เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 286

บทที่ 286 ถึงทางตัน

“เสี่ยวโหรว ขึ้นมา!”

จินเฟิงเอื้อมมือออกไปอุ้มกวานเสี่ยวโหรวขึ้นบนหลังม้า “เสียวเป่ย เจ้าไปขึ้นม้าของมู่หลาน!”

“ได้!”

ถังเสียวเป่ยตอบรับพร้อมจับมือชิ่งมู่หลานแล้วขึ้นไปบนหลังม้า

เหล่าเฮยตัดเชือกของม้าที่ผูกกับเกวียนด้วยดาบ จากนั้นก็ขอให้ทหารผ่านศึกเคลื่อนเกวียนไปขวางไว้กลางถนนหลวง

แม้ว่าจะเป็นถนนหลวง แต่ก็เป็นถนนบนภูเขาที่ไม่กว้างมากนัก อีกทั้งตอนนี้ยังมีรถม้าขวางอยู่ด้านข้างอย่างแน่นหนา

อาเหมยเปิดประตูรถม้าแล้วดึงธนูจ้งหนู่เคลื่อนที่กับกล่องใส่ลูกธนูออกมา

หลายส่วนของธนูจ้งหนู่นั้นทำจากเหล็กและด้ามธนูก็ทำจากไม้ที่มีน้ำหนักมากเช่นกัน รวม ๆ แล้วหนักเกินสองร้อยจิน มีทหารชายเพียงไม่กี่คนที่สามารถแบกมันไหว

แต่อาเหมยที่ดูผอมเพรียวกลับสามารถยกกล่องใส่ลูกธนูขึ้นได้ นางวางมันไว้บนหลังม้าพร้อมลากเกวียนตามวิธีที่ซ้อมมาก่อนหน้านี้

“เหล่าเฮย พาสหายผู้นี้ไปด้วย!”

เมื่อจินเฟิงเห็นนายพราน เขาก็หันกลับมาและสั่งการทันที

หากไม่มีนายพรานมารายงานข่าว พวกเขาอาจกระโจนเข้าไปในวงล้อมของโจรได้

นายพรานเสี่ยงชีวิตเพื่อเตือนเขา จินเฟิงไม่สามารถทิ้งอีกฝ่ายเอาไว้ข้างหลัง

“เหล่าจาง พาเขาไปด้วย!”

เหล่าเฮยตะโกน จากนั้นทหารผ่านศึกร่างผอมก็ดึงนายพรานขึ้นหลังม้าของเขา

ไป!

เมื่อจินเฟิงเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วจึงยกบังเหียนและม้าก็เริ่มวิ่งอย่างดุเดือดบนถนนกลางภูเขา

เมื่อพวกเขาเคลื่อนตัวไปด้านหน้า พวกโจรก็ตามมาด้านหลังติด ๆ

แต่เส้นทางบนภูเขาแคบ ๆ นั้นถูกกั้นด้วยรถม้าและต้นไม้ใบหญ้า

กว่าที่พวกเขาจะเคลื่อนรถม้าออกไปได้ จินเฟิงและคนอื่น ๆ ก็อยู่ห่างออกไปสามลี้แล้ว

“ให้ตายเถอะ ทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้คนร้องเพลงไม่ดูตาม้าตาเรือ หากไม่ใช่เพราะมัน จินเฟิงคงไม่มีทางหนีรอดไปได้!”

หัวหน้าโจรที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าพูดอย่างแค้นใจ

คนที่จ้างพวกเขายินดีจ่ายสองพันตำลึงเงินสำหรับชีวิตของจินเฟิง หนึ่งร้อยตำลึงเงินสำหรับการฆ่าทหารผ่านศึก และห้าสิบตำลึงเงินสำหรับทหารหญิง

ในสายตาของหัวหน้าโจรผู้มีรอยแผลเป็นมองว่า จินเฟิงและกลุ่มของเขาเหมือนกองภูเขาเงินหลายพันตำลึงเงิน

แม้ว่าเขาจะต้องแบ่งเงินกับโจรอีกสองกลุ่มแต่อย่างไรเงินที่เขาจะได้ก็ต้องถึงหนึ่งพันตำลึงเงินแน่ ๆ

แต่ตอนนี้ภูเขาเงินได้หนีไปแล้ว

ส่วนชิ่งไหวจะมาแก้แค้นหลังจากเขาฆ่าจินเฟิงหรือไม่นั้น เขาไม่เคยกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

เขาเป็นคนสิ้นหวัง หากมีเงินเขาก็ไปไหนทำอะไรก็ได้มิใช่หรือ?

กว่าชิ่งไหวจะรู้ข่าวและเดินทางกลับมา เขาก็ไปมีความสุขถึงไหนต่อไหนแล้ว

“เหล่าหลิวมักจะจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างไร้ที่ติเสมอ จินเฟิงไม่สามารถหลบหนีได้อย่างแน่นอน”

หัวหน้าโจรร่างท้วมอีกคนพูดเสริม “พวกเราต้องไล่ล่าต่อไป ข้าเชื่อว่าจินเฟิงจะไม่มีวันหนีรอด!”

“เล่าฉู่ เจ้าบอกความจริงข้ามา เจ้ารู้อะไรมาบ้าง?” ชายหน้าบากเอ่ยถาม “เหล่าหลิวซุ่มโจมตีพวกเขาอยู่ด้านหลังเช่นกันหรือ?”

“ข้าไม่รู้ แต่ข้ารู้จักนิสัยของเหล่าหลิวดี เมื่อแผนได้ถูกวางไว้แล้วก็มักจะไม่พลาดที่จะคิดถึงความเป็นไปได้นี้”

หัวหน้าโจรร่างท้วมเอ่ยถาม “เหล่าเฉิน เจ้าคิดอย่างไร? เราควรไล่ตามเขาไปหรือไม่?”

“มาถึงขั้นนี้แล้ว ไล่ตามอีกหน่อยเถิด!”

หัวหน้าโจรกลุ่มสุดท้ายกล่าว

พวกโจรจึงยังคงไล่ตามจินเฟิงบนถนนหลวงต่อไป

การคาดเดาของหัวหน้าโจรร่างท้วมนั้นไม่เลว เพราะในระยะทางห้าลี้ข้างหน้า จินเฟิงที่กำลังคิดว่าจะหนีพวกโจรไปทางไหนก็พบกับต้นไม้ใหญ่สองต้นที่เอียงลงมาอย่างกะทันหัน

ต้นไม้ต้นนี้หนาเท่าถัง ถ้าโดนทับร่างคงแหลก!

จินเฟิงดึงบังเหียนม้าในทันที!

วินาทีต่อมา ลูกธนูสิบดอกก็ลอยข้ามหัวของทหารผ่านศึก จากนั้นโจรสิบคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ล้มลงทันที

แต่แล้วก็มีโจรเข้ามาเสริมอีก!

ที่แย่กว่านั้นคือพวกโจรที่เข้ามาเตรียมโล่ไว้ด้วย

การยิงรอบที่สองถูกโล่สกัดไว้ได้ทั้งหมด

“ฆ่าพวกมันซะ!”

พวกโจรตะโกนและกระโดดข้ามต้นไม้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รอต้อนรับพวกเขาคือดาบทมิฬที่มีเงาสะท้อนแวววาว แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความคม

องครักษ์ส่วนตัวของจินเฟิงได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีจากกลุ่มทหารผ่านศึก พวกเขาไม่เพียงแต่มีทักษะสูงเท่านั้น แต่ยังสามัคคีกันอย่างพร้อมเพรียง เทียบกับพวกเขาแล้ว พวกโจรปลายแถวไม่สามารถเปรียบกันได้อย่างสิ้นเชิง

โจรกลุ่มแรกที่เข้ามาล้วนถูกทหารผ่านศึกสังหารทั้งหมด

น่าเสียดายที่มีโจรเข้ามารุมล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ และการต่อสู้แบบประชิดตัวได้เริ่มขึ้นแล้ว ทหารชายจึงไม่อยู่ในท่ากึ่งหมอบอีกต่อไปและทหารหญิงก็ไม่กล้ายิงหน้าไม้ตามใจชอบเช่นกัน เพราะเกรงว่าจะพลาดโดนทหารชายอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“ท่านอาจารย์ ฝั่งตรงข้ามมีโจรมากเกินไป หากเรายังถ่วงเวลาไว้เช่นนี้ เมื่อโจรที่อยู่ข้างหลังมาถึงเราจะถูกโจมตีจนไม่มีทางหนีได้”

ชิ่งมู่หลานเตือน “ท่านอาจารย์ เราพอจะมีหนทางอื่นหรือไม่?”

“เจ้าหยุดพูดได้แล้ว ข้ากำลังใช้ความคิด!”

จินเฟิงมองไปตามพื้นที่โดยรอบและสมองของเขาก็ทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อคิดถึงมาตรการตอบโต้

น่าเสียดายที่สถานที่แห่งนี้ถูกเลือกโดยกลุ่มโจร นอกจากต้นไม้ใหญ่ที่ล้มลงขวางถนนหลวงแล้ว ด้านหน้ายังมีหน้าผาสูงชันที่ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้

อีกด้านก็เป็นหน้าผาสูงกว่าสิบเมตรซึ่งไม่มีเส้นทางที่สามารถเดินผ่านไปได้เช่นกัน

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือพวกเขากำลังติดอยู่บนถนนในภูเขาแคบ ๆ แห่งนี้

ยิ่งไปกว่านั้น โจรจากด้านหลังอาจมาเมื่อใดก็ได้ เวลาที่เหลือสำหรับจินเฟิงนั้นน้อยเกินไป เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะคิดหาวิธีแก้ปัญหาที่ดี!

เมื่อจินเฟิงตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นายพรานตัวเตี้ยก็รวบรวมความกล้าที่จะออกมาข้างหน้าและพูดว่า

“ท่านอาจารย์จิน ข้าเป็นนายพรานและมาล่าสัตว์ที่นี่บ่อย ๆ ข้ารู้เส้นทางที่ทอดขึ้นภูเขานี้ดี การไปรับมืออยู่ที่นั่นง่ายกว่า!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์