บทที่ 263 จดหมายจากจวิ้นโส่ว
โชคดีที่ครั้งนี้ ไม่มีใครเข้ามารบกวน
จังหวะหายใจในห้องด้านหลังค่อย ๆ ช้าลง ถังเสียวเป่ยนอนหอบอยู่ในอ้อมแขนของจินเฟิง นางเอื้อมมือออกไปแตะมันสองสามครั้ง จากนั้นก็หยิบผ้าสีขาวที่เปื้อนจุดสีแดงขึ้นมาทันที
“ของสิ่งนี้สำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?”
จินเฟิงลูบหลังถังหญิงสาวเบา ๆ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
อันที่จริงเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก แต่เพราะถังเสียวเป่ยมาจากหอนางโลม นางจึงไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้ปูผ้าขาว
“สำคัญสิ เสียวเป่ยต้องการมอบร่างกายที่บริสุทธิ์ให้กับท่านอาจารย์”
ถังเสียวเป่ยพูดอย่างจริงจัง “แม้ว่าเสียวเป่ยจะมาจากหอนางโลม แต่ร่างกายของข้าก็ไม่เคยมีผู้ใดแตะต้อง และคนที่สอนวิชาให้แก่ข้าก็เป็นหญิงชรา นี่คือกฎของหอวาโยวสันต์”
“อย่างนั้นเองหรือ?” จินเฟิงถามด้วยรอยยิ้ม “ที่หอนางโลมสอนอะไรเจ้าบ้าง?”
“ท่านอาจารย์อยากรู้หรือ?”
ถังเสียวเป่ยกะพริบตาถี่และกระตือรือร้นที่จะลองวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดมา
“เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าหยอกล้อเจ้าเล่นก็เท่านั้น”
จินเฟิงลูบจมูกถังเสียวเป่ย “วันนี้เจ้าเพิ่งสูญเสียครั้งแรกของเจ้าไป ไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว ครั้งต่อไปเจ้าค่อยแสดงความสามารถ”
“ข้ามะ…!”
ถังเสียวเป่ยเม้มริมฝีปากแล้วซุกตัวลงใต้ผ้าห่มทันที
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองคนก็กอดกันและผล็อยหลับไป
…
ห่างจากบ้านตระกูลโจวเพียงไม่กี่ช่วงตึก โจวฉางหลินที่กำลังเตรียมตัวเข้านอน ได้รับจดหมายที่ทำให้ตื่นเต็มตาและไม่รู้สึกง่วงอีกต่อไป
เมื่อครู่นี้มีคนมาจากจวนจวิ้นโส่วเพื่อนำจดหมายมาส่ง พร้อมกำชับผู้เฝ้ายามด้านหน้าด้วยว่าต้องส่งให้ถึงมือโจวฉางหลิน
เมื่อผู้เฝ้ายามได้ยินว่าจดหมายนี้ถูกส่งมาจากจวิ้นโส่ว เขาก็ไม่กลัวว่าจะรบกวนการพักผ่อนของโจวฉางหลินและรีบนำจดหมายไปมอบให้ทันที
ช่วงนี้ฮูหยินโจวไปดูแลบุตรชายของนางที่เรือนโจวเต๋ออู้ นางเพิ่งกลับมาจากการหยิบของและเห็นว่าไฟในห้องของโจวฉางหลินยังคงเปิดอยู่จึงเดินเข้าไปดู
“ไอหยา นายท่าน เหตุใดจึงยังไม่นอนอีกเล่า?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
โจวฉางหลินมองดูภรรยาของเขา ก่อนจะกำหมัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และหายใจถี่ขึ้น
“นายท่าน ท่านไม่พอใจหญิงสาวที่เพิ่งซื้อตัวมาหรือ?”
ฮูหยินโจวนั่งลงข้าง ๆ สามี “สองสามวันมานี้เสี่ยวอู้บ่นว่าเขาเจ็บเหลือเกิน ข้าเจ็บปวดแทนเขาจริง ๆ”
เมื่อเสี่ยวอู้อาการดีขึ้น ข้าจะไปที่ตลาดนายหน้าอีกครั้งเพื่อหาคนที่มีฝีมือ ให้พวกเขาบุกไปที่หอนางโลม หญิงสาวพวกนั้นรู้แต่วิธีเอาอกเอา…”
“เลิกเอาเสี่ยวอู้มาอ้างได้แล้ว!”
โจวฉางหลินตบหน้าภรรยาอย่างแรง “หากเจ้ารักเขาอย่างที่ปากว่า อย่าคิดแม้แต่จะลักพาตัวถังเสียวเป่ยอีก!”
