จ้าวซื่อกล่าวกับซูเสี่ยวลู่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวลู่ อีกสักครู่อาสะใภ้ของเจ้าจะกลับมา ถึงเวลานั้นแม่จะไปกับพวกเจ้าด้วย”
ถึงแม้จะไม่ใช่ระยะทางที่ไกลนัก แต่การที่นางไปด้วยก็เพื่อดูแลและเป็นเพื่อน
“ได้เจ้าค่ะ”
ซูเสี่ยวลู่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
จ้าวซื่อเริ่มล้างถังไม้ด้วยตัวเอง นางบอกให้เฉินต้านิวและเฉินเอ้อร์นิวหยุดพัก แต่ตัวเองยังคงทำงานไปเรื่อยๆ
เดิมทีจ้าวซื่ออยากให้เด็กๆ ได้พักผ่อน แต่ไม่มีใครยอมพัก ทุกคนช่วยกันล้างเขียงและมีดทำครัว
เมื่อทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงได้หยุดพักพร้อมกัน
ไม่นานนัก เฉียนซื่อก็มาถึง พอเห็นซูเสี่ยวลู่ นางก็เอ่ยขึ้นทันที “ถ้าอย่างนั้น พวกเราไปกันตอนนี้เลยไหม?”
ซูเสี่ยวลู่พยักหน้า
จ้าวซื่อเอ่ยกับซูเสี่ยวหลิงว่า “ซานเม่ย แม่จะไปธุระสักครู่ เจ้าอยู่กับพี่ใหญ่และพี่รองที่นี่ รอพี่ใหญ่ พี่รอง และเหิงเอ๋อร์เลิกเรียนแล้ว ค่อยรอพวกเราไปพร้อมกัน”
ซูเสี่ยวหลิงพยักหน้า นางกล่าวอย่างอ่อนโยน “เจ้าค่ะ ท่านแม่ไปเถิดเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”
เฉียนซื่อยิ้มพลางกำชับเฉินต้านิวและเฉินเอ้อร์นิวว่า “ต้านิว เอ้อร์นิว พวกเจ้าก็เชื่อฟังเสี่ยวหลิงเข้าใจหรือไม่ อย่าวิ่งเล่นซุกซน”
เฉินต้านิวและเฉินเอ้อร์นิวพยักหน้า “พวกเราจะไม่วิ่งเล่นซุกซนเจ้าค่ะ ท่านแม่กับท่านป้าไปเถิดเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”
เฉียนซื่อและจ้าวซื่อหันมายิ้มให้กัน จ้าวซื่อจูงมือซูเสี่ยวลู่ ทั้งสามจึงออกเดินทางไปด้วยกัน
เดินตามที่อยู่ไปเรื่อยๆ
เมื่อเห็นว่าถนนหนทางเริ่มคุ้นตา ซูเสี่ยวลู่จึงเอ่ยขึ้นว่า “สำนักศึกษาของพี่ใหญ่กับพี่รองก็อยู่บนถนนสายนี้นี่เอง”
จ้าวซื่อไม่เคยมา ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็อ่อนโยนขึ้น “จริงหรือ”
เมื่อถึงหน้าสำนักศึกษา ซูเสี่ยวลู่ยังชี้ให้จ้าวซื่อดู “ข้างในนี้เจ้าค่ะ”
ยังไม่เลิกเรียน เสียงอ่านหนังสือยังคงแว่วดังออกมาแผ่วเบา
สีหน้าของจ้าวซื่ออ่อนโยนยิ่งนัก สีหน้าของเฉียนซื่อก็อ่อนโยนเช่นกัน สำหรับพวกนางแล้ว การได้ร่ำเรียนวิชาความรู้นั้น เป็นเรื่องที่ศักดิ์สิทธิ์สูงส่งยิ่ง
ทว่าที่อยู่ที่เฉินซื่อให้มานั้น หาใช่ที่นี่ไม่
เมื่อเข้าไปในตรอกเล็ก ก็พบประตูหลังบานหนึ่ง เฉียนซื่อมองดูแล้วกล่าวว่า “น่าจะใช่ที่นี่แล้ว ข้าจะลองเคาะประตูดู"
กล่าวจบ เฉียนซื่อก็ยกมือขึ้นเคาะประตู
ไม่นานนัก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังใกล้เข้ามา จากนั้น ประตูก็เปิดออก
เฉินซื่อเห็นเฉียนซื่อ ก็ยินดียิ่งนักจนแทบไม่เชื่อสายตา “น้องหญิง เจ้ามาแล้วจริงๆ ขอบคุณเจ้ามาก สองวันมานี้ข้ารอคอยเจ้ามาตลอด ดีจริงๆ”
สองวันที่ผ่านมา นางรอคอยข่าวอย่างร้อนใจ คิดอยู่ว่าหากอีกสองวันยังไม่ได้ข่าว นางจะหน้าด้านไปหาเฉียนซื่อเพื่อถามไถ่อีกครั้ง
จ้าวซื่อและเฉียนซื่อหันมายิ้มให้กัน จ้าวซื่อเอ่ยปากว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
เฉินซื่อซาบซึ้งยิ่งนัก มองไปยังเฉียนซื่อและจ้าวซื่อ เอ่ยคำ 'ขอบคุณ' ออกมาจากใจ
เมื่อถึงหน้าประตูห้อง เฉินซื่อยกมือขึ้นเคาะเบาๆ สามครั้ง แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เหยาเหยา แม่เข้าไปนะ”
ภายในห้อง ไร้เสียงตอบกลับ
เฉินซื่อถอนหายใจ ผลักประตูเข้าไป
ปมในใจของบุตรสาว หลินเหยาเหยา นางเข้าใจมันดียิ่ง
เมื่อพวกนางเข้าไปแล้ว ก็เห็นร่างอรชรอ้อนแอ้นของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หน้าฉากปัก กำลังปักผ้าอย่างเงียบงัน
เฉินซื่อเดินเข้าไป เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เหยาเหยา แม่พาหมอมาแล้ว ให้หมอดูอาการหน่อยดีหรือไม่? เจ้าเชื่อแม่เถิด ครั้งนี้หมอท่านนี้จะต้องรักษาเจ้าได้แน่”
รอจนใบหน้าหายดี บุตรสาวของนางก็จะไม่ต้องเก็บตัวอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตนเช่นนี้อีก ไม่ต้องถูกผู้คนเย้ยหยันอีก
ขอเพียงหายดี นางยังสามารถแต่งงานกับคนที่รัก ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้
หลินเหยาเหยาชะงักมือลง ไหล่ของนางสั่นเทา ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “ท่านแม่ ลูกไม่อยากรักษาแล้ว”
ทุกครั้งล้วนมีความหวัง สุดท้ายความฝันก็พังทลาย หลายปีมานี้ นางตายด้านไปแล้ว ตอนนี้นางเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่อยากเผชิญหน้ากับสายตาแปลกๆ เหล่านั้นอีก ต่อให้ต้องใช้ชีวิตเหมือนหนูในท่อระบายน้ำ นางก็ไม่อยากถูกรบกวน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา