บทที่ 264 สามีที่รัก (รีไรท์)
เช้าวันรุ่งขึ้น โจวฉางหลินพาภรรยาและโจวเต๋ออู้ไปที่โรงเตี๊ยมจ้าวเจียพร้อมกับหีบของขวัญ
ในลานของโรงเตี๊ยม จางเหลียงกำลังรวบรวมทหารผ่านศึกเพื่อเตรียมพร้อมที่จะกลับไปยังจินชวน
เมื่อพวกเขาเห็นโจวฉางหลินและพวกเข้ามาใกล้ เหล่าทหารผ่านศึกต่างก็หันหน้าไปมอง
ฮูหยินโจวตกใจมากเสียจนแทบจะทรุดตัวลงกับพื้น
เมื่อวานนี้นางได้ยินโจวฉางหลินพูดคุยเกี่ยวกับทหารผ่านศึกที่ทำการฆ่าโจร ตอนนี้เมื่อมองดูทหารผ่านศึกเหล่านี้ พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนสัตว์ประหลาดที่จะกินคน
“พวกเจ้าต้องการสิ่งใด?”
จางเหลียงเดินเข้าไปถาม
“พวกข้าตั้งใจมาขอโทษท่านอาจารย์จิน”
โจวฉางหลินรักษาท่าทางสงบเสงี่ยมของเขา
“ขอโทษ?”
จางเหลียงมองดูอีกฝ่าย จากนั้นก็มองไปที่หีบที่เขานำมาด้วย “รอสักครู่ ข้าขอตัวไปดูก่อนว่าท่านอาจารย์ตื่นหรือยัง”
เพราะคิดว่าจินเฟิงอาศัยอยู่เพียงลำพัง จางเหลียงจึงเดินเข้าไปในลานที่จินเฟิงอาศัยโดยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ทหารผ่านศึกที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้ายามอยู่กลับหยุดเอาไว้ทันทีที่กำลังจะเปิดประตูเข้าไป
“หัวหน้า แม่นางเสียวเป่ยอยู่ที่นี่”
ทหารผ่านศึกกล้าหักหลังต้าหลิว แต่เขาไม่กล้าหักหลังจางเหลียง
“แค่ก แค่ก… ข้ารู้แล้ว”
จางเหลียงไอแล้วหันหลังกลับ “ท่านอาจารย์ของข้าเหนื่อยล้ามาสองวันเต็ม ๆ และเขายังคงพักผ่อนอยู่ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“ไม่เป็นไร ข้ารอได้”
เพราะโจวฉางหลินได้ยกโขยงผู้คนมาที่นี่หมดแล้ว
หลังจากรอมานานกว่าครึ่งชั่วยาม จินเฟิงและถังเสียวเป่ยก็ตื่นนอน
เมื่อเห็นโจวฉางหลินที่ประตู จินเฟิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกโล่งใจ
ตั้งแต่ที่ก้าวออกจากจวนจวิ้นโส่ว ชายหนุ่มก็เดาได้ว่าโจวฉางหลินจะต้องมาขอโทษอย่างแน่นอน แต่คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาเร็วขนาดนี้
“ข้าขอโทษท่านอาจารย์จินด้วย ภรรยา และบุตรชายของข้าช่างโง่เขลา…”
เมื่อโจวฉางหลินเห็นจินเฟิง เขาก็ก้มตัวลงและเอ่ยทักทายจินเฟิงทันที แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบจินเฟิงก็ขัดจังหวะเขาไว้
“คนที่พวกเจ้าต้องขอโทษไม่ใช่ข้า แต่เป็นนาง!”
จินเฟิงชี้ไปที่ถังเสียวเป่ย “เสียวเป่ย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าโดยตรง เจ้าจัดการเรื่องนี้ได้เลย ข้าจะไปจวนจวิ้นโส่วเสียหน่อย”
หลังจากพูดจบ จินเฟิงก็ไม่รอคำตอบของโจวฉางหลินแต่ขึ้นหลังม้าแล้วจากไป
ในยุคศักดินา สถานะของพ่อค้านั้นต่ำมาก ในหมู่บัณฑิต เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และพ่อค้า พ่อค้าจะถูกจัดอยู่ในลำดับสุดท้าย
จินเฟิงเป็นบุคคลที่โดดเด่นและช่องว่างทางสังคมระหว่างทั้งสองฝ่ายก็มีขนาดใหญ่มาก
แม้ว่าจินเฟิงจะทำการค้าแต่ก็ไม่มีใครถือว่าเขาเป็นพ่อค้า
เช่นเดียวกับตระกูลในเมืองหลวง พวกเขาจำเป็นต้องทำกาค้าเพื่อประคองค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่ใครจะกล้าพูดว่ากั๋วกงเป็นพ่อค้าเล่า?