“นายท่าน…”
ฮูหยินโจวยกมือกุมที่ใบหน้าแล้วมองโจวฉางหลินอย่างไม่เข้าใจ
นางแต่งงานกับโจวฉางหลินตั้งแต่อายุสิบห้า ในเวลานั้นโจวฉางหลินยังไม่ได้ดิบได้ดีเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดนางขายเครื่องประดับทั้งหมด ยอมถูกดูหมิ่นจากพี่สะใภ้ทั้งหลายและนำเงินจำนวนหนึ่งจากครอบครัวไปช่วยโจวฉางหลินในยามลำบาก
หลังจากที่โจวฉางหลินร่ำรวย นางก็ไม่เคยคิดทวงบุญคุณ ครองเรือนด้วยความซื่อสัตย์และปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างไม่บกพร่อง อีกทั้งนางยังช่วยเขาหาอนุภรรยาเพิ่มหนึ่งหรือสองคนทุก ๆ สองปี
แม้อนุภรรยาที่นางจัดหามาทั้งหมดจะได้รับการคุมกำเนิดและไม่สามารถมีบุตรได้ แต่ฮูหยินโจวก็ให้กำเนิดบุตรชายแก่โจวฉางหลินถึงสามคนจึงไม่มีใครกล้าว่าอะไรนาง
ความรักที่โจวฉาวหลินมีต่อนางและการปฏิบัติของเขานั้นดีกว่าบุรุษส่วนใหญ่ในยุคนี้ที่ปฏิบัติต่อภรรยา
อย่างน้อยเขาก็ไม่ลงไม้ลงมือหรือขึ้นเสียงเวลาโกรธ เพียงแต่เอ่ยตำหนิเล็กน้อยเท่านั้น
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่โจวฉางหลินตบหน้านาง
ฮูหยินโจวถูกเขาทำร้ายจนงุนงงไปพักใหญ่
แต่สิ่งที่ทำให้นางสับสนมากขึ้นคือสิ่งที่โจวฉางหลินพูด
“เจ้าคิดว่าเขาไม่กล้าอย่างหรือนั้น?!”
โจวฉางหลินชูจดหมายในมือแล้วพูดว่า “เจ้าคิดว่าจินเฟิงได้ตำแหน่งมาอย่างไร เขาได้มาจากการสังหารชาวตั่งเซี่ยงในสนามรบอย่างไรเล่า! นับประสาอะไรกับการฆ่าโจวเต๋ออู้เล่า? โจวเหวินเหยวียนลักพาตัวถังเสียวเป่ยไปและจินเฟิงก็ไล่ตามเขาไปหลายร้อยลี้จนม้ากว่าหนึ่งโหลต้องหมดแรงลง แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ในที่สุดก็ไล่ตามไปที่แม่น้ำไป๋หลิงและสังหารทหารองครักษ์ของโจวเหวินเหยวียน หากโจวเหวินเหยวียนไม่โชคดีลงเรือเล็กกับคนหาปลาไป เขาก็น่าจะกลายเป็นศพและถูกเอาร่างมาประจานที่ประตูเมืองไปแล้ว!”
“จะ… จริงหรือ?”
ฮูหยินโจวรู้สึกตกใจกับคำพูดของโจวฉางหลิน “เขากล้าแตะต้องนายน้อยเหวินเหยวียนด้วยหรือ?”
“คนของจินเฟิงยิงโจวเหวินเหยวียนด้วยลูกธนูที่ประตูเมือง เจ้าคิดว่าเขาจะกล้าแตะต้องโจวเหวินเหยวียนหรือไม่เล่า?”
โจวฉางหลินกล่าวว่า “ผู้ติดตามและผู้คุ้มกันของโจวเหวินเหยวียนถูกทหารและจินเฟิงสังหารจนสิ้น และเขาก็เหลือขาง่อย ๆ เพียงข้างเดียว เจ้าว่าเขาจะมีชีวิตรอดไปถึงเมืองหลวงหรือไม่?”
โจวฉางหลินสามารถเป็นพ่อค้าผ้ารายใหญ่ที่สุดในเมืองได้
แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนโง่เขลา ตอนแรกเขาก็คิดไม่ถึง แต่เมื่อพบว่าโจวเหวินเหยวียนลักพาตัวถังเสียวเป่ยไป ทันใดนั้นโจวฉางหลินก็เข้าใจแผนของนายน้อยผู้นั้นทันที
ในใจของเขาเฝ้าตำหนิโจวเหวินเหยวียนที่ทำให้จวิ้นโส่วต้องมาสอบสวนตระกูลโจว
เมื่อรู้ว่าจินเฟิงกำลังไล่ตามโจวเหวินเหยวียน โจวฉางหลินก็แอบสวดภาวนาขอให้จินเฟิงฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย
ตอนนี้ถึงเวลาสวดภาวนาอีกครั้งให้เขาตายกลางทาง
จะดีกว่าถ้าตระกูลโจวในเมืองหลวงและจินเฟิงเริ่มต่อสู้กันเพราะเหตุการณ์นี้
“จินเฟิงคนนี้เป็นนักฆ่าจริง ๆ โชคดีที่เขาไม่รู้เรื่องหลิวเอ้อร์และจางล่ายโถว”
ฮูหยินโจวทุบหน้าอกของนางด้วยความหวาดหวั่น
“จินเฟิงเช่าเรือนที่โรงเตี๊ยมจ้าวเจียไว้หลายหลังและผู้คนที่อาศัยอยู่ในนั้นล้วนมาจากจินชวน!”
โจวฉางหลินจ้องไปที่ฮูหยินโจวอย่างโกรธเคือง “เจ้าคิดว่าเขาไม่รู้อย่างนั้นหรือ หากไม่รู้ เขาจะพาคนมาที่กวางเหยวียนมากมายทำไมกัน?!”
“นายท่าน เราควรทำอย่างไรดี?”
ฮูหยินโจวตื่นตระหนกเมื่อได้ยินสิ่งนี้
“เราจะทำอะไรได้เล่า พรุ่งนี้พาเสี่ยวอู้ไปหาจินเฟิงกับข้าเพื่อขอขมาเถอะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์