บทที่ 288 บาดเจ็บล้มตายมากกว่าครึ่ง
“เหลาฉู่ หุบปากของเจ้าซะ!”
โจรคนหนึ่งตะโกนสวนกลับมาและพูดอย่างหัวเสีย “จินเฟิงอยู่ที่ใด?”
“ขึ้นไปบนเขา”
โจรร่างท้วมชี้ไปที่เนินเขาด้านบน
ต้าหามาเหลือบมองไปทางภูเขา เมื่อเห็นศพเกลื่อนถนนบนเขา อีกทั้งยังมีลูกธนูคล้ายหอกยาวอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาก็หรี่ลง
“จินเฟิงและคนอื่น ๆ ขี่ม้ากันไม่ใช่หรือ? พวกเขาไปเอาธนูจ้งหนู่มาจากที่ใด?”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเขานำรถม้ามาด้วย? เขาอาจจะซ่อนมันในรถม้าก็ได้”
โจรร่างท้วมกล่าวต่อ “แต่ไม่ต้องกังวลไป ลูกธนูของธนูจ้งหนู่ค่อนข้างมีน้ำหนัก จินเฟิงไม่น่าจะบรรทุกมาจำนวนมากขนาดนั้น อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการขึ้นสายธนูจ้งหนู่ หากเจ้าใช้โอกาสในตอนที่พวกเขากำลังเตรียมการก็น่าจะบุกเข้าไปได้!”
“โอกาสดี ๆ เช่นนี้ พวกเจ้าเก็บไว้ให้พวกข้าอย่างนั้นหรือ?”
ต้าหามาหัวเราะเยาะ
“ไอหยา มีแต่เตาปาสินะที่เป็นคนโง่เขลา…”
โจรร่างท้วมถอนหายใจแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ต้าหามา ข้าถือว่ามอบโอกาสดีให้เจ้าแล้ว หากเจ้าไม่อยากรับไว้เช่นนั้นก็ช่างมันเถิด อย่างไรเสียพวกเราก็อยู่ที่นี่กันพร้อมหน้า เรามาหารือกันดีกว่าว่าจะทำอย่างไรต่อไป?”
“จินเฟิงนำธนูจ้งหนู่มาด้วย ผู้ใดกล้ารุกล้ำผู้นั้นต้องตาย เราไม่อาจสู้แรงของมันได้”
ชายหน้าบากกล่าวว่า “พวกเราต้องทำอย่างที่พวกเขาทำคือปิดล้อมพวกเขาไว้บนเขา พวกจินเฟิงต้องมีเสบียงไม่มากอย่างแน่นอน ไม่เกินสามวัน พวกเขาก็ต้องทนไม่ได้”
ทันทีที่พูดจบ หัวหน้าโจรที่เหลือก็มองเขาเหมือนคนโง่
“เหตุใดพวกเจ้าจึงมองข้าเช่นนี้” ชายหน้าบากถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะคนโง่เขลาอย่างเจ้าหาได้ยากน่ะสิ” ต้าหามาหัวเราะเยาะ
“เจ้าลองพูดอีกครั้งสิ!”
ดวงตาของชายหน้าบากเบิกกว้าง จากนั้นเขาก็ชักดาบออกมาทันที
“ไอหยา ทุกคนต่างก็มาที่นี่เพื่อหาผลประโยชน์ทั้งนั้น เหตุใดพวกเจ้าจึงมาทะเลาะกันเองเล่า เป้าหมายของพวกเจ้าคือจินเฟิงมิใช่หรือ?”
โจรร่างท้วมลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและพยายามไกล่เกลี่ย “เตาปา ใจเย็นลงก่อน”
“เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้ามาว่าสิ่งที่ข้าเสนอไปเมื่อครู่มีอะไรน่าขันอย่างนั้นหรือ มีอะไรไม่ถูกต้องกัน” ชายหน้าบากกระชากคอเสื้อของอีกฝ่าย
“เตาปา เจ้าคิดว่าหากคืนนี้จินเฟิงไม่ได้กลับไป ซีเหอวานจะส่งคนมาตามหาเขาหรือไม่เล่า?”
โจรร่างท้วมอธิบายว่า “ถึงตอนนั้นไม่จำเป็นต้องไปเรียกคนจากในเมืองให้มาชุมนุมกันหรอก เรารอดูขบวนคุ้มกันจากซีเหอวานนำธนูจ้งหนู่มาเพิ่มได้เลย ดูสิว่าเราจะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่?”
“สิ่งนี้…”
ชายหน้าบากสะอึก ใบหน้าของเขาซีดเผือดจากความหวั่นกลัวและเสียหน้า
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมทุกคนถึงหัวเราะตนเอง
ถนนบนภูเขานั้นแคบและไม่มีที่ซ่อน หากถูกธนูจ้งหนู่โจมตี พวกเขาก็ทำได้แค่ยืนรอความตายเท่านั้น
“ดังนั้น คืนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราต้องฆ่าจินเฟิงให้ได้ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”
โจรร่างท้วมไม่สนใจความลำบากใจของชายหน้าบากแล้วพูดว่า “ทุกคนมีแผนการอื่นอีกหรือไม่ รีบคิดรีบเสนอมาเร็ว”
“ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว นอกจากทำการจู่โจม”
ต้าหามาพูดว่า “เจ้าพูดถูก จินเฟิงไม่สามารถขนลูกธนูของธนูจ้งหนูมาได้มากเกินไป ตราบใดที่เราล่อให้เขาใช้ลูกธนูจนหมด ธนูจ้งหนู่ก็จะไร้ความหมาย หลังจากนั้นเราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการกับจินเฟิงอีกต่อไป!”
“ล่อให้เขาใช้ลูกธนูให้หมดหรือ เจ้าพูดง่ายดีนี่ แล้วคนของใครจะออกไปล่อเป้าเล่า?”
ชายหน้าบากถามพร้อมแสยะยิ้มออกมา
เมื่อโจรร่างท้วมเห็นว่าทั้งสองกำลังจะทะเลาะกันอีกครั้ง เขาก็รีบพูดแทรก “ไม่สำคัญว่าใครจะไป วิธีที่ดีที่สุดคือให้เราส่งคนออกไปกลุ่มละสองสามคนและกระจายตัวกันไปตามถนนขึ้นเขาเพื่อหลอกล่อให้พวกมันใช้ลูกธนูจนหมด”
“มีเหตุผล!”
“ซวนจื่อ ซานโกวจือ!”
ดวงตาของเหล่าเฮยแดงก่ำขึ้นทันที
ทหารผ่านศึกสองคนที่เสียชีวิตมาจากหมู่บ้านเดียวกันกับเขา แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ แต่รักกันเสียยิ่งกว่าพี่น้องแท้ ๆ เสียอีก!
“เหล่าเฮย พาสหายที่บาดเจ็บออกไปจากที่นี่ ถอยออกไปก่อน!”
จินเฟิงเห็นมือยิงธนูด้านล่างดึงธนูยาวขึ้นมาอีกครั้งจึงออกคำสั่งให้พวกของเขาล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน เขาก็หันไปหาทหารหญิงและตะโกนว่า “อาหลาน เจ้ากำลังรออะไรอยู่? ฆ่ามือยิงธนูเหล่านั้นให้หมด!”
ทหารหญิงหยิบหน้าไม้ขึ้นมาทันทีและเล็งไปที่มือยิงธนูของฝ่ายตรงข้ามเพื่อสู้กลับ
“ดูเหมือนว่ากลับไปข้าต้องคุยกับพี่เหลียงอีกครั้งแล้ว”
ตอนที่จางเหลียงกำลังฝึกทหารผ่านศึก เขาได้ฝึกวินัยอย่างเข้มงวด แต่จินเฟิงคิดไม่ถึงว่าพวกอาหลานที่ได้รับการฝึกฝนถึงระดับที่เข้มงวดจากจางเหลียงจะเป็นเช่นนี้ไปได้
หากเขาและชิ่งมู่หลานไม่ออกคำสั่ง พวกนางจะรู้วิธีช่วยเหลือสหายของตนหรือไม่?
ปฏิกิริยาของทหารหญิงนั้นค่อนข้างช้า เห็นได้ชัดว่ามือยิงธนูของโจรเตรียมพร้อมมาอย่างดี พวกเขายิงธนูอย่างรวดเร็วทีละลูก ๆ จากนั้นก็รีบยกโล่ขึ้นเพื่อป้องกันทันที
ปึก ปึก ปึก…
ลูกธนูของพวกอาหลานถูกโล่ป้องกันเอาไว้ได้
ส่วนพวกของเหล่าเฮยก็ถูกลูกธนูเพิ่มอีกคน
แม้แต่แก้มของเหล่าเฮยยังถูกลูกธนูเฉี่ยว
สิ่งที่แย่ที่สุดคือหน่วยกล้าตายของพวกโจรที่เหลืออีกสามสิบคนเกือบจะถึงยอดเขาแล้ว
ในเวลานี้ พวกเหล่าเฮยได้ยืนประชันหน้ากับพวกโจร เพราะธนูจ้งหนู่นั้นโจมตีช้าเกินไป พวกของเหล่าเฮยตายไปสองและบาดเจ็บอีกสามทำให้กำลังการต่อสู้ของพวกเขาหายไป เมื่อพวกเขาตกอยู่ในการต่อสู้แบบประชิดตัว ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดโจรสามสิบคน
“มู่หลาน อาเหมย คุ้มกันเสี่ยวโหรวและเสียวเป่ย อาหลานพาคนที่เหลือตามข้ามา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์