บทที่ 267 คหบดีทรงอิทธิพล
ภัตตาคารเว่ยเจียเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในอำเภอจินชวน อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำเริงสำราญที่มีชื่อเสียงที่สุดในจินชวน ว่ากันว่าหญิงรับใช้ที่อยู่ข้างในนั้นแสวงหามาจากสถานที่ต่าง ๆ และโดยปกติแล้วราคาอาหารมื้อเดียวสามารถเลี้ยงคนธรรมดาได้ถึงครึ่งปี
ทว่าวันนี้ ในชั้นสามที่หรูหราที่สุดของภัตตาคารเว่ยเจียก็ถูกจองเอาไว้
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วนสองคนทยอยเดินเข้าไปในห้องด้านในสุด
พวกเขาเป็นคหบดีทรงอิทธิพลในจินชวน แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่อิทธิพลของพวกเขาในหมู่บ้านและตัวอำเภอบางครั้งก็ยิ่งใหญ่กว่าหน่วยงานราชการเสียอีก
อีกทั้งพวกเขายังเป็นลูกค้ารายใหญ่ของภัตตาคารเว่ยเจียและบริจาคเงินให้กับภัตตาคารแห่งนี้อย่างน้อยหลายร้อยตำลึงทุกปี
“นายท่านจู นายท่านเผิง!”
ผู้ดูแลร้านยิ้มและโค้งคำนับทั้งสอง “วันนี้พวกนายท่านมาถูกเวลาจริง เมื่อคืนนี้กลุ่มปราบเสือจากเฮยสยงโกวเพิ่งส่งหมีดำมาหนึ่งตัว ข้าไปดูมาแล้ว อุ้งเท้าหมีนั้นถือว่าเป็นของหายาก หากนายท่านทั้งสองอยากลอง ข้าจะขอให้พ่อครัวโจวจากเมืองหลวงลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง!”
“อุ้งเท้าหมีหายากอย่างนั้นหรือ?”
ในตอนแรกจูเหล่าเหยียมีสีหน้าเศร้าหมอง เมื่อเขาได้ยินคำว่าอุ้งเท้าหมี ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นทันที
“นอกจากอุ้งเท้าหมีแล้ว เรายังนำหญิงสาวสองคนกลับมาจากหอจินเยว่ในเมืองหลวงอีกด้วย พวกนางได้รับการฝึกฝนวิชามาจากผู้ช่ำชองหอจินเยว่ มีความเชี่ยวชาญในการเล่นพิณ หมากล้อม เขียนพู่กันและวาดภาพ อีกทั้งพวกนางยังได้เรียนรู้วิธีการอาบน้ำจากสบู่หอมที่เป็นที่นิยมจากกวางเหยวียนอีกด้วย หากนายท่านทั้งสองสนใจ ข้าก็อยากให้ลอง รับรองว่าไม่ผิดหวัง”
หลังจากที่ผู้ดูแลร้านขายอุ้งเท้าหมีเสร็จ เขาก็เริ่มการขายหญิงสาวอีกครั้ง
ตอนนี้ดวงตาของเผิงเหล่าเหยียเป็นประกายขึ้นเช่นกัน
แต่แล้วเขาก็ส่ายหัว “ตอนนี้เก็บอุ้งเท้าหมีและหญิงสาวไว้ก่อน เรามีเรื่องต้องทำช่วงบ่าย ไว้คุยกันอีกทีหลังสะสางธุระเสร็จ”
“ใช่ ยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง!” จูเหล่าเหยียพูดขึ้นว่า “ไปยกน้ำชามาให้พวกข้า แล้วอย่าให้ผู้ใดเข้ามารบกวน”
“รับทราบ!”
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้ดูแลร้านก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งคู่กำลังจะคุยกัน เขาจึงโค้งคำนับอีกครั้งแล้วจากไป
ไม่นานหญิงรับใช้ก็ยกน้ำชามาให้ก่อนที่จะขอตัวออกไปเช่นกัน
แต่ทั้งสองยังไม่ได้พูดคุยอะไร พวกเขานั่งอยู่เฉย ๆ และถือถ้วยชารออย่างเงียบ ๆ
หลังจากรอเกือบหนึ่งก้านธูป จ้าวเสี้ยนเว่ยซึ่งสวมชุดลำลองก็มาถึงในที่สุด
“ทำความเคารพใต้เท้า!”
ทั้งสองรีบลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปทักทายผู้มาใหม่
จ้าวเสี้ยนเว่ยไม่ตอบอะไร พูดเพียงแต่ว่า “มีเรื่องอะไรก็ว่ามา ไยถึงรีบร้อนที่จะพบข้าขนาดนี้?”
