บทที่ 266 สำนักศึกษาซีเหอวาน
กวานเสี่ยวเอ๋อผู้ที่น่าสงสารพอ ๆ กับแมวจรจัดคราพบกันครั้งแรก ตอนนี้เติบโตขึ้นมากตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านของจินเฟิง นางไม่ต้องกังวลเรื่องการกินอยู่ อีกทั้งยังไม่ต้องทำงานอีกด้วย
เมื่อนางกินข้าวเสร็จ นางจะวางถ้วยข้าวไว้บนโต๊ะแล้วพาเด็กกลุ่มหนึ่งขึ้นไปบนภูเขาเพื่อขุดรังนกหรือลงไปตามแม่น้ำเพื่อจับปลา
กวานเสี่ยวเอ๋อกลายเป็นหัวโจกประจำหมู่บ้านไปเป็นที่เรียบร้อย
หากเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนานตามประสาเด็ก ๆ เขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก ทว่าวันนั้นจินเฟิงพาหว่านเหนียงและกวานเสี่ยวโหรวเข้าไปในห้องทดลองเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องเครื่องหอม จู่ ๆ ถังเสียวเป่ยก็เข้ามาหา
เพราะเสี่ยวเอ๋อพาเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งไปจับปลา เมื่อนางเห็นว่ามีครอบครัวหนึ่งที่ทางเข้าหมู่บ้านออกไปทำงานจึงลอบเข้าไปในบ้านของพวกเขาเพื่อย่างปลาและทำไฟไหม้ครัว
โชคดีที่เด็ก ๆ หนีออกไปได้อย่างรวดเร็วและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ครัวของบ้านหลังนั้นกลับถูกไฟไหม้วอดวาย
จินเฟิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากชดใช้ค่าเสียหายและพาเสี่ยวเอ๋อกลับมาด้วยความโกรธ
เช้าวันนั้น เขาขอให้ต้าหลิวส่งทหารผ่านศึกไปที่เมืองกวางเหยวียนเพื่อซื้อเด็กหญิงที่รู้หนังสือสองคนมาจากตลาดนายหน้า
ในเวลาเดียวกัน กวานเสี่ยวโหรวก็ถูกขอให้ไปทำความสะอาดบ้านหลังเก่าที่ยังไม่ได้รื้อถอน
จินเฟิงยังขอให้ผู้ใหญ่บ้านทำกระดานดำในกระท่อมเพิงหญ้าคาที่เคยเป็นสถานที่ปั่นด้ายก่อนหน้านี้ด้วย
ไม่กี่วันต่อมา จินเฟิงก็ประกาศในการประชุมโรงงานสิ่งทอว่า สำนักศึกษาซีเหอวานได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ไม่เพียงแต่เสี่ยวเอ๋อและกลุ่มเด็กซุกซนเท่านั้น ใครก็ตามที่ทำงานในซีเหอวานมานานกว่าสามเดือนสามารถลงชื่อบุตรของตนและส่งพวกเขาไปเรียนที่นั่นได้
ทันทีที่มีข่าวออกมาก็สร้างความแปลกใจให้กับหมู่บ้นข้างเคียงเป็นอย่างมาก
เพราะในยุคสมัยนี้ การศึกษาถูกสงวนไว้ให้คนที่มีฐานะเท่านั้น
และค่าร่ำเรียนในแต่ละปีก็ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมหาศาล
ในเวลานั้น ฝีมือของอดีตช่างตีเหล็กหาตัวจับยากในชนบทและเงินที่เขาได้รับก็มากกว่าชาวนาทั่วไปหลายเท่า อย่างไรก็ตาม เพื่อสนับสนุนการศึกษาของจินเฟิง อดีตช่างตีเหล็กจึงใช้เงินทั้งหมดเพื่อมอบความรู้ให้แก่บุตรชาย
