บทที่ 297 ตื่นตูม
ในขณะที่หัวหน้าหมู่บ้านกำลังออกคำสั่งและกระจายงานให้แต่ละคน บรรยากาศในซีเหอวานก็เริ่มวุ่นวาย
เริ่มจากเถี่ยฉุยที่มีความเร็วมากที่สุด เขามาพร้อมกับม้าศึกมากกว่าสี่สิบตัว จากนั้นก็เคลื่อนขบวนออกจากหมู่บ้านทันที
หลังจากนั้นหลิวเถี่ยก็พาบุรุษเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านไปลากเกวียนมาหลายสิบเล่ม
สตรีทุกคนในหมู่บ้านเองก็รีบไปที่โรงอาหารของโรงงานสิ่งทอพร้อมกับลูก ๆ และของมีค่าที่บ้าน
ถังตงตงประกาศระงับการทำงานกะกลางคืนในโรงงานสิ่งทอ คนงานหญิงทุกคนในซีเหอวานและกวานเจียวานจะถูกส่งไปยังโรงอาหารเพื่อรวมตัวกัน
คนงานหญิงจากหมู่บ้านอื่นที่มาขอลี้ภัยเองก็ถูกสั่งให้กลับหอพักชั่วคราวทันที
ไม่ช้าเสี่ยวอวี้พร้อมด้วยทหารหญิงและทหารที่บาดเจ็บหลายคนก็ติดตั้งธนูจ้งหนู่ขึ้นตามทางแยกต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่โรงงานสิ่งทอและโรงหลอมเหล็ก
ทหารหญิงมีหน้าที่รับผิดชอบในการยิง ส่วนสตรีในหมู่บ้านมีหน้าที่หมุนรอกกว้าน
ชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศทั้งหมดในซีเหอวานเริ่มเคร่งขรึม
ไม่นานหลังจากที่หลิวเถี่ยออกเดินทาง ทหารหญิงที่เฝ้าอยู่บนที่ราบสูงก็รีบมาเข้าพบหัวหน้าหมู่บ้านและถังตงตง
“หัวหน้าหมู่บ้าน หัวหน้าโรงงานถัง ด้านนอกมีคนมา!”
ทหารหญิงพูดอย่างกังวลใจ
สีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านและถังตงตงตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาก็วิ่งไปยังที่สูงทันที
แน่นอนว่า ห่างออกไปในระยะหนึ่งลี้นอกหมู่บ้าน มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังซีเหอวาน
คบเพลิงหลายร้อยอันเปรียบเสมือนมังกรไฟ ยาวคดเคี้ยวเกือบหกสิบจั้ง เมื่อมองแวบแรกก็พบว่ามีคนจำนวนมาก
“วันนี้จะไม่มีโจรมาโจมตีซีเหอวานจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
สีหน้าของหัวหน้าหมู่บ้านมีความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง
ในเวลานี้อาจกล่าวได้ว่าการป้องกันของซีเหอวานน่าสิ้นหวังที่สุด หากโจรหลายร้อยคนมาสังหารพวกเขาจริง ๆ ผลที่ตามมาพวกเขาไม่อยากจะคิดเลย!
แต่ถึงแม้จะรู้เรื่องนี้ หัวหน้าหมู่บ้านและถังตงตงก็ไม่เสียใจที่ส่งคนไปช่วยเหลือจินเฟิง
เพราะหากจินเฟิงเสียชีวิตลง ผลที่ตามมาจะร้ายแรงกว่าการที่ซีเหอวานถูกโจรโจมตีเสียอีก
อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ทุกคนในซีเหอวานเป็นทหารแล้ว มีสตรีจำนวนมากที่ได้รับการฝึกเรื่องการต่อสู้จนพอจะมีพื้นฐานแต่ยังไม่ได้โดดเด่น
ทว่าหากจินเฟิงเสียชีวิต ท้องฟ้าในซีเหอวานก็จะไม่สว่างขึ้นอีกต่อไปแล้ว
“หัวหน้าหมู่บ้าน หากโจรมาโจมตีเราจริง ๆ พวกเขาคงไม่แสดงท่าทีโจ่งแจ้งขนาดนี้”
ถังตงตงพูดว่า “อาจเป็นคนจากกวานเจียวาน ถูกหรือไม่?”
“เหมือนจะเดินมาจากทางกวานเจียวานจริง ๆ”
หัวหน้าหมู่บ้านคิดอยู่ครู่หนึ่ง ”ข้าจะไปดูหน่อย หากเป็นโจรข้าจะยิงธนูขึ้นฟ้าเพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือน พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม หากเป็นเหล่ากวานจริง ๆ ข้าก็จะพาเขามาที่นี่”
“ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป หัวหน้าหมู่บ้านห้ามไปเด็ดขาด!”
ถังตงตงส่ายศีรษะ
หากเป็นคนจากกวานเจียวานก็แล้วไป แต่หากเป็นโจร หัวหน้าหมู่บ้านคงไม่สามารถหลบหนีไปได้ ถึงแม้จะยิงธนูหัวนกหวีดขึ้นฟ้าแล้วก็ตาม
“ตอนนี้ข้าอาจเป็นบุรุษคนเดียวที่มีแขนขาสมบูรณ์ที่เหลืออยู่ในหมู่บ้าน หากข้าไม่ไปแล้วผู้ใดจะไปเล่า?”
