......
จวนตระกูลซุน
เหลียนซื่อมาถึงลานบ้าน เพื่อดูว่าซูเสี่ยวลู่มีสิ่งใดขาดเหลือหรือไม่ ช่วงนี้นางปรุงยาบ่อยครั้ง แม้จะไม่รู้ว่านางทำอะไร แต่ซูเสี่ยวลู่ต้องการสิ่งใด เหลียนซื่อก็สนับสนุนในทันที
เหลียนซื่อมองซูเสี่ยวลู่ที่นั่งอยู่ในลาน กอดครกหินบดยาสมุนไพร นางรู้สึกว่าน่ารักยิ่งนัก เดินเข้าไปย่อกายลงข้างๆ ซูเสี่ยวลู่ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวลู่ เจ้าเหนื่อยหรือไม่?”
ซูเสี่ยวลู่ยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบว่า “ข้าไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ ท่านป้า ข้ากำลังจะไปหาท่านพอดี ท่านมาก็ดีแล้ว”
เหลียนซื่อยิ้ม พลางถามขึ้นว่า “เจ้ามีธุระอันใดกับข้าหรือ?”
ซูเสี่ยวลู่วางสากหินลง มองเหลียนซื่อแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ท่านป้า ข้าคิดจะค้นคว้าตำรับยาที่ทำให้ผิวขาวและลบรอยแผลเป็น อยากให้ท่านช่วยข้าขาย ข้ายังเด็กเกินไป พูดจาต่อหน้าผู้คนยังไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือ”
นับตั้งแต่เมื่อวานที่ไปบ้านตระกูลเฉินแล้วถูกเฉินซื่อไม่เชื่อ ซูเสี่ยวลู่ก็ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว
นางยังไม่เติบใหญ่ แม้จะโตแล้ว นางก็ไม่ใช่สตรีชรา ล้วนยากจะทำให้ผู้คนเชื่อถือได้
ดังนั้นนางจึงต้องหาคนร่วมมือด้วย ตระกูลซุนก็ทำการค้า ทั้งยังมีคุณธรรม ชอบทำบุญกุศล สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจริยธรรมของตระกูลนี้ไม่เลวเลยทีเดียว
ร่วมมือกับพวกเขา อย่างน้อยก็ไม่ถูกหลอก
เหลียนซื่อไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องนี้ นางมองซูเสี่ยวลู่ที่จริงจังเช่นนี้ นางก็เอ่ยอย่างจริงจังว่า “เสี่ยวลู่ เจ้าค้นคว้าไปเถิด ธุรกิจนี้ ป้าจะร่วมทำกับเจ้า เจ้าวางใจได้ ขอเพียงเจ้าทำออกมาได้ ย่อมขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่”
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์ หากได้ผลดี ย่อมไม่ขาดแคลนผู้ซื้อ
เหล่าฮูหยินผู้ร่ำรวยทั่วทุกหัวระแหงนั้น ล้วนไม่ขัดสนเงินทอง
ซูเสี่ยวลู่ยิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกาย เอ่ยอย่างอ่อนหวาน “เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านป้า เช่นนั้นแล้วพวกเราแบ่งกันคนละครึ่ง ข้าออกตำรับยา ส่วนการจัดซื้อวัตถุดิบและการขาย มอบให้เป็นหน้าที่ของท่านป้า”
เหลียนซื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยว่า “เช่นนี้มากเกินไปแล้วเสี่ยวลู่ เจ้าเจ็ดส่วน ข้าสามส่วนก็พอแล้ว”
ตำรับยาของนางมีมูลค่ามหาศาล ตระกูลซุนออกค่าจัดซื้อสมุนไพรและขาย แม้จะเหนื่อยยาก แต่หักต้นทุนแล้ว พวกเขาก็ยังมีกำไรถึงสามส่วน
ซูเสี่ยวลู่นั้นเป็นหมอเทวดา สิ่งที่นางทำออกมา ย่อมมีมูลค่ามหาศาลอยู่แล้ว ไม่ขาดแคลนผู้ร่วมทุน ยิ่งไปกว่านั้นนางยังรักษาคุณหนูและนายน้อยของตระกูลซุนให้หายดี นี่เป็นบุญคุณอันยิ่งใหญ่
ต่อให้เหลียนซื่อไม่ได้ส่วนแบ่งนางก็ยินดี
ซูเสี่ยวลู่โบกมืออย่างไม่ถือสาแล้วเอ่ยว่า “ท่านป้า ไม่มากเลยสักนิด ภายภาคหน้าข้าจะไม่ยุ่งเรื่องการค้าขาย ท่านจะต้องเหนื่อยยากในการจัดการ แน่นอนว่าท่านก็แบ่งเบาความยากลำบากในการต้มยาปรุงยาของข้าไม่ได้ พวกเราล้วนทุ่มเทเท่าเทียมกัน แน่นอนว่าก็ต้องแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม เช่นนี้จึงจะร่วมมือกันไปได้นานๆ อย่างไรเล่าเจ้าคะ”
ซูเสี่ยวลู่กล่าวอย่างจริงใจ เหลียนซื่อฟังจบก็รู้สึกประทับใจยิ่ง นางมองซูเสี่ยวลู่แล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวลู่ ป้าตกลงกับเจ้า แต่ป้าขอเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง หากวันใดวันหนึ่ง เจ้าอยากจะรับช่วงต่อเอง หรืออยากเปลี่ยนคนร่วมมือ เจ้ามีสิทธิ์ยกเลิกความร่วมมือได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าผู้ที่จะรับช่วงต่อในตอนนั้น จะเป็นป้าหรือคนอื่นในภายภาคหน้า”
ซูเสี่ยวลู่ตั้งอกตั้งใจตำยา ส่วนเหลียนซื่อก็ออกไปอย่างเงียบๆ
นางครุ่นคิดถึงเรื่องที่ซูเสี่ยวลู่พูด คิดจะไปปรึกษาหารือกับซุนจื่อเชียน ตระกูลซุนทำการค้าหลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือการดูแลผิวพรรณ ดังนั้นซูเสี่ยวลู่มาหาพวกเขาจึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ตระกูลซุนนำออกไปขาย ย่อมไม่ใช่ปัญหาเลย
แต่เมื่อกลับไปยังเรือนใหญ่ ซุนจื่อเชียนกลับไม่อยู่ เหลียนซื่อถามบ่าวรับใช้ในเรือนว่า “นายท่านซุนไปไหน?”
บ่าวรับใช้ตอบอย่างนอบน้อมว่า “ท่านอาจารย์หลินมาขอพบขอรับ นายท่านเพิ่งไปที่โถงรับแขกด้านหน้า”
เหลียนซื่อได้ยินดังนั้นก็เอ่ยกำชับว่า “ข้ารู้แล้ว เจ้าไปรอที่โถงรับแขก เมื่อนายท่านพูดคุยกับอาจารย์หลินเสร็จแล้ว เจ้าจงไปตามนายท่านกลับมา บอกว่าข้ามีเรื่องจะปรึกษา”
บ่าวรับใช้พยักหน้ารับ แล้วถอยออกไป
ในเวลานี้ ที่โถงรับแขกด้านหน้า
ซุนจื่อเชียนได้พบกับหลินผิงเซิง เขากล่าวทักทายด้วยความสุภาพอ่อนน้อมเช่นเคย “สวัสดีขอรับอาจารย์หลิน”
หลินผิงเซิงมองซุนจื่อเชียน สบตากับเขา แล้วเอ่ยว่า “นายท่านซุน ครั้งนี้ที่ข้ามา มีเรื่องอยากจะขอร้อง”
ไม่ต้องเอ่ย ซุนจื่อเชียนก็รู้ว่าเขามาเพราะเรื่องอะไร ซุนจื่อเชียนมีสีหน้าลำบากใจ เขาก็ยังคงเอ่ยกับหลินผิงเซิงอย่างหนักแน่นว่า “อาจารย์หลิน ข้ารู้ว่าท่านจะมาถามเรื่องหมอเทวดา เรื่องอื่นข้าช่วยได้ก็จะช่วย มีเพียงเรื่องนี้ ข้าช่วยท่านไม่ได้จริงๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา