เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 268

บทที่ 268 ไปได้ดี (รีไรท์)

ช่วงนี้ กลุ่มคนทำงานจากหอการค้าได้เข้าไปตามสถานที่ต่าง ๆ และสบู่หอมก็ค่อย ๆ ปรากฏในอำเภอต่าง ๆ ในกวางเหยวียน

อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลร้านหญิงที่ได้รับการฝึกอบรมจากถังเสียวเป่ยมีความสามารถเทียบเท่ากับคนที่ได้รับการฝึกอบรมจากจินเฟิง แต่พวกนางไม่ได้มีความสามารถเทียบเท่ากับถังเสียวเป่ย ดังนั้นงานส่งเสริมการขายจึงไม่คืบหน้าราบรื่นเหมือนกับถังเสียวเป่ยในกวางเหยวียน

แต่ทองคำก็คือทองคำวันยันค่ำ ด้วยความพยายามของผู้ดูแลร้านหญิง ความนิยมของสบู่หอมในหมู่ตระกูลร่ำรวยในอำเภอต่าง ๆ ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

และพวกเขาก็จะมีแนวคิดใกล้เคียงกัน เมื่อบางสิ่งมีชื่อเสียงขึ้นมา การขายก็จะง่ายขึ้นมาก

เมื่อจ้าวเสี้ยนเว่ยได้กลิ่นหอมของดอกมะลิบนตัวอนุภรรยาของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาจึงถามถึงเรื่องนี้

ต่อมาเขาก็ได้รู้ว่าสบู่กล่องหนึ่งราคาห้าตำลึงเงินและอนุภรรยาของเขาที่เก็บเงินทุกเดือนมาเป็นเวลานานก็เพื่อซื้อสบู่กล่องหนึ่ง

เดิมทีจ้าวเสี้ยนเว่ยคิดว่าของแพงขนาดนี้คงมีคนซื้อไม่เท่าไร แต่เขาประเมินมันต่ำเกินไปและลืมคิดไปว่าสตรีชอบเครื่องหอมมากแค่ไหน ไหนจะความคิดทะเยอะทะยานอยากเปรียบเทียบตนเองกับบรรดาฮูหยินจากตระกูลร่ำรวยอยู่เสมออีก

วันรุ่งขึ้นที่เขาออกไปทำธุระ เขาบังเอิญพบกับหญิงสาวคนหนึ่งขายสบู่หอมอยู่ เมื่อเขาเห็นหญิงรับใช้หลายสิบคนเข้าแถวซื้อ จ้าวเสี้ยนเว่ยก็สับสนเล็กน้อยว่าเหตุใดคนถึงยอมใช้เงินมากมายขนาดนั้นซื้อสิ่งที่นำไปใช้ชำระล้างร่างกายกัน?

และน่าเสียดายที่มันเป็นเรื่องจริง เขายืนอยู่ข้างทางพร้อมกับชาหนึ่งถ้วยและมองดูสบู่หอมที่ถูกขายออกไปมากกว่าหกสิบกล่อง

นั่นเป็นเงินมากกว่าสามร้อยตำลึงเงิน!

ในเวลานั้นเองที่จ้าวเสี้ยนเว่ยเริ่มใจเต้นแรง

ในเวลาอันสั้นสามารถขายของได้ถึงสามร้อยตำลึงเงิน แล้วในหนึ่งวันจะขายได้เท่าไร?

แล้วหนึ่งเดือนเล่า?!

หลังจากกลับไป เขาก็ขอให้คนไปสอบถามที่มาที่ไปของสบู่หอม

แต่เป็นที่น่าเสียดาย ผู้ดูแลร้านหญิงที่กำลังอยู่ในช่วงทดลองงาน ได้รับคำสั่งจากถังเสียวเป่ยว่า ห้ามพวกนางใช้ชื่อจินเฟิงแห่งจินชวนเด็ดขาด จ้าวเสี้ยนเว่ยรู้เพียงว่าสบู่หอมนี้มาจากหอการค้าจินชวนและสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัย

เขาไม่สามารถสืบทราบได้ว่า ใครคือหัวหน้าที่อยู่เบื้องหลังหอการค้าจินชวน

ขณะที่กำลังจะคิดถึงวิธีแก้ปัญหาอื่น เขาก็ได้ยินเผิงเหล่าเหยียพูดว่าสบู่หอมเป็นของจินเฟิง

จ้าวเสี้ยนเว่ยเริ่มให้ความสนใจทันที “จินเฟิงเป็นคนทำสบู่หอมนี้ขึ้นมาหรือ? เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใด?”

“ใต้เท้า เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าเข้าไปทำธุระในตัวเมืองจึงไปที่สถานเริงรมย์หลวงกับเหล่าสหาย และข้าก็ค้นพบว่าหญิงสาวในสถานเริงรมย์หลวงต่างก็ใช้สบู่หอม…”

เผิงเหล่าเหยียส่ายหัว

ในขณะที่เขากำลังจะเล่าต่อ จ้าวเสี้ยนเว่ยก็ขัดจังหวะอย่างเหลืออด “ข้าไม่อยากได้ยินสิ่งนี้ บอกข้ามาว่าเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจินเฟิงเป็นผู้ทำสบู่หอม?!”

“ใต้เท้า เรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วกวางเหยวียน…”

เผิงเหล่าเหยียรีบเล่าเรื่องของจินเฟิงและถังเสียวเป่ยออกไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการขายสบู่หอมในเวลาต่อมาของถังเสียวเป่ยด้วย

“ที่แท้จินเฟิงก็เข้าเมืองไปเพราะเรื่องนี้เองหรือ”

หลังจากโจวซือเหยียตาย จ้าวเสี้ยนเว่ยก็พยายามเข้าครอบครองเขาเถี่ยกว้านมากกว่าหนึ่งครั้ง เขาถึงกับให้คนไปซุ่มโจมตีจินฟิงในเฮยเฟิงหลิ่ง

หลังจากการซุ่มโจมตีล้มเหลว เขาเป็นกังวลอยู่หลายวันและยังขอให้กลุ่มโจรที่รอดชีวิตไปซ่อนตัวอีกด้วย

เป็นผลให้จินเฟิงไม่ได้ส่งใครไปสอบสวนเรื่องนี้ และจ้าวเสี้ยนเว่ยก็รู้สึกขอบคุณที่เขาลอยตัวมาได้เป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม จ้าวเสี้ยนเว่ยเองก็กลัวว่าจะถูกจินเฟิงจับได้ เขาจึงไม่ได้ส่งใครตามไปที่ตัวเมืองเพื่อสืบเรื่องของจินเฟิง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ทราบที่มาของสบู่หอมจนกระทั่งสบู่หอมถูกซื้อเข้ามาในบ้าน

เดิมทีจ้าวเสี้ยนเว่ยรู้สึกสนใจในตัวสบู่ แต่เมื่อเขารู้ว่าจินเฟิงเป็นคนทำก็หยุดความตื่นเต้นทันที เขารู้สึกว่าทั้งอุ้งเท้าหมีและหญิงสาวจากหอจินเยว่ไม่หอมหวานอีกต่อไป

“จินเฟิงก็เช่นเดียวกัน แค่ขายสบู่หอมในกวางเหยวียนก็สามารถสร้างรายได้ให้เขามากกว่าพันตำลึงเงินต่อเดือน และดูเหมือนว่าจะเปิดโรงงานสิ่งทออะไรสักอย่างด้วย? สุดท้ายแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่”

จูเหล่าเหยียพูดอย่างหัวเสีย

“ใครจะไปคิดว่าเขาจะทำเงินได้มากกว่า ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้ซีเหอวานส่งเกวียนหลายสิบเล่มไปยังตัวเมืองเพื่อทำการส่งด้ายป่าน หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว เกวียนแต่ละเล่มสามารถทำเงินได้อย่างน้อยหนึ่งตำลึง และเหมือนว่าวันนี้เขาจะทำเงินได้หลายสิบตำลึงเงินเชียวล่ะ”

เผิงเหล่าเหยียกล่าวว่า “ทั้งหมดเป็นเพราะจินเฟิงจ่ายเงินค่าจ้างให้กับคนงานหญิงค่อนข้างสูง ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะมีรายได้มากกว่านี้อีก!”

ทุกครั้งที่ไปตลาดในเมือง ตราบใดที่เห็นสตรีแต่งตัวดี ๆ มาสั่งเนื้อ คนขายเนื้อจะรู้ได้ทันทีว่านี่คือสตรีจากซีเหอวาน

หลังจากรับเนื้อไปแล้ว หญิงสาวก็จะถือเนื้อไว้ในมืออย่างภาคภูมิใจ เมื่อพบคนรู้จักจากหมู่บ้านอื่น ๆ พวกนางจะบ่นถึงงานที่เหน็ดเหนื่อยและแทบอยากจะเอาเนื้อไปจ่อตรงหน้าอีกฝ่าย

และสิ่งนี้ก็มักจะทำให้คนหมู่บ้านอื่นอิจฉา

ผลจากการขยายโรงงานสิ่งทอทำให้ทางกวานเจียวานมีกำลังซื้อมากขึ้น และกิจการขายเนื้อสัตว์ในอำเภอก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ในอดีต นายพรานที่จับหมูป่าและเหยื่อขนาดใหญ่อื่น ๆ บนภูเขาทำได้เพียงส่งพวกมันไปที่ตัวอำเภอเพื่อขาย เพราะหากขายในตัวตำบลอย่างไรก็คงขายไม่หมด

แต่ตอนนี้ไม่ทันถึงช่วงสายก็สามารถขายเนื้อได้หมดแล้ว

หากไม่สามารถขายพวกมันได้จริง ๆ ก็ไม่สำคัญ เพราะสามารถส่งเนื้อสัตว์นั้นไปขายที่ตัวอำเภอซีเหอวานได้ พวกเรามีเท่าไรพวกเขาก็จะรับซื้อไว้ทั้งหมด

ทุกครั้งที่เห็นนายพรานเข้ามาในหมู่บ้าน คนงานหญิงในโรงงานสิ่งทอก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้มีเนื้อกิน

สตรีในชวนสู่งดงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ ก่อนหน้านี้พวกนางต้องทำงานในทุ่งนาจึงตากแดดจนผิวดำคล้ำและผอมแห้งเนื่องจากขาดแคลนอาหาร

แต่ตราบใดที่ได้เข้าไปทำงานในโรงงานสิ่งทอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินอีก พวกนางได้ทำงานในที่ร่มและไม่ต้องออกไปเผชิญแสดงแดด สตรีที่มีรูปร่างผอมบาง ตอนนี้ล้วนแต่หุ่นดีและมีผิวพรรณขาวผ่องทั้งนั้น

แม้ว่าคนงานหญิงจำนวนมากจะมีรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า แต่พวกนางก็แต่งตัวสะอาดและมีกลิ่นสบู่หอมติดกาย

โรงงานสิ่งทอจะไม่มีวันเห็นสตรีเนื้อตัวเปรอะเปื้อนหรือมีเหาอยู่บนหัวอีกต่อไป

‘สินค้าขาดทุน’ ที่ยากต่อการแต่งงานในอดีตกลายเป็น ‘สินค้ายอดนิยม’ ทันทีที่เข้ามาในโรงงานสิ่งทอ

คนงานหญิงในโรงงานสิ่งทอไปได้สวยในซีเหอวาน ทุกครั้งที่นายพรานจากหมู่บ้านอื่นมาขายเหยื่อ พวกเขาจงใจรีบไปที่หน้าโรงงานทันทีทั้งก่อนและหลังเลิกงาน

แม้แต่จินเฟิง บางครั้งก็ยังไปเปิดหูเปิดตาที่โรงงานสิ่งทอเมื่อเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ด้วยเหตุนี้ถังเสียวเป่ยจึงเยาะเย้ยเขาว่าเป็นหัวขโมยแต่ไม่มีความกล้าหาญ

จินเฟิงไม่สามารถทนต่อการยั่วยุเช่นนั้นได้และ ‘ทำ’ ให้ถังเสียวเป่ยพูดไม่ออกอยู่หลายครั้ง

ไม่จำเป็นต้องส่งเสริมชื่อเสียงของโรงงานเพิ่มเติม เพราะชื่อเสียงของโรงงานสิ่งทอได้แพร่สะพัดไปทั่ว นี่เป็นเหตุผลที่โรงงานสิ่งทอทำการรับสมัครคนงานหญิงจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น บางคนถึงกับเต็มใจที่จะออกจากบ้านเกิดและพาครอบครัวของพวกนางมาที่ซีเหอวานเลยด้วยซ้ำ

เนื่องจากการสื่อสารที่ค่อนข้างล้าหลัง โรงงานสิ่งทอจึงเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมาเพิ่มขึ้นทุกวัน…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์