หัวหน้าหมู่บ้านอดไม่ได้ที่จะวิ่งออกไปอย่างเต็มกำลัง
ถังตงตงรู้ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ นางกัดริมฝีปากและเหลือบมองไปด้านหลังของหัวหน้าหมู่บ้าน จากนั้นจึงวิ่งไปแจ้งให้เสี่ยวอวี้เตรียมการรับมือ
ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ป้อมของหน่วยลาดตระเวนถูกถอนออกไปไว้ที่โรงงานสิ่งทอแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านจึงทำได้แค่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าด้านข้าง จากนั้นจึงนอนราบลงบนพื้นหญ้าแล้วค่อย ๆ คืบคลานออกไป
อย่างไรเสียเขาก็แก่มากแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านเคลื่อนไปได้ไม่ไกลก่อนที่จะรู้สึกปวดหลังขึ้นมา แต่เขาก็ยังไม่กล้าลุกขึ้นและทำได้แค้จับหน้าไม้ไว้แน่น
ตราบใดที่เขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นโจร เขาจะเหนี่ยวไกปืนและยิงธนูหัวนกหวีดทันที
หัวหน้าหมู่บ้านเห็นขบวนคบเพลิงเริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อห่างออกไปเพียงสามจั้ง หัวหน้าหมู่บ้านก็มองเห็นได้ชัดเจน
ผู้นำขบวนคบเพลิงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นกวานซานเหยียจากกวานเจียวาน?
และคนที่เดินตามกวานซานเหยียมาก็คือกวานจู้จือ พี่ชายของกวานเสี่ยวโหรว
ในที่สุดหัวหน้าหมู่บ้านก็โล่งใจและทรุดลงกับพื้นทันที แขนของเขาลู่ลงแนบลำตัวทันทีเพราะคลายความกังวลได้แล้ว
“ใครน่ะ?!”
กวานจู้จือได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวบนพื้นหญ้าจึงมายืนขวางหน้ากวานซานเหยียโดยที่ในมือถือขวานเอาไว้มั่น
“ข้าเอง!” หัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นจากพื้นหญ้าทันที “กวานเหล่าซาน เจ้าทำให้ข้าตกใจเกือบแย่!”
เมื่อจางเหลียงเห็นจินเฟิงเดินมาถึงบริเวณใต้หอสังเกตการณ์ เขาก็ตกใจกับการปรากฏตัวของอีกฝ่าย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นจินเฟิงอยู่ในสภาพยับเยินเช่นนี้
“พวกข้าเจอกลุ่มโจร”
จินเฟิงอธิบายเรื่องนี้อย่างรวบรัด
“พวกมันกล้าดีอย่างไรมาซุ่มโจมตี? สงสัยคงเหนื่อยกับการมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง!”
จางเหลียงเบิกตากว้างด้วยความโกรธ “ท่านอาจารย์ ข้าจะส่งคนไปฆ่าพวกเขาทั้งหมด!”
“ไม่จำเป็น ข้าพาหัวหน้าของพวกเขามาที่นี่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปตามฆ่าลูกสมุนเหล่านั้นหรอก”
จินเฟิงชี้ไปที่หัวหน้าโจรหลายคนที่ถูกผูกติดอยู่กับม้า “ม้าเหล่านี้ตาบอดชั่วคราว ไม่เหมาะที่จะวิ่งในเวลากลางคืน เจ้าส่งพวกมันกลับไปที่ซีเหอวานที…”
จินเฟิงกำชับ
“ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ เอ้อร์ขุย เจ้าพาท่านอาจารย์ไปพักก่อน”
จางเหลียงสั่งการ ก่อนที่จะออกไปจัดการกำลังคน
จากนั้นเอ้อร์ขุยก็พาพวกของจินเฟิงไปพัก
ใต้หอสังเกตการณ์มีห้องหลายห้องที่พวกโจรมักใช้พักอาศัย
ในเวลานี้มันได้กลายเป็นที่พักสำหรับทหารผ่านศึก
เมื่อจินเฟิงมาถึง ห้องที่ดีที่สุดก็กลายเป็นของเขาทันที
แต่ห้องที่เรียกว่าดีที่สุดนั้นก็เรียบง่ายมากเช่นกัน มันมีฝุ่นดำหนาทั้งบริเวณโต๊ะและเตียง
“ท่านอาจารย์ ข้าต้องขอโทษด้วย สถานที่นี้เต็มไปด้วยฝุ่นดำ แม้ว่าวันนี้จะเช็ดแล้ว พรุ่งนี้ก็ยังเกิดขึ้นมาอีก พี่เหลียงเลยสั่งให้หยุดทำความสะอาด”
เอ้อร์ขุยใช้แขนเสื้อเช็ดเก้าอี้และอธิบายออกมาอย่างรู้สึกผิด
“ช้าก่อน!”
จินเฟิงเหยียดนิ้วออกเพื่อปาดผุ่นดำและบดขยี้กับนิ้วมือเล็กน้อย จากนั้นก็ส่องดูใกล้ตะเกียงน้ำมัน เขามองมันอย่างใช้ความคิด
ทันใดนั้นความประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าบัณฑิตหนุ่ม “เจ้าบอกว่าที่นี่มีฝุ่นดำและเทาแบบนี้อยู่ทั่วอย่างนั้นหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์