บทที่ 287 ข้าจะทำให้ทุกคนมีชีวิตรอด
“อยู่ทางไหน? ไกลหรือไม่?”
จินเฟิงรีบเข้าไปถามนายพรานอย่างเร่งรีบ
“ไม่ไกลหรอก จากทางที่เราเพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ เดินไปด้านหลังอีกประมาณสองลี้ก็ถึงแล้ว”
นายพรานชี้ไปที่ถนนด้านหลัง
“เช่นนั้นก็รีบไปเร็วเข้า!”
จินเฟิงตะโกนทันที “เหล่าเฮย ปิดถนนเร็วเข้า ถอนกำลัง!”
“ปิดกั้นถนน!”
เหล่าเฮยตะโกน จากนั้นทหารผ่านศึกห้าคนในแถวด้านหลังก็ถอดย่ามออกจากเอวของพวกเขาอย่างรวดเร็วและเทน้ำมันตะเกียงลงไปที่พื้น
“ถอย!”
เหล่าเฮยตะโกนอีกครั้ง จากนั้นเขากับทหารผ่านศึกอีกสี่นายในแถวหน้าก็ผลักพวกโจรออกไปและหันหลังวิ่งอย่างว่องไว
ทหารผ่านศึกที่อยู่ด้านหลังนำตะบันไฟออกมา เมื่อเหล่าเฮยและทหารผ่านศึกทั้งสี่ถอนตัวออกมาแล้ว พวกเขาก็โยนตะบันไฟลงบนพื้นเพื่อจุดน้ำมันตะเกียงที่เพิ่งราดลงไป
ฟึ่บ!
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นในทันที ขวางพวกโจรไว้ด้านหลัง
ในเวลานี้ ทหารหญิงหันหัวม้ากลับอีกครั้งและวิ่งย้อนกลับไปตามเส้นทางที่นายพรานบอก
นายพรานเป็นผู้นำทางและพวกของจินเฟิงก็ขี่ม้าตามไปเป็นขบวน
หลังจากวิ่งไปได้กว่าสองลี้ก็เห็นทางขึ้นไปบนภูเขาซึ่งความลาดชันน้อยกว่าเส้นทางเมื่อครู่ โดยคนสามารถปีนขึ้นไปได้
ในเวลานี้ พวกโจรที่นำโดยชายหน้าบากก็ตามพวกเขามาและอยู่ห่างออกไปหนึ่งลี้เท่านั้น
เมื่อเห็นกลุ่มของจินเฟิงย้อนกลับมา พวกโจรที่อยู่ฝั่งตรงข้ามต่างก็ตะโกนอย่างตื่นเต้น พร้อมโบกอาวุธในมืออีกครั้ง
“ทุกคนทิ้งม้าของตนแล้วขึ้นไปบนภูเขา อาเหมย นำธนูจ้งหนู่ไปด้วย!”
จินเฟิงตะโกนเสียงดัง จากนั้นทุกคนก็กระโดดลงจากหลังม้า
เหล่าเฮยนำคนสองคนวิ่งไปข้างหน้าเพื่อสำรวจเส้นทาง อาเหมยเองก็เดินตามหลังมาอย่างใกล้ชิดโดยแบกธนูจ้งหนู่และกล่องที่บรรจุลูกธนูไว้
ทหารผ่านศึกสองคนช่วยถือกล่องที่อาเหมยแบกไว้บนหลัง
จินเฟิงจูงมือถังเสียวเป่ยเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่งและจูงกวานเสี่ยวโหรวด้วยมืออีกข้างหนึ่งเดินตามพวกอาเหมยไป
ข้างหลังพวกเขาคือชิ่งมู่หลาน ทหารหญิง และทหารชายที่เหลืออีกห้าคนปิดท้าย
เนินเขาข้าง ๆ ไม่สูงนัก สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้หลังจากเดินไปตามทางไม่กี่จั้ง
อีกด้านของยอดเขาเป็นหน้าผาและไม่มีถนน
“ข้าต้องขอโทษท่านอาจารย์จินด้วย นี่เป็นสถานที่เดียวที่ข้านึกออก”
นายพรานพูดด้วยความรู้สึกผิด “หากเราไปอีกสามถึงสี่ลี้ ที่นั่นจะมีถนนบนภูเขาที่สามารถนำไปสู่ถนนหลวงทางตอนเหนือของเฮยสุ่ยโกว”
“เจ้าไม่ต้องขอโทษพวกข้าหรอก พวกข้ามากกว่าที่ต้องขอบคุณเจ้า”
จินเฟิงตบไหล่นายพรานแล้วพูดว่า “ครั้งนี้หากไม่ได้เจ้า เราคงถูกโจรสองกลุ่มขวางอยู่บนถนนและไม่มีหนทางหลบหนี”
“ท่านอาจารย์ กองกำลังปราบโจรของท่านช่วยล้างแค้นให้กับฆาตกรที่ฆ่าบิดาของข้า นี่คือสิ่งที่ข้าควรทำ!”
นายพรานส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หากวันนี้เราสามารถรอดชีวิตไปได้ เจ้าอยากย้ายไปอยู่ที่ซีเหอวานหรือไม่?”
