เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 280

บทที่ 280 ไม่คู่ควร

จ้าวเสี้ยนเว่ยมีความคิดอยากกำจัดจินเฟิงขึ้นมาชั่วครู่หนึ่ง

แต่หลังจากคิดเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สุดเขาก็ส่ายหัวปฏิเสธ

“หากไม่ถึงตาจนจริง ๆ เราไม่ควรใช้วิธีนี้ จินเฟิงและชิ่งไหวมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน อีกฝ่ายไม่เพียงแต่อาศัยอยู่ในซีเหอวานเป็นเวลานานเท่านั้น แต่เขายังพาจินเฟิงไปที่สนามรบด้วย หากเราฆ่าจินเฟิง ชิ่งไหวน่าจะกลับมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง แล้วเรื่องมันจะยิ่งยุ่งยากมากกว่าตอนนี้เสียอีก”

จินเฟิงเป็นเพียงขุนนางไร้ศักดินาและเขาก็จำเป็นต้องหาหลักฐานมาให้ได้เพื่อจัดการกับพวกโจร

แต่ชิ่งไหวเป็นท่านโหวเปี่ยมอำนาจที่ควบคุมกองทัพเถี่ยหลิน อีกทั้งยังมีชิ่งกั๋วกงคอยหนุนหลัง เขาไม่จำเป็นต้องหาหลักฐานอะไรมาจัดการกับพวกจ้าวเสี้ยนเว่ยเลย ตราบใดที่ชิ่งไหวสงสัยว่าจินเฟิงถูกพวกเขาฆ่าตายก็สามารถฆ่าพวกเขาได้ทันที

“แล้วเราควรทำอย่างไรดี ตอนนี้จินเฟิงไปที่เขาหู่โถวแล้ว!”

จูเหล่าเหยียกระสับกระส่าย

“ไม่ต้องกังวล ยังมีโจรหลายร้อยคนในเขาหู่โถว จินเฟิงพาคนไปที่นั่นเพียงสิบคน นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับไม่ได้ไปเยือนนั่นแหละ”

จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “ข้าจะส่งคนไปดูว่าเขามุ่งไปทางเขาหู่โถวเพื่อทำสิ่งใด”

จินเฟิงไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวของตนเองในครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นอย่างมาก ในเวลานี้เขากำลังฟังคำตำหนิของชิ่งมู่หลานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ท่านอาจารย์ ท่านบอกข้าว่าการมาที่นี่จะช่วยให้ข้าได้ใช้วิชาการต่อสู้ แล้วเป็นอย่างไร ข้าไม่เห็นพวกโจรมาสี่วันแล้ว!”

ชิ่งมู่หลานพูดอย่างเคือง ๆ “ข้าอยู่ที่นี่ถูกยุงกัดทุกวัน แต่ท่านกลับสุขสบายดีและกำลังจะแอบไปจดทะเบียนสมรสกับถังเสียวเป่ยอย่างนั้นหรือ!”

ตอนที่วางแผนและมอบหมายงาน ชิ่งมู่หลานรู้สึกตื่นเต้นมากที่นางเลือกมาที่ภูเขาหู่โถว เพราะว่าชื่อของมันฟังดูมีอำนาจ แต่ปรากฏว่าโจรเขาหู่โถวนั้นขี้ขลาดมากที่สุดในบรรดาโจรทั้งสามกลุ่ม ยกเว้นความพยายามในสองสามครั้งแรก นี่ก็ผ่านมาเป็นเวลาสองวันแล้วที่พวกโจรเอาแต่หดหัวอยู่ในที่ซ่อนและไม่ขยับตัวราวกับกำลังแข่งความอดทนกัน

อย่างไรก็ตามชิ่งมู่หลานใจร้อน เพราะเมื่อความตื่นเต้นของนางหมดลง นางก็ไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้

“ใครบอกว่าพวกข้าแอบกัน ข้าแต่งงานอย่างเปิดเผย เหตุใดต้องหลบซ่อนด้วยเล่า?”

จินเฟิงจับมือถังเสียวเป่ยและชูมือนางขึ้นต่อหน้าชิ่งมู่หลาน “นี่เปิดเผยพอหรือยัง?”

ใบหน้าของถังเสียวเป่ยแดงขึ้นอีกครั้งด้วยความเขินอาย แต่หัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยความหวานราวกับถูกทาน้ำผึ้งเคลือบไว้

“หึ หน้าไม่อาย!”

ชิ่งมู่หลานสบถเบา ๆ จากนั้นก็ตระหนักว่านางน่าจะปากไวไปหน่อยเลยรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “เสียวเป่ย ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้า ข้าว่าเขาต่างหาก เสียดายที่ข้าคิดว่าเขาเป็นบุรุษที่มีจิตใจแน่วแน่เด็ดเดี่ยว คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาจะเป็นคนมักมากในกาม!”

“ชิ่งมู่หลาน ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังโกรธ แต่เจ้าก็มิควรมาใส่ร้ายข้าเช่นนี้”

จินเฟิงพุ่งตัวไปข้างหน้าและจงใจแสดงออกอย่างหุนหันพลันแล่น “ใครบอกว่าข้าไม่ใช่บุรุษผู้แน่วแน่เด็ดเดี่ยว เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามักมาก!”