ตอนนี้สำนักศึกษาซีเหอวานที่ก่อตั้งโดยจินเฟิง ไม่เพียงแต่ไม่ต้องจ่ายเงินค่าร่ำเรียนเท่านั้น แต่ยังมีการจัดเตรียมอาหารกลางวันให้อีกด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนงานหญิงในโรงงานสิ่งทอหรือคนงานชายที่ทำงานในพื้นที่ก่อสร้าง ตราบใดที่พวกเขามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด พวกเขาก็จะพาบุตรของตนเองมาด้วย
มีเด็กทั้งหมดกว่าร้อยคน ทั้งเด็กโตและเด็กเล็ก อัดกันอยู่ในกระท่อมเพิงหญ้าคาจนแน่นขนัด
ส่วนคนงานที่มีลักษณะไม่ตรงตามเงื่อนไขก็ต่างก็มีสายตาอิจฉา
สามีภรรยาคู่หนึ่งถึงกับทะเลาะกันเรื่องนี้
เหตุผลคือภรรยาของครอบครัวนี้เป็นหนึ่งในคนงานหญิงกลุ่มแรก ๆ ในโรงงานสิ่งทอเดิมทีนางมีโอกาสส่งลูก ๆ ไปร่ำเรียน แต่เมื่อเดือนที่แล้วนางถูกถังตงตงไล่ออกเพราะกินอาหารที่โรงอาหารทิ้งขว้างจึงทำให้เสียโอกาสนี้ไป
ในวันเดียวกันนั้น ทหารผ่านศึกได้พาเด็กหญิงสองคนกลับมาจากกวางเหยวียนท่ามกลางความคาดหวังของเหล่าคนงาน
เด็กหญิงทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ บิดาของพวกนางเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่เพราะเขาทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงขุ่นเคืองในเรื่องบางเรื่อง บิดาจึงไม่เพียงแต่ถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดน แต่สองพี่น้องก็ยังถูกขายมาที่ตลาดนายหน้าด้วย
ชะตากรรมของทาสหญิง บางครั้งก็น่าสังเวชมากกว่าเด็กผู้หญิงในหอนางโลมเสียอีก เมื่อทหารผ่านศึกพาพวกนางกลับมา สองพี่น้องก็เหมือนหมดหวังในชีวิต
แต่หลังจากที่พวกนางมาถึงก็พบว่า จินเฟิงซื้อตัวพวกนางมาเพื่อสอนเด็ก ๆ ให้อ่านหนังสือ
ทั้งจินเฟิงรวมถึงชาวบ้านในหมู่บ้านไม่ได้ดูถูกพวกนางเพราะเป็นทาส กลับกันชาวบ้านเอาแต่พูดจาดี ๆ กับสองพี่น้องและร้องขอให้ช่วยเข้มงวดกับลูก ๆ ของพวกเขา และทุบตีพวกเด็ก ๆ ได้เมื่อจำเป็น หากจำเป็นต้องดุก็ดุได้โดยไม่ต้องเกรงใจ
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สองพี่น้องรู้สึกเหมือนได้ปีนขึ้นจากนรกก้าวสู่สวรรค์ และพวกนางก็รักงานนี้มาก
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ก็ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเก่าของจินเฟิงและกลายเป็นอาจารย์คนแรกของสำนักศึกษาซีเหอวาน โดยสอนเด็ก ๆ ในหมู่บ้านให้อ่านออกเขียนได้
เมื่อจินเฟิงว่าง เขาก็จะมาสอนเด็ก ๆ ให้มีความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ด้วย
มีผู้คนจำนวนมากจากหมู่บ้านโดยรอบที่ต้องการทำงานในโรงงานสิ่งทอซีเหอวาน แต่ตอนนี้เมื่อสำนักศึกษาได้เพิ่มสวัสดิการแล้ว ผู้คนก็เข้ามาหางานมากขึ้นทุกวัน