จินเฟิงเอ่ยชักชวนนายพรานผู้มีพระคุณ
โหวจื่อได้รับบาดเจ็บและตอนนี้เขาก็ขาดผู้คุ้มกันที่รับหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนมฝีมือดี
ความมีสติที่นายพรานแสดงออกมาเมื่อครู่และความชำนาญเส้นทางบนภูเขาและป่าของเขาสอดคล้องกับความต้องการของจินเฟิงเป็นอย่างมาก
“ตราบใดที่ท่านอาจารย์จินไม่ติดเงื่อนไขเรื่องอายุของข้า ข้าก็ยินดี!”
ใบหน้าที่เริ่มมีร่องรอยแห่งความชราของนายพรานแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
“เช่นนั้นก็ดี หากผ่านวันนี้ไปได้ เจ้าไปหาข้าที่ซีเหอวานได้เลย!”
จินเฟิงตบไหล่นายพรานอีกครั้งแล้วหันไปมองทหารผ่านศึก
“เหล่าเฮย ปิดถนนบนภูเขา! อาหลานเจ้านำทหารหญิงไปช่วยเหลือทหารชายในการใช้หน้าไม้และธนูจ้งหนู่!”
ในจังหวะนี้เองก็มีเสียงดังมาจากภูเขา ทันใดนั้นธนูจ้งหนู่ก็เริ่มทำงาน
พวกโจรที่รีบวิ่งเข้ามาโจมตีจึงเหมือนกับถังหูหลูที่ถูกไม้ยาวเสียบ!
พริบตาเดียวเลือดก็สาดกระเซ็นไปทั่วถนนบนภูเขา
ด้วยลูกธนูเพียงดอกเดียว โจรหลายสิบคนจากเฮยสยงหลิ่งก็ถูกสังหารไปสิบกว่าชีวิต
คนที่เหลือตกใจมากและรีบวิ่งลงไปตามภูเขาล้มลุกคลุกคลานอย่างหาทางเอาชีวิตรอด
“พวกเจ้าหลอกให้ข้าออกไปตายอย่างนั้นหรือ!”
ชายหน้าบากมองไปที่โจรร่างท้วมและหัวหน้าโจรอีกคนด้วยใบหน้าโกรธแค้น
ตอนนี้โจรทุกคนในจินชวนรู้ว่ามีธนูจ้งหนู่ชนิดหนึ่งในซีเหอวานที่น่ากลัวมาก แต่ทุกคนรู้ดีว่าธนูจ้งหนู่นั้นใหญ่และขนย้ายยาก
โจรร่างท้วมก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าคราวนี้จินเฟิงนำธนูจ้งหนู่มาหรือไม่ ดังนั้นจึงส่งเขาออกไปไปโจมตีก่อนเพื่อทดสอบ
เมื่อครู่เขาหน้ามืดตาบอดเพราะเงิน แต่ตอนนี้เขากำลังสูญเสียอย่างหนัก หากเขาไม่เข้าใจว่าพวกโจรร่างท้วมใช้เขาเป็นเครื่องมือ เขาก็โง่เกินทนแล้ว
“เตาปา เจ้าอย่าเอาแต่โทษผู้อื่นแล้วเอาดีเข้าตัวสิ เจ้าเองก็อยากได้หัวของจินเฟิงเพื่อรับรางวัลเช่นกันมิใช่หรือ พวกข้าไม่ได้ไปร่วมแย่งชิงกับเจ้าด้วยซ้ำ เจ้ายังไม่พอใจอีกรึ?”
โจรร่างท้วมถามหาความชอบธรรม “หรือว่า พวกข้าต้องไปแย่งชิงผลประโยชน์กับเจ้า เจ้าถึงจะพอใจ?”
“เจ้า…”
ชายหน้าบากตัวสั่นด้วยความโกรธแต่ไม่สามารถหาคำที่จะโต้แย้งได้
เป็นเรื่องจริงที่เมื่อครู่เขาหุนหันพลันแล่นเกินไป
พวกเขาไม่เพียงแต่สูญเสียกำลังคนไปเท่านั้น แต่ยังไม่ได้รับม้าศึกแม้แต่ตัวเดียว ถือว่าขาดทุนและประสบความสูญเสียครั้งใหญ่
เมื่อรู้ว่าจินเฟิงนำธนูจ้งหนู่มาด้วย โจรร่างท้วมและหัวหน้าโจรอีกคนก็ไม่กระตือรือร้นที่จะโจมตีอีกต่อไป แต่กลับพาคนของพวกเขาไปรอข้างถนนแทน
ไม่นานนักก็เห็นโจรอีกกลุ่มมาจากอีกฟากหนึ่งของถนนบนภูเขา ใบหน้าของพวกเขาดำคล้ำไปด้วยเขม่าควัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็คิดอยู่ว่าคนที่หลิวเฉวียจื่อส่งมาเป็นใครกัน ที่แท้ก็พวกเจ้าเองหรือ!”
โจรร่างท้วมตะโกนบอกโจรที่เพิ่งมาถึง “ต้าหามา นี่พวกเจ้าย่างกระต่ายแล้วทำป่าลุกไหม้หรือ? เหตุใดเส้นผมของเจ้าถึงได้ไหม้และม้วนงอเช่นนั้นเล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์