บทที่ 265 ความรับผิดชอบอันหนักหน่วง (รีไรท์)
“ท่านพี่…”
ถังเสียวเป่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็กอดแขนของจินเฟิงด้วยใบหน้าที่แดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จินเฟิงส่งสายตารู้สึกผิดออกไป
และถังตงตงก็เข้าใจความหมายในทันที
อารมณ์ที่ไม่อาจบรรยายได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวใจของนาง
มันมีความสูญเสีย ความอิจฉา และความเสียใจอยู่ในนั้น
นางได้พบเจอกับจินเฟิงมาก่อน และกวานเสี่ยวโหรวก็พยายามจับคู่ให้มาโดยตลอด
ในบางคืนที่นอนไม่หลับ นางก็มักจะจินตนาการถึงวันที่ได้แต่งงานกับจินเฟิง
แต่แน่นอนว่านางก็แอบคิดถึงเรื่องของถังเสียวเป่ยและจินเฟิงด้วย
ตามธรรมเนียม ถังเสียวเป่ยสามารถแต่งงานกับจินเฟิงได้ เพราะเขาเป็นผู้ไถ่ชีวิตนางออกมา หากนางแต่งงานกับคนอื่นจะถูกกล่าวหาว่าเนรคุณไปตลอดชีวิต
เมื่อพี่สาวได้ดี จากนั้นก็จะมีการรับน้องสาวเข้ามาอยู่ด้วย สถานการณ์เช่นนี้พบได้บ่อยมากในต้าคัง
แต่ในซีเหอวาน จำนวนครัวเรือนที่มีอนุภรรยาถือว่าน้อยมาก ในบรรดาอนุภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้าน สองคนในนั้นเป็นพี่น้องกัน ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นลูกพี่ลูกน้องของพวกนางอีกที
ตอนจินเฟิงได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก เขาก็แทบจะอ้าปากค้าง แต่แล้วก็ค้นพบว่าแทนที่จะดูถูกพี่น้องทั้งสาม ทุกคนกลับชื่นชมอนุภรรยาคนแรกที่แต่งงานกับหัวหน้าหมู่บ้าน
ชาวบ้านคิดว่านางรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อมีชีวิตที่ดีก็รู้จักคิดช่วยเหลือน้องสาวตนเอง
อีกอย่างพี่น้องทั้งสามยังเข้ากันได้ดีอีกด้วย พวกนางรักใคร่กันมากกว่าภรรยาและอนุภรรยาของครอบครัวอื่น ๆ เสียอีก และพวกนางก็ช่วยดูแลบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอ
ดังนั้นกวานเสี่ยวโหรวและชาวบ้านซีเหอวานจึงถือว่าถังตงตงและถังเสียวเป่ยเป็นอนุภรรยาของจินเฟิงมาตั้งนานแล้ว
เพียงแต่ถังตงตงยุ่งอยู่กับกิจการของนางและไม่ได้ใคร่ครวญเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน
ถังเสียวเป่ยที่อยู่ในหอนางโลมมาหลายปี รู้เรื่องชายหญิงเป็นอย่างดี ไม่นานหลังจากที่จินเฟิงไถ่ตัวนางมา หญิงสาวก็ค้นพบปัญหานี้และมองออกว่าจินเฟิงกับถังตงตงเหมือนกันตรงที่ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้มากนัก
ทั้งสองคนอาจไม่ได้อยู่กินกันตลอดชีวิตหากปราศจากความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก
ดังนั้นในช่วงเวลาไม่กี่วันที่ได้อยู่ในซีเหอวาน ถังเสียวเป่ยจึงชักชวนถังตงตงให้เป็นฝ่ายริเริ่ม อีกทั้งยังช่วยนางคิดแผนการหลายต่อหลายครั้ง
กวานเสี่ยวโหรวต้องการให้ถังตงตงได้แต่งเข้ามาเป็นภรรยาอีกคนของจินเฟิง เมื่อนางพบว่าถังเสียวเป่ยพยายามชักนำจินเฟิงและถังตงตงให้ได้ลงเอยกัน แทนที่จะโกรธ นางกลับให้ความร่วมมือกับหญิงสาว
แต่ถังตงตงก็พยายามเลี่ยงและใช้ข้ออ้างโดยบอกว่ามีงานต้องสะสางที่โรงงานเพื่อหลีกหนีเสมอ
เมื่อไม่มีทางเลือก กวานเสี่ยวโหรวจึงบอกถังเสียวเป่ยว่าหากมีโอกาสให้นางเริ่มเข้าหาจินเฟิงก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่เต็มใจที่จะแต่งภรรยาเพิ่มของจินเฟิง จากนั้นค่อยหาวิธีให้จินเฟิงและถังตงตงได้ลงเอยกัน
วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้ครึ่งหนึ่ง
แต่เดิมถังเสียวเป่ยชอบจินเฟิงอยู่แล้ว หลังจากได้กำลังใจของกวานเสี่ยวโหรว นางจึงมีเหตุผลที่จะเข้าหาจินเฟิงเช่นนั้น
แม้ว่าจินเฟิงจะเด็ดขาดในการสั่งฆ่าศัตรูในสนามรบ แต่เรื่องความรู้สึกเขาเป็นคนที่ไม่กล้าริเริ่มเช่นเดียวกับพี่สาวของนาง ถังตงตง ดังนั้นถังเสียวเป่ยจึงต้องเป็นคนดึงความรู้สึกของทั้งคู่ออกมา
แผนของนางและกวานเสี่ยวโหรวได้ผ่านขั้นตอนแรกมาแล้ว และขั้นต่อไปคือการทำให้ถังตงตงและจินเฟิงมาลงเอยกันให้ได้
แต่ขั้นตอนนี้ยากกว่าที่ถังเสียวเป่ยคาดไว้มาก ถังตงตงและจินเฟิงต่างก็ขอตัวออกไปเพราะพวกเขามีบางอย่างที่ต้องทำและไม่ได้คุยกันเลย
“มันจบแล้ว!”
