เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 246

บทที่ 246 ปิดประกาศทั่วเมือง

“ความคิดนี้ของท่านอาจารย์ยอดเยี่ยมทีเดียว!”

ดวงตาของชิงมู่หลานเป็นประกาย “เงินรางวัลสูงเช่นนี้ไม่ต้องห่วงเลย ข้าเชื่อว่าหากปิดประกาศไป เก้าในสิบส่วนของคนในเมืองจะกลายเป็นหูเป็นตาให้เจ้าเอง!”

ไม่นาน ต้าหลิวก็ออกไปกับเซียวตูเว่ยพร้อมกับกองกระดาษที่จะนำไปปิดประกาศ

หลังจากนั้นก็ได้เห็นกลุ่มทหารท้องถิ่นเที่ยวปิดประกาศไปทั่วทั้งเมือง

ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีการศึกษา ดังนั้นเมื่อทำการปิดประกาศเสร็จ เหล่าทหารจึงไม่จากไปในทันทีและยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่ออธิบายให้ชาวบ้านฟัง

“ข้อความนี้กล่าวไว้ว่าอย่างไรหรือ?” ชาวบ้านเอ่ยถามทหารนายหนึ่ง

ชาวบ้านบางคนถามอย่างกล้าหาญว่า “ทางราชสำนักจะลดหย่อนส่วยให้หรือ?”

ข่าวสงครามทางเหนือค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังชวนสู่ ชาวบ้านบางคนก็ได้รับข่าวมาว่าทางราชสำนักได้รับชัยชนะในครั้งนี้ และพวกเขาต่างก็ตั้งตารอข่าวที่ว่าราชสำนักจะลดส่วย

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาถูกกำหนดให้ต้องผิดหวัง

แทนที่จะลดส่วยในปีหน้า กลับมีแนวโน้มที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น

“ไม่ใช่ นี่เป็นการปิดประกาศ”

ทหารพูดเสียงดัง “แม่นางเสียวเป่ยถูกชายสวมหน้ากากลักพาตัวไปจากตลาดนายหน้าเมื่อเช้าวานนี้ ท่านอาจารย์จินเฟิงได้เสนอรางวัลสำหรับเบาะแส หากผู้ใดให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์และช่วยตามหาแม่นางเสียวเป่ยได้ ท่านอาจารย์จินจะให้เงินตอบแทน 300 ตำลึงเงิน และหากผู้ใดส่งตัวแม่นางเสียวเป่ยกลับมาให้ท่านอาจารย์จินได้อย่างปลอดภัยจะได้รับรางวัลตอบแทน 1,000 ตำลึงเงิน!

ช่วงนี้ผู้ใดได้รับเบาะแส สามารถไปที่จวนจวิ้นโส่วเพื่อรายงานได้ จะมีคนคอยรับเรื่องอยู่ที่นั่น หากข้อมูลที่ให้มามีประโยชน์ก็สามารถรับเงินรางวัลได้ที่จวนจวิ้นโส่ว!”

ในความเป็นจริง ทหารนายนี้ก็ไม่มีการศึกษา แต่เนื้อหาอย่างการให้รางวัลนั้นง่ายมาก เขาจดจำมันไว้ในใจแล้วอธิบายออกมาอย่างง่ายดาย

“อะไรนะ มีเงินรางวัลให้ 1,000 ตำลึงเงินหากตามหาคนเจออย่างนั้นหรือ?”

“เจ้าไม่ได้ยินที่นายทหารผู้นี้พูดรึ? ต้องพาคน ๆ นั้นมาส่งอย่างปลอดภัยด้วยถึงจะได้ค่าตอบแทน 1,000 ตำลึงเงิน แต่หากเจ้ามีเบาะแสที่เป็นประโยชน์ เจ้าก็จะได้รับเงินรางวัลตอบแทนแค่ 300 ตำลึงเงิน!”

“แค่ 300 ตำลึงเงินอย่างนั้นหรือ? เจ้ากล้าพูดนะ เจ้าเคยเห็นเงิน 300 ตำลึงเงินหรือไม่?”

“ข้าไม่เคยเห็น เงินจำนวนมากที่สุดที่ข้าเคยสัมผัสในชีวิตคือ 5 ตำลึงเงิน”

“ท่านอาจารย์จินทำทุกอย่างเพื่อถังเสียวเป่ย แม้กระทั่งยอมจ่ายเงินออกไปเป็นจำนวนมาก!”

“เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ ท่านอาจารย์จินไม่เพียงแต่แต่งกวีปลูกข้าวตอนแดดกล้าเท่านั้น แต่ยังเขียนบทกวีให้กับแม่นางเสียวเป่ยด้วย ที่กล่าวไว้ว่างามค่าราวทองพันกว้านอะไรสักอย่าง?”

“ครั้งนี้เขายังต้องใช้เงินไปเป็นจำนวนมากกับหญิงงามนางนี้”

“เจ้าจะไปรู้อะไร นี่มัน…!”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว วันนี้ข้าไม่ไปทำงาน ข้าจะไปช่วยตามหาแม่นางเสียวเป่ย!”