ซีเหอวานซึ่งเคยอยู่ห่างไกล ทว่าปัจจุบันกลับกลายเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านรอบ ๆ และเทือกเขาใกล้เคียง
พ่อค้าที่ชาญฉลาดบางรายเริ่มแบกของไปที่ซีเหอวานเพื่อขายสินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เข็มหรือด้าย
สำนักศึกษาเฟื่องฟูจนทำให้สถานที่อื่น ๆ เงียบลงไปโดยปริยาย
โรงเผาอิฐทั้งเก่าและใหม่กำลังเผาอิฐทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการก่อสร้างบางแห่ง
“จินเฟิง หัวหน้าถัง นี่คือลูกพี่ลูกน้องของข้าและลูกทั้งสี่ของนาง พวกนางอาศัยอยู่ที่เหย่จูโกวทางตอนใต้ของจินชวน สามีของนางเพิ่งเป็นลมและเสียชีวิตขณะขึ้นไปตัดฟืนบนเขา ครอบครัวพวกนางไม่มีทางเอาชีวิตรอดได้ ข้าเห็นว่าเราขาดแคลนคนในโรงงานจึงขอให้พวกนางมา”
ซานเสิ่นจือชี้ไปที่หญิงสาวตรงหน้าแล้วพูดว่า “จินเฟิง หัวหน้าถัง ไม่ต้องกังวลนะ พวกนางล้วนเป็นคนที่อดทนต่อความยากลำบากและจะไม่เกียจคร้านในที่ทำงานอย่างแน่นอน”
“ใช่ พวกข้าล้วนขยันหมั่นเพียร”
ลูกพี่ลูกน้องของซานเสิ่นจือและลูก ๆ ของนางเอ่ยปากให้สัญญาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็มองไปที่จินเฟิงด้วยสายตาอ้อนวอน โดยกลัวว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมรับพวกตน
“มาทำงานน่ะได้ แต่พวกเจ้าจะอาศัยอยู่ที่ใด” จินเฟิงถาม
“ข้าขอให้สามีของข้าสร้างกระท่อมในลานบ้าน เพื่อให้พวกนางพักอยู่ที่นั่นก่อน” ซานเสิ่นจือพูดอย่างช่วยไม่ได้
“ตกลง ไว้เร็ว ๆ นี้ข้าจะสร้างหอพักขึ้นอีกแห่ง เมื่อสร้างขึ้นแล้ว พวกนางสามารถย้ายเข้าไปอยู่ได้” จินเฟิงกล่าว
“พวกเจ้ารีบขอบคุณท่านอาจารย์จินเร็วเข้า”
ซานเสิ่นจือพาพี่สาวและหลานสาวของนางมาแสดงความขอบคุณกับบัณฑิตหนุ่ม
และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนจำนวนมากก็มาที่ซีเหอวานเพื่อขออาศัยกับญาติ ๆ
นอกจากนี้ บางคนที่ไม่มีญาติในซีเหอวานก็มาสร้างกระท่อมบนลานนวดข้าวตรงทางเข้าหมู่บ้านและตามจุดต่าง ๆ เพราะต้องการมาหาเลี้ยงชีพที่นี่
อย่างไรเสีย โรงงานสิ่งทอก็ดูแลเรื่องอาหาร พวกนางแค่ต้องหาที่หลับที่นอนเท่านั้น
ในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน พื้นที่เปิดโล่งในซีเหอวานก็เต็มไปด้วยกระท่อมสำหรับอยู่อาศัย
ในตอนแรก ไม่มีใครในตัวอำเภอให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากนัก แต่เมื่อผู้คนย้ายไปที่ซีเหอวานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้
เพราะประชากรคือพื้นฐานของทุกสิ่ง หากผู้คนหนีไป พวกเขาจะเอาเปรียบใครเล่า?
เช่นนี้ โจรจะไปเก็บส่วยข้าวประจำปีจากใคร?!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์