ถังเสียวเป่ยถอนหายใจด้วยความผิดหวัง
ดูเหมือนว่าแผนการที่จะทำให้ทั้งสองได้ลงเอยกันนั้นจะยังอีกยาวไกล
เช้าวันรุ่งขึ้น ถังตงตงบอกว่าที่โรงงานยุ่งมากจึงพาทหารหญิงสองคนกลับไปที่ซีเหอวาน
ราวกับว่าถังเสียวเป่ยเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของนางจริง ๆ
จินเฟิงจงใจชะลอม้าของเขาลงเพื่อเดินเคียงไปกับรถม้า เขาเองก็บังเอิญได้ยินกวานเสี่ยวโหรวถามถังเสียวเป่ยว่านางตั้งครรภ์หรือยัง…
ฉากนี้ทำให้จินเฟิงนึกถึงในชีวิตที่แล้ว ตอนที่พาแฟนสาวกลับมาบ้าน แม่ของเขาก็ปฏิบัติต่อเธอแบบนี้
เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน จินเฟิงอารมณ์ขุ่นมัวจนไม่ได้กลับบ้านและตรงไปที่โรงหลอมเหล็กก่อน
เขาคิดว่ากวานเสี่ยวโหรวจะเรียกหา แต่ไม่เลย นางเอาแต่ดึงตัวถังเสียวเป่ยไปรอบ ๆ อย่างมีลับลมคมใน และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกนางคุยอะไรกัน
“อ้าว ท่านอาจารย์กลับมาตั้งแต่เมื่อใดหรือ?”
โจวจิ่นกำลังยุ่งอยู่ในห้องทดลอง เมื่อเห็นจินเฟิงเดินเข้ามา นางก็รีบเอ่ยทักทายด้วยสีหน้าตื่นเต้น “ท่านอาจารย์ กระหายหรือไม่ ข้าจะไปรินน้ำให้”
“ลูกศิษย์ของข้าช่างมีน้ำใจ เสียวจิ่น สมกับที่มีข้าเป็นผู้ปกครองจริง ๆ”
จินเฟิงถอนหายใจและเอื้อมมือไปลูบหัวโจวจิ่น
เมื่อใกล้มืดแล้ว กวานเสี่ยวโหรวก็ตระหนักได้ว่านางละเลยสามีจึงรีบวิ่งไปที่ห้องทดลองอย่างรวดเร็วเพื่อเรียกจินเฟิงให้กลับมากินอาหารเย็นด้วยกัน
และบัณฑิตหนุ่มก็ได้ให้บทเรียนอันหนักหน่วงแก่นางในคืนนั้น
แม้แต่ถังเสียวเป่ยก็หนีความผิดไม่พ้น
ช่วงนี้ นอกจากการไปดูเตาเผาและโรงงานสิ่งทอแห่งใหม่แล้ว จินเฟิงใช้เวลาที่เหลือเกือบทั้งหมดในห้องทดลองและโรงหลอมเหล็ก เขายุ่งอยู่กับการออกแบบกระเช้าลอยฟ้าควบคู่ไปกับการผลิตเครื่องทอผ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เนื่องจากไม่มีเครื่องมือครบครัน จึงจำเป็นต้องสร้างเครื่องมือมากมายด้วยตัวเอง โชคดีที่หม่านชางได้นำเด็กฝึกหัดหญิงเหล่านั้นออกมาช่วยงานแล้ว ส่วนไหนที่ต้องมีการแก้ไข จินเฟิงก็วาดรูปและกำกับขนาดเอาไว้ การที่หม่านชางนำคนออกมาช่วยงานเช่นนี้ช่วยลดภาระงานของจินเฟิงได้อย่างมาก
ในฐานะเด็กสายวิทย์ที่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์มาโดยตรง จินเฟิงชอบชีวิตชนบทแบบนี้ ชอบที่ได้วาดแบบทุกวัน ชอบที่ได้กินอาหารปรุงร้อนและชอบที่นอนเตียงอุ่น ๆ ที่บ้าน เพราะนั่นดีกว่าการมีเรื่องทะเลาะกับคนในเมืองเป็นไหน ๆ
แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่คอยสร้างความยุ่งยากให้เขาเป็นกังวลใจอยู่เสมอ นั่นก็คือ… กวานเสี่ยวเอ๋อ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์