ไม่ต้องพูดถึงชาวบ้านธรรมดาทั่วไป พ่อค้าบางคนยังรู้สึกว่าเงิน 300 ตำลึงเงินถือเป็นเงินจำนวนมหาศาล

ด้วยแรงกระตุ้นจากค่าหัวที่สูง ข่าวการปิดประกาศแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว หลายคนออกจากบ้านและเดินไปรอบ ๆ ตลาดนายหน้าเพียงเพราะหวังว่าจะโชคดีพอที่จะพบเบาะแสบางอย่าง

ครึ่งชั่วยามต่อมา ผู้คนก็เริ่มมาที่จวนจวิ้นโส่วเพื่อรายงานเบาะแส

ในเวลานี้ มีการตั้งกระโจมเล็ก ๆ กว่าสิบหลังในพื้นที่เปิดโล่งตรงทางเข้าจวนจวิ้นโส่ว โดยในกระโจมแต่ละหลังจะมีเจ้าหน้าที่คอยทำหน้าที่บันทึกเบาะแสที่ประชาชนให้มา

นอกจากนี้ยังมีการรับประกันความเป็นส่วนตัวและขจัดความกังวลของผู้คนเพื่อไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาเล่นงานชาวบ้านในภายหลังด้วย

ด้านข้างของพื้นที่โล่ง มีโต๊ะขนาดใหญ่ที่มีแท่งเงินวางอยู่

ในความเป็นจริง เงิน 1,000 ตำลึงเงินไม่ได้ดูเยอะมาก แต่เพื่อให้มองเห็นภาพ จินเฟิงจงใจขอให้ผู้คนนำแท่งเงินมาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ

มันจึงดูเหมือนเนินเขาที่ส่องแสงแวววาวใต้แสดงอาทิตย์

“ตอนนี้ยังไม่ได้ข่าวคราวของเสียวเป่ย ข้าจะหลับลงได้อย่างไร?”

จินเฟิงหยิบถ้วยน้ำขึ้นมาแล้วจิบ “ข้าว่าจะอ่านดูอีกสักสองหน้า”

ขณะที่ดื่มน้ำ ชายหนุ่มก็หยิบหน้าที่ยังไม่ได้อ่านขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เขียนไว้ จินเฟิงก็เบิกตากว้างขึ้นทันที เขาส่งถ้วยน้ำให้ถังตงตงและรีบหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

“ท่านอาจารย์ ท่านกำลังหาสิ่งใดหรือ?”

ชิ่งมู่หลานที่เข้ามาทีหลังถาม

“มองหามัน!”

จินเฟิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขาเคยเปิดผ่านไปก่อนหน้านี้

หน้านี้บันทึกรายงานจากหญิงชราคนหนึ่ง ตามคำบอกเล่าของหญิงชรา เพื่อนบ้านของนางเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่ทั้งวันไม่ทำอะไรเลย นอกจากกินดื่มและหมกมุ่นแต่เรื่องกามารมณ์และการพนัน เมื่อพวกเขามีเงินพวกเขาก็ใช้มันซื้อเหล้า ไม่เหลือเงินไว้ยังชีพ

เช้าวานนี้ มีรถม้ามาที่บ้านของสหายสองคนนี้ หลังจากนั้นสหายผู้น้องก็ออกไปซื้อเหล้ามาหลายไหและเนื้ออีกห้าถึงหกสิบจิน รวมไปถึงข้าวและสิ่งของอื่น ๆ

หญิงชราสงสัยว่าเป็นสหายทั้งสองคนนี้ที่ลักพาตัวถังเสียวเป่ย

เมื่อจินเฟิงเห็นข้อมูลนี้ เขาไม่ได้สนใจมันมากนักเพราะรู้สึกว่าหญิงชราพูดเกินจริง ไม่ว่าสหายทั้งสองจะโลภแค่ไหน พวกเขาก็คงไม่สามารถซื้อเนื้อห้าถึงหกสิบจินได้ในคราวเดียวหรอกใช่ไหม?

ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงและอากาศก็ยังร้อน ถ้ากินเนื้อไม่หมด มันจะเสียภายในสามวัน พวกเขาจะซื้อมาทำไมมากมาย?

แต่ในหน้าที่จินเฟิงเห็นขณะที่กำลังดื่มน้ำอยู่นั้น ชายคนหนึ่งบอกว่าเขาเดินผ่านตรอกด้านหลังซีต้าเจียเมื่อเช้าวานนี้ และเห็นรถม้าคันหนึ่งออกมาจากตรอกด้านหลังและมุ่งหน้าไปทางเหนือของเมือง

ทั้งสองเบาะแสไม่มีอะไรขัดแย้งกัน และเมื่อนำมารวมกันจินเฟิงกลับรู้สึกว่านี่เป็นข้อมูลที่เชื่อมโยง และสิ่งนี้ก็ทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นเร็วขึ้นทันที!

“ตงตง ไปเรียกต้าหลิวและโหวจื่อมา!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์