ชิ่งมู่หลานผู้น่าสงสารยังเป็นหญิงสาวที่ไม่เคยคิดเรื่องการแต่งงาน นางไม่เคยมีความรักด้วยซ้ำ นางไม่รู้ว่าจินเฟิงหมายถึงอะไรและคิดว่าเขากำลังยั่วยุ

หญิงสาวยืดหน้าอกขึ้นและพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ “อย่างที่เจ้าว่า ชายหญิงนั้นเท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ใช่บุรุษ แต่ข้าก็สามารถมีความเด็ดเดี่ยวได้!”

“ใช่ สิ่งที่เจ้าว่ามาก็ถูก!”

จินเฟิงเหลือบมองนางและพยักหน้าเห็นด้วย “แต่เจ้าไม่เด็ดเดี่ยว!”

“สามี…”

ใบหน้าของกวานเสี่ยวโหรวกลอกตามองไปที่จินเฟิงเพราะความโกรธ นางบีบแขนของเขา

ถังเสียวเป่ยปิดปากและหรี่ตาลง ทั้งยังแอบหัวเราะเบา ๆ

แม้ว่าชิ่งมู่หลานจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นางก็รู้จากการแสดงออกของทั้งสองคนว่าสิ่งที่จินเฟิงพูดนั้นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

แต่นางไม่รู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไรและก็โกรธมากจนจินเฟิงอดไม่ได้ที่จะมองดูนางอย่างนึกขัน…

“ท่านพี่มู่หลาน ข้าไม่เคยเห็นการต่อสู้มาก่อน พาข้าไปดูด้วยได้หรือไม่”

เมื่อถังเสียวเป่ยเห็นว่าชิ่งมู่หลานกำลังจะระเบิดอารมณ์ นางก็รีบคว้าแขนของชิ่งมู่หลานและเปลี่ยนเรื่องที่พูดคุย

“เอาล่ะ ข้าจะพาเจ้าไปชมรอบ ๆ”

จินเฟิงลูบผมของถังเสียวเป่ยเบา ๆ และไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ

เหตุใดภรรยาที่เขาแต่งเข้ามาจึงสนใจเรื่องการหาอนุภรรยาให้เขาเพิ่มนักนะ…

กวานเสี่ยวโหรวยังคอยสนับสนุนถังตงตงตลอดเวลา และถังเสียวเป่ยที่หมายตาชิ่งมู่หลานเอาไว้โดยไม่คำนึงถึงสถานะของเขา

สตรีอย่างชิ่งมู่หลาน ขุนนางยศหนานผู้ต่ำต้อยอย่างเขาจะกล้าแตะต้องได้อย่างไร?

อย่างมากก็แค่ใช้วาจาหยอกล้อนางเท่านั้น

“สามีที่รัก ข้าเชื่อว่าในอนาคตเจ้าจะแข็งแกร่งไม่น้อยไปว่าพี่ชายของชิ่งมู่หลานเลย”

ถังเสียวเป่ยเงยหน้าขึ้นและมองจินเฟิงด้วยสายตาชื่นชม

“ข้าขอบใจเจ้ามากที่เชื่อมั่น”

จินเฟิงลูบศีรษะถังเสียวเป่ยอีกครั้ง

ตอนนี้ถังเสียวเป่ยกลายมาเป็นผู้ที่คอยผลักดันชีวิตของบัณฑิตหนุ่ม บางทีในความคิดของนาง จินเฟิง อาจจะสามารถทำได้ทุกอย่าง

แต่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าเรื่องชนชั้นในต้าคังค่อนข้างแข็งแกร่ง แข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก แม้ว่าบรรดากั๋วกงในราชสำนักจะตายเพราะความแก่ชรา แต่ลูกหลานของพวกเขาก็จะสืบทอดอำนาจต่อจากบรรพบุรุษอยู่ดี

จินเฟิงมาจากครอบครัวที่ยากจน หากเขาต้องการฝ่าฟันอุปสรรคทางชนชั้นนี้ คงจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเขาเป็นรัฐบุรุษอย่างโจโฉ

อย่างไรก็ตาม ตัวจินเฟิงเองไม่มีความปรารถนาในอำนาจ ในความคิดของเขา แทนที่จะไปราชสำนักเพื่อต่อสู้ให้ได้ความยิ่งใหญ่ มิสู้ให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อพัฒนาเรื่องสบู่หอมกับกวานเสี่ยวโหรวและถังเสียวเป่ยดีกว่า

หากพวกนางยังคงยืนกรานที่จะพาพี่น้องมาเรียนด้วยกันอีกสองสามคน จินเฟิงก็คงต้องตามใจ

ท้ายที่สุดเขาควรเป็นคนใจกว้างและควรรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิดเกี่ยวกับการพัฒนาสบู่ จู่ ๆ เขาก็เห็นขบวนม้าหันหลังกลับไปทางตีนเขาและมุ่งหน้าไปทางเขาหู่โถว…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์