บทที่ 296 ช่วยเหลือจินเฟิง!
เรื่องนี้สำคัญมากจนถังตงตงและหัวหน้าหมู่บ้านต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
หลังจากพูดคุยกับคนงานหญิงสี่คนเป็นเวลานานกว่าหนึ่งก้านธูป พวกนางถึงได้รับอนุญาตให้กลับออกไป
จากนั้นสีหน้าของถังตงตงและหัวหน้าหมู่บ้านก็ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม
เพราะเมื่อครู่หลังจากได้ลองถามคำถามกับคนงานหญิงทั้งสี่เพื่อความแน่ใจ ทั้งหมดล้วนตอบคำถามสอดคล้องกับสิ่งที่นายพรานพูด
อีกทั้งคนงานหญิงยังยืนยันว่าพ่อของถังเฟยถูกพวกโจรฆ่าทำให้เขาเกลียดพวกโจรมาโดยตลอด
หัวหน้าหมู่บ้านอยู่มาจนบนศีรษะมีผมหงอก แม้เขาจะไม่ได้ออกไปเผชิญโลกมากมายแต่ก็รู้จักและเข้าใจชาวเขาเป็นอย่างดี
ความเป็นไปได้ที่คนอย่างถังเฟยจะสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรเพื่อสังหารจินเฟิงถือว่ามีน้อยมาก
หานเฟิงและจินเฟิงเองก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางหรือเป็นศัตรูกัน คงไม่มีประโยชน์ที่เขาจะเสี่ยงชีวิตมาหลอกลวงชาวซีเหอวาน
อีกอย่างตอนนี้เขาก็อยู่ที่ซีเหอวาน หากหัวหน้าหมู่บ้านพบว่าหานเฟิงเป็นคนหลอกลวงก็สามารถฆ่าเขาทิ้งได้ในทันที
“ดูเหมือนว่าจินเฟิงจะเจอกับพวกโจรจริง ๆ”
หัวหน้าหมู่บ้านหรี่ตาลงเล็กน้อยและพูดว่า “เถี่ยจือ ยิงธนูหัวนกหวีดออกไป!”
“รับทราบ!”
หลิวเถี่ยได้เตรียมธนูหัวนกหวีดเอาไว้แล้ว เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านสั่งการ เขาก็ยกมือขึ้นและปล่อยลูกธนูขึ้นสู่ฟากฟ้าทันที
เสียงลูกธนูหวีดแหลมแผ่กระจายไปทั่วหมู่บ้านบนภูเขาอันเงียบสงบ
ทหารหญิง ทหารผ่านศึก และชาวบ้านทุกคนที่ยังไม่หลับต่างก็เดินออกไปยืนอยู่ที่ลานหน้าบ้าน
หลังจากรอสักพัก หลิวเถี่ยก็ยิงลูกธนูหัวนกหวีดดอกที่สองขึ้นสู่ฟ้า
ซีเหอวานที่ในตอนแรกอยู่ในความสงบ ตอนนี้กลับมีเสียงความวุ่นวายดังขึ้นจอแจ
“แย่แล้ว เสียงลูกธนูดังมาจากบ้านท่านอาจารย์!”
“เหล่าซาน ลุกขึ้นเร็วเข้า มีเสียงธนูดังขึ้นที่บ้านของท่านอาจารย์!”
“จินเฟิงจะไม่ยิงธนูหัวนกหวีดในตอนกลางคืนหากไม่มีเรื่องด่วนจริง ๆ คราวที่แล้วก็เป็นเรื่องแม่นางเสียวเป่ยถูกลักพาตัวไป ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน!”
“เร็วเข้า!”
ทหารผ่านศึกและทหารหญิงทุกคนรีบไปที่บ้านของจินเฟิงพร้อมอาวุธในมือทันที
ตามมาด้วยชาวบ้านที่ทยอยมาทีละคน
ในไม่ช้า พื้นที่เปิดโล่งหน้าลานบ้านของจินเฟิงก็เต็มไปด้วยผู้คน
ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงเถี่ยฉุย ต้าจ้วง โหวจื่อและคนอื่น ๆ ที่กำลังพักฟื้น พวกเขาต่างก็มาพร้อมกับไม้ค้ำยัน
ทุกคนมองไปที่แท่นไม้ข้าง ๆ เพื่อรอให้จินเฟิงประกาศสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่แล้วกลับไม่ใช่จินเฟิงที่ขึ้นไปพูดบนแท่นไม้นั้น แต่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านและถังตงตง
“หัวหน้าหมู่บ้าน จินเฟิงล่ะ?”
ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ทุกคนเงียบเสียงลงหน่อย!”
หัวหน้าหมู่บ้านตีฆ้องและรอจนกระทั่งฝูงชนเงียบเสียงลงก่อนที่จะพูดว่า “เราเพิ่งได้รับการแจ้งข่าวว่า จินเฟิงถูกโจรปล้นสังหารระหว่างเดินทางกลับจากจวนว่าการ…”
ผู้ใหญ่บ้านหยุดคำพูดเพียงแค่นี้และทุกคนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ลุกฮือ
“หัวหน้าหมู่บ้านว่าอย่างไรนะ? จินเฟิงถูกโจรดักปล้นฆ่าอย่างนั้นหรือ?!”
“ไม่นะ ทำอย่างไรดี?!”
“ตอนที่จินเฟิงคิดจะไปปราบโจร ข้าก็คิดอยู่ว่าไม่สมควร ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า เขาถูกพวกโจรล้างแค้นแล้ว!”
“หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าซะ! จินเฟิงเป็นคนยั่วยุพวกโจรหรือ? พวกโจรนั่นแหละที่ปล้นขบวนรถของเราก่อนและทำให้หู่จือต้องขาหัก จินเฟิงจึงอดไม่ได้ที่จะต้องลงมือมิใช่หรือ?”
“ใช่ พวกโจรต่างก็เป็นคนที่ไร้มโนธรรม เว้นเสียแต่ว่าพวกเราจะต้องอยู่แต่ในซีเหอวานตลอดไป ไม่เช่นนั้นพวกโจรก็จะมาหาเรื่องและสร้างปัญหาให้เราไม่รู้จบ! เราต้องต่อสู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องกังวลในอนาคต!”
“ไอหยา ข้าเองก็เป็นห่วงจินเฟิงเช่นกัน ข้าเพียงแค่ใช้คำพูดผิดไปเท่านั้น พวกเจ้าปล่อยข้าไปเถิด!”
“ยังดีที่เจ้ายังรู้ว่าตัวเองผิด ถือว่าไม่แย่นัก!”
“ไม่ต้องสนใจเขาแล้ว เรามาช่วยกันคิดหาวิธีช่วยจินเฟิงกันดีกว่า”
“ตอนนี้ยังมีโจรกล้ามาหยุดจินเฟิงอีกหรือ พวกมันเป็นโจรจากเขาไหนกัน เหตุใดจึงมีความกล้าเช่นนี้?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน พวกโจรอยู่ที่ใด? พวกมันมีกันกี่คน?!”
“หัวหน้าหมู่บ้าน เจ้าส่งคนไปช่วยจินเฟิงหรือยัง?!”
…
ชาวซีเหอวานทุกคนรู้ดีว่า เมื่อมีจินเฟิงพวกเขาถึงจะมีชีวิตที่ดีได้ แต่หากไม่มีเขา ชาวซีเหอวานก็จะกลายเป็นแค่ก้อนเนื้อที่รอวันถูกพวกโจรฉีกเป็นชิ้นๆ
ชาวบ้านเริ่มหวาดกลัว ต่อมาก็เริ่มวิตกกังวลและโกรธเคือง
ม้าศึกที่ชิ่งไหวส่งกลับมาในครั้งนี้ถูกส่งไปยังกวางเหยวียนมากกว่าครึ่งหนึ่งทันทีที่มาถึงซีเหอวาน
ทำให้ตอนนี้มีม้าศึกทั้งหมดสี่สิบแปดตัวในคอกม้าซีเหอวาน พวกของเถี่ยฉุยมีสี่สิบเอ็ดคน อีกทั้งยังต้องใช้ม้าไปลากธนูจ้งหนู่อีกห้าตัวจึงจำเป็นต้องใช้ม้าถึงสี่สิบหกตัว
ดังนั้นหัวหน้าหมู่บ้านจึงต้องทิ้งม้าไว้เพียงสองตัวเพื่อใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินและที่เหลือก็มอบให้กับเถี่ยฉุย
“รับทราบ!”
เถี่ยฉุยตอบรับก่อนจะหันหลังกลับและวิ่งไปที่กลุ่มทหารผ่านศึกและทหารหญิง
ในเวลานี้ ยกเว้นสถานที่ที่ต้องมีคนคอยอยู่เฝ้าระวัง ทหารผ่านศึกและทหารหญิงคนอื่น ๆ ก็มาถึงสถานที่รวมตัวแล้ว
ทั้งหมดมีเพียง 43 คนเท่านั้น
เถี่ยฉุยขี้เกียจเกินกว่าจะเลือก เขาจึงคัดทหารหญิงออกสามคน จากนั้นก็วิ่งไปที่คอกม้าพร้อมกับคนที่เหลือ
“หลิวเถี่ย!”
หัวหน้าหมู่บ้านตะโกนอีกครั้ง และหลิวเถี่ยก็วิ่งไปหน้าแท่นทันที
“เจ้านำกำลังคนจากขบวนคุ้มกันและกลุ่มปราบเสือไปหาหม่านชางเพื่อนำธนูจ้งหนู่ออกมาสิบตัว และเครื่องเหวี่ยงหินเคลื่อนที่อีกสามตัว จากนั้นใช้เกวียนลากออกไปโดยด่วน คนจากขบวนคุ้มกันและกลุ่มปราบเสือตามข้าไปที่โกดังเพื่อลากเกวียนออกมาและเตรียมบรรทุกของ!”
หลิวเถี่ยตะโกน ทันใดนั้นชายกลุ่มหนึ่งก็ลุกขึ้นยืน
พวกเขาล้วนเป็นบุรุษในหมู่บ้านซีเหอวาน
หลังจากที่คนเหล่านี้ออกไปก็เหลือเพียงสตรีกลุ่มหนึ่งและทหารหญิงไม่กี่คน รวมไปถึงต้าจ้วงและโหวจื่อที่ถูกทิ้งไว้ในสนามด้วย
“หลิวอวี้!”
หัวหน้าหมู่บ้านเรียกบุตรสาวของเขา
“ข้าอยู่นี่!”
เสี่ยวอวี้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น นางยืนอยู่ในกลุ่มผู้คนพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
“เจ้าจัดการดูแลสตรีในหมู่บ้านและอพยพทุกคนไปที่โรงอาหารของโรงงานสิ่งทอ ทุกคนจะอยู่ในโรงอาหารจนกว่าจินเฟิงจะกลับมา!”
ทหารผ่านศึกและทหารหญิงส่วนใหญ่ไปเป็นกองกำลังคุ้มกันในกวางเหยวียน คนที่เหลือไม่เพียงแต่ต้องสกัดกั้นโจรกลุ่มหลักเท่านั้น แต่ยังต้องจัดตั้งกองกำลังปราบโจรเพื่อล้อมและปราบโจรกลุ่มเล็ก ๆ อีกด้วยจึงมีคนเหลืออยู่ในหมู่บ้านไม่มากนัก
ตอนนี้ทหารผ่านศึกและทหารหญิงที่ดูแลหมู่บ้านถูกเถี่ยฉุยพาไป และบุรุษเกือบทั้งหมดก็ถูกหลิวเถี่ยพาไป
ตอนนี้เหลือเพียงชายและหญิงที่ได้รับบาดเจ็บไม่กี่คนเท่านั้นที่หมู่บ้านสามารถพึ่งพาได้ แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่สามารถปกป้องทั้งหมู่บ้านไหว
วิธีที่ดีที่สุดคือการรวบรวมคนให้มาอยู่ที่เดียวกัน…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์