คหบดีทั้งสองมองหน้ากันและสาปแช่งจ้าวเสี้ยนเว่ยในใจ
ในจินชวนมีโจรสี่กลุ่มที่มีหน้าที่เก็บส่วยข้าวประจำปี ตอนนี้โจวซือเหยียและโจรเขาเถี่ยกว้านถูกจินเฟิงกวาดล้างออกไปเป็นที่เรียบร้อยจึงเหลือโจรเพียงสามกลุ่มเท่านั้น
คหบดีทั้งสองคนมาพบจ้าวเสี้ยนเว่ยเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีรับมือกับการอพยพของผู้คนที่ไปยังซีเหอวาน
หากพวกเขาทั้งสองรู้เรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จ้าวเสี้ยนเว่ยจะไม่รู้
ทว่าอีกฝ่ายกลับมีท่าทางงงงวย
เดิมทีเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาของพวกเขาทั้งสาม แต่พอเป็นเช่นนี้แล้ว เหมือนกับเขาทั้งคู่มาขอความช่วยเหลือจากจ้าวเสี้ยนเว่ยเสียได้
จ้าวเสี้ยนเว่ยนั้นแข็งแกร่งและมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ หากเป็นเวลาปกติ ทั้งสองคนคงยอมเขาไปตามสภาพ
แต่คราวนี้เกี่ยวข้องกับจินเฟิงในซีเหอวาน พวกเขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้
เพราะจินเฟิงคือบุรุษโหดเหี้ยมที่สามารถทำลายเขาเถี่ยกว้านได้ พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับจินเฟิงได้ ไม่เช่นนั้น คงไม่มาพบจ้าวเสี้ยนเว่ยและเข้ายึดครองเขาเถี่ยกว้านด้วยตัวเองไปนานแล้ว
เพราะไม่ยอมเสียหน้า จูเหล่าเหยียก็เริ่มเปิดเผยภูมิหลังของเผิงเหล่าเหยียทันที
“เรื่องที่เจ้าก่อเอาไว้ก็ไม่น้อย ข้าก็ไม่เห็นว่าเจ้าจะแต่งผู้ใดเข้าบ้านเช่นกัน!” เผิงเหล่าเหยียโต้กลับทันที
“พวกเจ้าหุบปาก! เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บุรุษควรเอามาอวดอ้างกันอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าสองคนพูดได้ไม่อายปากจริง ๆ!”
เมื่อจ้าวเสี้ยนเว่ยเห็นว่าทั้งสองกำลังแข่งขันกันจริงจัง เขาก็โกรธมากเสียจนตบโต๊ะเสียงดัง
“พูดเรื่องที่เป็นสาระสำคัญ!”
เมื่อทั้งสองเห็นว่าจ้าวเสี้ยนเว่ยเริ่มมีโทสะ ทั้งคู่ก็สงบลง
แต่จ้าวเสี้ยนเว่ยไม่สนใจที่จะจัดการอะไรต่อ “ข้ายังมีเรื่องต้องสะสางที่จวนว่าการ ข้าขอตัว”
“ใต้เท้า ข้าจองโต๊ะไว้แล้ว ผู้ดูแลร้านบอกว่าเมื่อวานได้รับอุ้งเท้าหมีชั้นดีมา และอีกไม่นานก็จะถึงเวลาอาหาร อยู่กินข้าวให้เสร็จก่อนเถิดค่อยเดินทางกลับ” จูเหล่าเหยียชักชวน
“ใช่! ผู้ดูแลร้านบอกว่าเขานำตัวหญิงสาวสองคนที่ได้รับการฝึกฝนจากผู้ช่ำชองจากหอจินเยว่ในเมืองหลวงด้วย ข้าจะขอให้ผู้ดูแลร้านนำตัวพวกนางมาให้เชยชม หากใต้เท้าชื่นชอบ คืนนี้ก็พักที่นี่เถิด”
เผิงเหล่าเหยียรีบเอ่ยเสริม
“อุ้งเท้าหมี? หญิงสาวจากหอจินเยว่อย่างนั้นรึ?”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกำลังจะออกไป แต่เขาก็นั่งลงอีกครั้งหลังจากได้ยินดังนี้ “พวกเจ้าได้ข่าวคราวอะไรมาจากซีเหอวานอีก”
“ตอนนี้ชาวบ้านในซีเหอวานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก แทบไม่ได้ยินเรื่องราวอะไรออกมาเลย แต่ข้าได้ข่าวว่าสบู่หอมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้มีจินเฟิงเป็นผู้ผลิต”
เผิงเหล่าเหยียกล่าว
“สบู่หอมนั้น จินเฟิงเป็นคนทำอย่างนั้นรึ?!” ร่องรอยของความประหลาดใจแวบขึ้นมาในดวงตาของจ้าวเสี้ยนเว่ย “เจ้าไปได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใด?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์