ยิ่งจินเฟิงเพิกเฉยต่อเขามากเท่าไรโจวฉางหลินยิ่งรู้สึกว่าไม่สามารถคาดเดาชะตากรรมของตนได้มากเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงยิ่งนอบน้อมมากขึ้น
ซึ่งความจริงจินเฟิงไม่ได้ผูกใจเจ็บอะไรกับเรื่องนี้ เขาเพียงแค่ไม่ชอบสถานการณ์ที่ต้องพล่ามอะไรมาก
หากเอาเวลาไปพูดคุยกับโจวฉางหลินเรื่องความหน้าซื่อใจคดที่นี่ เขาไปที่จวนจวิ้นโส่วเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องหอการค้าและสำนักคุ้มภัยจะดีกว่า
การจัดตั้งหอการค้า สามารถจัดตั้งขึ้นได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่ตำลึงเงิน แต่สำนักคุ้มภัยนั้นแตกต่างออกไป
ไม่ว่าจะเมื่อไร ทางการมักจะระแวดระวังสำนักคุ้มภัยนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการจัดตั้งสำนักเหล่านี้ขึ้น พวกเขาต้องได้รับการลงนามโดยจวิ้นโส่วและยื่นคำร้องต่อทหารท้องถิ่น
นางคิดว่าจะต้องทำงานหนักเป็นเวลาหลายปีก่อนจึงจะสามารถแข่งขันกับโจวฉางหลินได้
แต่คิดไม่ถึงว่าจะรวดเร็วขนาดนี้ ศัตรูที่นางคิดว่าแข็งแกร่งมากในอดีต มายืนอยู่ตรงหน้านางด้วยความกลัวและไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดังด้วยซ้ำ
สิ่งนี้ทำให้ความเกลียดชังที่สะสมอยู่ในใจถังตงตงมานานหลายปีคลี่คลายลงในที่สุด
นางรู้ว่าไม่ใช่ว่าโจวฉางหลินโอนอ่อน แต่เป็นเพราะพวกนางแข็งแกร่งขึ้นจากการที่ติดตามจินเฟิง
“ขอบคุณอะไรกัน ทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ อีกอย่างนี่คือสิ่งที่ข้าสัญญากับเจ้าในตอนนั้นไม่ใช่หรือ?”
จินเฟิงกล่าวว่า “น่าเสียดายที่คราวนี้ข้าทำได้เพียงขอให้โจวฉางหลินก้มหัวขอโทษ”
“ภรรยาของโจวฉางหลินไม่ได้ลักพาตัวเสียวเป่ย แต่ข้าก็รู้สึกขอบคุณเจ้ามากที่ทำให้เขามาขอโทษ”
ถังตงตงกล่าว
นางและถังเสียวเป่ยรู้ดีว่าตระกูลโจวมีหน้ามีตาในกวางเหยวียนมาหลายปี และคงเป็นเรื่องยากที่จะโค่นล้มตระกูลโจวจากเหตุการณ์นี้เพียงอย่างเดียว
“ท่านพี่ หากข้าไปทุบตีบุตรชายคนที่สองของโจวฉางหลินอีกครั้ง บางทีภรรยาของเขาอาจจะลงมือกับข้าก็ได้” ถังเสียวเป่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไร้สาระ เจ้าลืมที่ข้าพูดไปเมื่อคืนแล้วหรือ?!”
ถังตงตงจ้องไปที่ถังเสียวเป่ยดุ ๆ “หม่านชางนำคนมาทำไนปั่นด้ายหลายร้อยตัวให้ข้าและโรงงานใหม่ก็จะเริ่มก่อสร้างเร็ว ๆ นี้ โรงงานสิ่งทอจะเติบโตในไม่ช้า ข้าจะใช้กิจการนี้เอาชนะตระกูลโจวอย่างที่เคยพูดไว้ให้ได้! ข้าเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ตระกูลของเราอยากเห็นมากที่สุด”
“ตงตงพูดถูก ข้าจะออกแบบเครื่องทอผ้าให้เจ้าทีหลัง เมื่อถึงตอนนั้นโรงงานสิ่งทอจะไม่เพียงแต่สามารถปั่นด้ายได้ แต่ยังทอผ้าออกมาได้ด้วย เรามาเอาชนะตระกูลโจวอย่างใสสะอาดกันเถิด!”
จินเฟิงยื่นมือออกไปสะกิดจมูกของถังเสียวเป่ยเบา ๆ “อย่าคิดอะไรแผลง ๆ อีกเล่า”
“ข้ารู้ ข้าแค่คุยกับพี่สาวเล่น ๆ เท่านั้น”
ถังเสียวเป่ยแลบลิ้น “ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากขุมนรกนั่น อีกทั้งยังได้พบกับสามีที่รักเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมเสี่ยงชีวิตไปกับตระกูลโจวเด็ดขาด”
“เจ้าเข้าใจได้ก็ดี…”
เมื่อถังตงตงได้ยินเสียวเป่ยพูดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง “ช้าก่อน เจ้าพูดว่าอะไรนะ? สามีที่รักอะไรกัน?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์