำร้ายเสร็จ ฉันก็จะสำนึกผิดเป็นเวลานาน และยังต้องการชดเชยพวกเธอ แต่ว่าในฐานะเซ่งจู้น้อยฉันทำไม่ได้ ฉันจะต้องทำตามคำสั่งของย่า เราเป็นลัทธิศาสนา สูงศักดิ์เหนือกว่าคนอื่น การปฏิบัติต่อคนอื่น ต้องฆ่าอย่างเด็ดเดี่ยว สมควรฆ่าก็ต้องฆ่า!”

“แต่ว่าฉันทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริงๆ! แต่ย่าดันจะให้ฉัน ฝึกการฆ่าคน!”

“และคืนก่อนที่ฉันจะออกหนี ตอนอายุแปดขวบ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ความชั่วร้ายของฉัน”

“เพราะตอนนั้นฉันกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ได้รู้จักเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีจิตใจดีมาก เธอชื่อเสี่ยวโหล หลี่เสี่ยวโหล คือเธอที่ทำให้ฉันเริ่มหวั่นไหว จริงๆแล้วในโลกนี้ ก็ยังมีผู้หญิงที่ดี แม้ว่าตอนแรกฉันจะต่อต้านเธอ แต่ต่อมา ความเป็นมิตรความเมตตาของเธอ ก็ค่อยๆโน้มน้าวใจฉัน เราสองคนก็เริ่มเรียนและเล่นเกมด้วยกัน เหอะๆ......”

จู่ๆเขาก็ยิ้มอย่างขมขื่น “เราถึงกับได้สัญญากันไว้ ว่าโตขึ้นจะแต่งงานกัน ฉันจำได้ชัดเจน วันนั้นระหว่างทางที่กลับจากโรงเรียน เธอพูดประโยคนี้กับฉัน แล้วฉันก็ถามเธอว่า นั้นต่อไปเธอจะฆ่าฉันไหม? เสี่ยวโหลหัวเราะคิกคักตลอดทาง ในตอนนั้น ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความรัก! เป็นแค่เล่นด้วยกัน แต่ตั้งแต่คืนนั้นไป ฉันก็ไม่เคยเห็นเสี่ยวโหลอีกเลย เธอถูกฆ่าแล้ว ต่อมาฉันจึงรู้ว่า ฆาตกรคือย่าของฉัน!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ เซ่งจู้น้อยก็ร้องไห้น้ำตาอาบหน้า มือจับดินบนพื้นไว้แน่น

“ฉันบอกกับตัวเอง ว่าฉันจะหนี ฉันจะหนีไปไกลจากสองคนนี้ ดังนั้นฉันจึงพายเรือตามลำพัง พาอัฐิของเสี่ยวโหลไปด้วย ขับเคลื่อนในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เสี่ยวโหลเคยบอกว่า เธอชอบนั่งในเรือมากที่สุด มองพระอาทิตย์ตกดิน ฉันจะช่วยเธอสมหวังกับความปรารถนานี้!”

“ไม่รู้ว่าพายเรือมานานแค่ไหน และมองไม่เห็นทางกลับเลย พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว ฉันคิดว่า ฉันจะอดตายในทะเลแล้ว

และในเวลานี้เอง ฉันได้พบกับพี่นางฟ้า เธอสวยมาก และอ่อนโยนมาก นิสัยเหมือนกับเสี่ยวโหลเลย เธอสวมชุดสีขาว ยืนอยู่บนเรือไม้ กำลังเป่าขลุ่ย เหมือนอย่างกับนางฟ้า”

ได้ยินถึงตรงนี้ เฉินเกอก็อดไม่ได้ที่จะตั้งสมาธิมากขึ้น

เพราะเฉินเกอเคยถูกลุงฉินถ่ายทอดวิชาอ่านใจ เพียงแค่มีความสามมากอ่อนกว่าตัวเอง ก็ไม่สามารถหลบจากสายตาตัวเองได้

เห็นได้ชัดว่า เซ่งจู้น้อย ผู้นี้ ในขณะนี้ไม่ได้โกหก

โดยเฉพาะ ในตอนนี้ที่พูดถึงหญิงสาวชุดขาว

ได้ดึงความสนใจของเฉินเกอ

ตามสภาพแวดล้อมที่เซ่งจู้น้อย พูดถึง ในเวลาแบบนั้นแล้ว ใครจะเล่นขลุ่ยบนเรือไม้ ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่?”

หญิงสาวชุดขาวคนนี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!

เฉินเกอคาดเดา

“คือเธอที่ช่วยฉันไว้ และยังสอนวิชาเหล่านี้ให้ฉัน วิชาหดตัว กลยุทธ์จักจั่นลอกคราบและกุยซีกุง บอกให้ฉันแอบฝึกอย่างลับๆ อย่าให้คนอื่นรู้ หลังจากนั้น ก็จะสามารถควบคุมโชคชะตาด้วยตัวเองแล้ว!”

เถียเฉิง พูดจบ เช็ดน้ำตาออก

“ใกล้จะตาย บอกทุกอย่างออกมา ความรู้สึกแบบนี้ช่างดีจริงๆ ฉันไม่ต้องแบกรับภาระหนักนี้อีกต่อไปแล้ว ขอบคุณท่าน ฟังเรื่องเล่าของฉันจนจบ แค่ก่อนจะตาย ฉันอยากขอให้คุณช่วยเป็นครั้งสุดท้าย!”

เถียเฉิง พูดขึ้น

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน