เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 278

บทที่ 278 การต่อสู้ที่ยืดเยื้อ

“เจ้าไม่ได้ยินหรือ ว่าจินเฟิงจากซีเหอวานได้บุกโจมตีเฮยสุ่ยโกวแล้ว”

“ข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว แล้วข้าก็ไปเขาเฮยถู่เพื่อตรวจสอบดูแล้วเช่นกัน เจ้าไม่รู้อะไร เส้นทางขึ้นลงเขาทั้งสองแห่งของเฮยสุ่ยโกวนั้นเต็มไปด้วยศพของพวกโจร!”

“สวรรค์ นั่นแสดงว่ากลุ่มโจรก็ตายไปไม่น้อยเลยน่ะสิ?”

“หากพวกโจรตายหมดจะเป็นการดีที่สุด เราจะได้ไม่ต้องมาจ่ายส่วยให้พวกเขาทุกปี ถ้าท่านอาจารย์จินไม่ลงมือเราก็คงไม่สามารถอยู่รอดได้”

“ใช่ ท่านอาจารย์จินควรฆ่าพวกเขาให้ตายทั้งหมด!”

“ข้าเองก็ได้ไปดูที่เขาเฮยถู่เช่นกัน ฝั่งของท่านาอาจารย์จินมีคนน้อยมาก ไม่รู้ว่าจะสามารถหยุดพวกโจรได้หรือไม่”

“แน่นอนสิ ลูกพี่ลูกน้องของข้ามาจากทางใต้ของซีเหอวาน เขาบอกว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ท่านอาจารย์จินใช้คนเพียงไม่กี่สิบคนในการสังหารโจรหลายร้อยคนในเขาเถี่ยกว้าน”

“คนหลักสิบจัดการกับคนหลักร้อยหรือ เป็นไปได้อย่างไร?”

“เหล่าหลิวอย่าเพิ่งเห็นแย้ง ลูกพี่ลูกน้องของข้าบอกว่าท่านอาจารย์จินไม่เพียงแต่ใช้กำลังคนหลักสิบเท่านั้น แต่คนเขายังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยด้วย”

“ยิ่งพูดก็ยิ่งฟังดูเก่งกาจราวกับเทพเจ้า ท่านอาจารย์จินผู้นี้เป็นเทพที่จุติมายังโลกหรือ?”

“เหล่าหลิว เหล่าซานไม่ได้โกหกเจ้าจริง ๆ เพื่อนบ้านพี่เขยของข้ามีลูกชายคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นทหารในกองทัพเถี่ยหลิน เขาได้รับบาดเจ็บกลับมา เขาบอกว่าตอนที่ท่านอาจารย์จินอยู่ในเมืองเว่ยโจวได้นำคนจากกองทัพเถี่ยหลินนับพันทำลายทหารม้าตั่งเซี่ยงนับหมื่น!”

“ใช่ ข้าก็ได้ยินเรื่องนี้เหมือนกัน ตอนนั้นท่านอาจารย์จินเพียงแค่โบกมือก็มีหินก็ตกลงมาจากท้องฟ้า ทหารม้าตั่งเซี่ยงนับหมื่นถูกสังหารในคราวเดียว! หากไม่ใช่เทพเจ้าแล้วเขาจะเป็นอะไรได้อีก?”

“พวกเจ้าพูดถึงขนาดนี้ นั่นแปลว่ามีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจารย์จินจะสามารถเอาชนะเฮยสุ่ยโกวอย่างนั้นหรือ?”

“ไม่ใช่แค่เฮยสุ่ยโกว เมื่อวานข้าไปขายเหยื่อที่ตัวอำเภอ ข้าได้ยินมาว่าท่านอาจารย์จินปิดล้อมซวงถัวเฟิงและเขาหู่โถวได้แล้ว อีกทั้งยังให้คำมั่นว่าจะกวาดล้างพวกโจรที่เก็บส่วยข้าวประจำปีในจินชวนด้วย!”

“หากนี่เป็นเรื่องจริง เช่นนั้นท่านอาจารย์จินก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของชาวจินชวน!”

“เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้มีพระคุณต่อชาวจินชวนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวต้าคังทั้งหมดด้วย ท่านอาจารย์จินเอาชนะชาวตั่งเซี่ยงได้ ปีหน้าราชสำนักก็ไม่ต้องชำระบรรณาการให้ชาวตั่งเซี่ยงอีกต่อไปและภาษีของเราก็น่าจะลดลง”

“เมื่อไม่มีโจรมาเก็บส่วยข้าวประจำปีและทางราชสำนักลดภาษีลง เราก็จะสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในที่สุด!”

“ท่านอาจารย์จินต่อสู้อย่างหนัก ไยเขาไม่อยู่ในเขตชายแดนและกวาดล้างชาวชี่ตันด้วยล่ะ ภาษีของเราจะได้ลดน้อยลงไปอีก เหตุใดเขาจึงกลับมาที่จินชวน

“ไม่ใช่ว่าท่านอาจารย์จินไม่มีผู้สนับสนุน แต่ขุนนางในราชสำนักเกรงว่าท่านอาจารย์จินจะเอาความดีความชอบของตนไป”

“เหอะ ขุนนางเหล่านี้น่าชังนัก!”

“รีบหุบปากซะ เจ้าอยากตายอย่างนั้นหรือ?!”

บทสนทนาที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นทั่วจินชวน

ผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังเฝ้าดูการเผชิญหน้าระหว่างจินเฟิงกับพวกโจร

ในฐานะตัวเอก บัณฑิตหนุ่มไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เลย

ในวันที่สองของปฏิบัติการ จางเหลียงและคนอื่น ๆ ได้ส่งคนกลับไปรายงานว่าพวกเขายึดพื้นที่ของโจรได้สำเร็จ

ด้วยอาวุธและคุณสมบัติการต่อสู้ของทหารผ่านศึก เมื่อยึดครองสถานที่ที่เอื้ออำนวยได้แล้ว พวกเขาก็จะไม่ปล่อยให้พวกโจรหลบหนีได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทหารผ่านศึกไม่มีความสามารถในการบุกเข้าไปและจินเฟิงก็ไม่อนุญาตให้ทหารผ่านศึกได้รับบาดเจ็บมากเกินไปเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายทำได้เพียงเผชิญหน้ากันเท่านั้น

นี่จะเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อซึ่งอาจกินเวลาหนึ่งหรือสองปี

ซึ่งจินเฟิงคงไม่ได้มีเวลามาใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

ในเวลานี้ เขา กวานเสี่ยวโหรวและถังตงตงต่างก็ถูกถังเสียวเป่ยดึงเข้าไปในลานบ้านเพื่อดูนางแสดงความบ้าเห่อเพราะชัยชนะ

“สามีที่รัก ท่านพี่เสี่ยวโหรว ท่านพี่ ดูสิ!”

“ท่านพี่ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ตอนนี้สบู่หอมของเราเป็นที่รู้จักในกวางเหยวียนและหลายอำเภอโดยรอบ ในอนาคตเราจะทำเงินได้มากกว่านี้อีก”

ถังเสียวเป่ยแสดงท่าทีตื่นเต้นดีใจ “เมื่อสบู่หอมของเราส่งไปขายยังเมืองหลวง ถึงเวลานั้นเราจะทำเงินได้มากมายนับไม่ถ้วน…”

ก่อนที่นางจะหมดอารมณ์ตื่นเต้นก็โดนถังตงตงตีเข้าที่ศีรษะเสียก่อน “เจ้านี่ขี้คุยเสียจริง! หากทำได้เช่นนั้นจริง ๆ เดือนหน้าก็นำเงินสองกล่องกลับมาให้ข้าดูแล้วกัน!”

“ฮิฮิ” ถังเสียวเป่ยแลบลิ้นออกมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านพี่เสี่ยวโหรว เหตุผลที่เราสามารถขายได้มากในครั้งนี้ก็เพราะเรานำไปขายในหลายอำเภอ ทุกคนเลยซื้อกันมาก เมื่อซื้อครั้งนี้แล้ว ครั้งต่อไปก็คงไม่มากมายเช่นนี้อีก”

“มันน่าทึ่งจริง ๆ ที่เจ้าสามารถตีตลาดใหม่ได้มากมายในเวลาเดียวกันด้วยระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้”

จินเฟิงยิ้มและแอบขยี้ศีรษะของถังเสียวเป่ย “ตอนนี้เราได้เปิดตลาดการขายแล้ว มันก็เหมือนกับการขุดคูน้ำ แม้ว่าเงินในอนาคตจะไม่มากเท่าครั้งนี้ แต่ก็จะมีเข้ามาเรื่อย ๆ”

“แต่ตลาดใหม่ข้าไม่ได้เป็นคนเปิด…”

“แต่เจ้าเป็นคนเลือกที่จะขยายตลาด เจ้าฝึกฝนคนทำงาน นี่คือความดีความชอบของเจ้า!”

จินเฟิงยิ้มและชมเชย

“ฮิฮิ!”

ถังเสียวเป่ยดูเหมือนนักเรียนที่ได้รับคำชมจากอาจารย์ นางยิ้มจนตาปิดและดูมีความสุขมากกว่าการหาเงินได้ถึงสองหีบเสียอีก

“เสียวเป่ย เจ้าน่าทึ่งจริง ๆ ต่างจากข้า ข้ารู้แค่วิธีใช้เงินเท่านั้น บางครั้งข้าก็ไม่เข้าใจสิ่งที่สามีบอกและข้าก็ช่วยงานอะไรไม่ได้”

กวานเสี่ยวโหรวจับมือถังเสียวเป่ย “สามีโชคดีมากจริง ๆ ที่ได้แต่งเจ้าเข้ามา”

“ข้าได้แต่งงานกับเจ้าก็ถือว่าเป็นโชคดี”

จินเฟิงยิ้มและจับมือกวานเสี่ยวโหรว “ใครบอกว่าเจ้าช่วยข้าไม่ได้ สบู่หอมของเราจะเปิดตลาดในเมืองหลวงได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับสบู่ใหม่ที่เจ้าและหว่านเหนียงช่วยกันทำ”

เมื่อเห็นว่าถังตงตงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงกล่าวเสริมว่า “รวมถึงตงตง ข้าโชคดีที่ได้พบเจ้า หากไม่มีเจ้า โรงงานสิ่งทอก็คงไม่สามารถเป็นระเบียบได้เหมือนในปัจจุบัน ไม่สำคัญว่าโรงงานสิ่งทอจะทำเงินในช่วงนี้ได้หรือไม่ ไม่ต้องใจร้อนค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้นเถิด เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการขนส่งคือสิ่งที่ผู้คนใส่ใจมากที่สุด เสื้อผ้าสำคัญเป็นอันดับแรก เชื่อข้าเถอะว่าเมื่อโรงงานสิ่งทอพัฒนา ผลกำไรที่จะได้รับต้องมีจำนวนมหาศาลอย่างแน่นอน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์