หลี่ซื่อและโจวซื่อต่างยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลัง ไม่กล้าเอ่ยปาก
พ่อเฒ่าซูก็ไม่ได้พูดอะไรเพื่อเป็นตัวแทนให้กับนาง หวังซื่อรู้สึกใจหาย หวิวๆ ราวกับว่าอำนาจของตนนั้นด้อยกว่าไปโดยปริยาย
นางขยับปากเล็กน้อย แต่คราวนี้กลับไม่มีคำพูดร้ายกาจหลุดออกมาอีก
“ซูต้ากงและท่านซูซื่อกงมาแล้วขอรับ”
บุตรชายทั้งสองของพ่อเฒ่าหวางเชิญผู้อาวุโสของตระกูลซูมา ทั้งสองล้วนอายุมากแล้ว
เมื่อหลายปีก่อนเคยเป็นพยานในการตัดสัมพันธ์ครอบครัวของซูซานหลางออกจากตระกูล
เนื่องจากครอบครัวของซูซานหลางสามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้ ตระกูลจึงเริ่มไม่พอใจพ่อเฒ่าซู
หากซูซานหลางยังอยู่ในตระกูลซู ความสำเร็จของเขาในตอนนี้ ญาติพี่น้องในตระกูลย่อมสามารถหาเงินไปพร้อมกันได้
เมื่อถูกเชิญมาในตอนนี้ ผู้อาวุโสทั้งสองมีสีหน้าเคร่งขรึม
“พวกเจ้าสร้างปัญหาอะไรอีกแล้ว ทำลายชื่อเสียงของตระกูลจนหมดสิ้นแล้ว”
ซูต้ากงตำหนิพ่อเฒ่าซูอย่างเย็นชา
พ่อเฒ่าซูก้มหน้าลงไม่พูดอะไร
พ่อเฒ่าหวางในเวลานี้จึงพูดขึ้นว่า “ซูต้ากง ซูซื่อกง ในเมื่อพวกท่านมาแล้ว ก็ช่วยตัดสินเรื่องนี้ให้ยุติธรรมทีเถิด หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ภายภาคหน้าแม่สื่อจะไม่เข้ามาที่หมู่บ้านเราอีก เท่ากับตัดโอกาสดีๆ ไปเสียหมด”
“ซูเสี่ยวจือเป็นลูกสาวที่แต่งออกไปแล้ว นางเป็นสะใภ้ของตระกูลหู ต้องอยู่ภายใต้การอบรมสั่งสอนของตระกูลหู ตอนนี้คนในตระกูลของพวกเจ้าทุบตีนางจนมีสภาพเช่นนี้ พวกเจ้าลองดูเอาเถิดว่าจะชดเชยอย่างไร”
พ่อเฒ่าหวางชี้ไปที่เฉาซื่อและซูเสี่ยวจือ
พูดแล้วก็น่าขำ พ่อเฒ่าหวางคิดว่าทั้งชีวิตนี้คงไม่มีทางได้พบเจอเรื่องราวเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับตระกูลซูอีกแล้ว
โดยปกติแล้วมักจะมีแต่กรณีที่ลูกสาวถูกข่มเหงรังแกในบ้านสามี ทางบ้านเกิดจึงต้องไปเรียกร้องความเป็นธรรม
แต่พอมาถึงตระกูลซู กลับกลายเป็นว่าทางบ้านสามีไม่ได้ปฏิบัติอย่างโหดร้าย แต่ทางบ้านเกิดกลับละโมบโลภมาก คอยสูบเลือดสูบเนื้อลูกสาวตัวเอง ไม่พอใจก็ทุบตีลูกสาว บีบบังคับให้ทางบ้านสามีต้องออกโรงมาเรียกร้องความเป็นธรรม
ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ
“ข้าว่าพวกเจ้าเป็นอะไรกันแน่ ลูกสาวแต่งงานออกไปแล้ว พวกเจ้ายังไม่สำนึกอีกหรือ”
ซูซื่อกงโกรธจนต้องใช้ไม้เท้ายันพื้น
ทั้งๆ ที่พวกเขาสั่งให้ไปเกลี้ยกล่อมครอบครัวของซูซานหลางให้ดีๆ ซูฉงและซูหวาต่างก็เล่าเรียนกับบัณฑิตทั่นฮวา สองคนสอบยังไงก็ต้องมีคนสอบติดสักคน
ขอเพียงคนยังอยู่ในตระกูล ภายภาคหน้าสอบติดขึ้นมา ตระกูลย่อมได้รับผลประโยชน์
พวกเขากลับไม่เพียงแต่ไม่ไปเกลี้ยกล่อมคนกลับมา ยังหันไปสร้างปัญหากับลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วอีก
“เอาเงินออกมาให้หมด แล้วคืนให้กับทางนั้น”
หวังซื่อรู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างยิ่ง ไม่ยอมรับโดยสิ้นเชิง “ทำไมต้องให้ ข้าอุ้มท้องคลอดนาง เลี้ยงดูนางมา นี่เป็นสิ่งที่นางควรจะตอบแทนบุญคุณ”
หากต้องเอาเงินออกมา หวังซื่อรู้สึกราวกับว่าหัวใจกำลังหลั่งเลือด
เมื่อมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านและผู้อาวุโสในตระกูล รวมถึงเพื่อนบ้านที่มามุงดู กลับไม่มีใครสักคนพูดจาอย่างยุติธรรม
หวังซื่อรู้สึกราวกับว่าฟ้ากำลังจะถล่มลงมา สายตาพร่ามัว โลกนี้ช่างไร้ความยุติธรรม
หวังซื่อตาพร่ามัว คว้าตัวพ่อเฒ่าซูแล้วนั่งลงกับพื้น ร้องคร่ำครวญว่า “ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว ข้าตาพร่ามัว มองอะไรไม่ชัด รีบไปตามหมอมาเร็ว...”
หวังซื่อไม่อยากจะเอาเงินออกมา คิดเพียงว่าจะแกล้งป่วยเพื่อหลอกลวงไปก่อน
ตกลงไปก่อน พอเรื่องผ่านไปแล้ว นางก็จะบิดพลิ้วไม่ยอมให้
หวังซื่อคิดได้ดี แต่เฉาซื่อก็ไม่ใช่คนโง่
นางเดินเข้าไปนั่งยองๆ ลงตรงหน้า แล้วกดจุดเหรินจงของหวังซื่อ พูดว่า “ยายแก่ขี้โรค ยังจะแกล้งป่วยอีก ข้านี่แหละคือหมอ ข้าจะรักษาให้เจ้าเอง”
หวังซื่อเจ็บปวดจนแทบจะหลั่งน้ำตา ผลักเฉาซื่อออกไป
พ่อเฒ่าซูหน้าดำทะมึน ตะโกนเสียงเย็นชากับหลี่ซื่อและโจวซื่อว่า “สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง ไปเอาเงินมา”
หลี่ซื่อและโจวซื่อสะดุ้ง รีบตอบรับแล้วจะไปเอาเงินทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา