“เรามีบุตรร่วมกันสี่คน คนแรกหลุดไปเมื่ออายุครรภ์สี่เดือน ตอนนั้นก็มองเห็นได้แล้วว่าเป็นเด็กชาย เหยาเหยาเป็นลูกคนที่สอง เหยียนเอ๋อร์เป็นลูกคนที่สาม และศิลาทารกในครรภ์ข้าในตอนนี้ก็คือบุตรคนที่สี่ของเรา”
“น่าเสียดายที่วาสนาระหว่างข้ากับพวกเขาช่างเบาบางนัก ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา มีเพียงเหยาเหยาที่ข้าเลี้ยงดูจนเติบใหญ่”
เมื่อนึกถึงความสูญเสียเหล่านั้น แววตาของอิ่นฮูหยินก็หม่นหมองลง น้ำตาคลอหน่วย
นางมองอิ่นฉางซุ่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจ
เขามองดูภรรยาที่เคยอ่อนเยาว์ของตน บัดนี้ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลา หางตาเริ่มปรากฏริ้วรอยชัดเจนครรภ์ ‘ศิลาทารก’ นี้ก็ยิ่งทำให้นางดูแก่ชราลงไปอีกมาก
อิ่นฉางซุ่นขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า
"ฮูหยิน ข้า..."
แต่ยังไม่ทันได้กล่าวจบ อิ่นฮูหยินกลับคลี่ยิ้มออกมา
นางเอื้อมมือไปจับมือของอิ่นฉางซุ่น แล้ววางลงบนครรภ์ของตนเอง ใช้แรงกดให้มือของเขาสัมผัสกับหน้าท้องของนางพร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงเรียบว่า
“ท่านพี่ ข้าช่างเหนื่อยเหลือเกิน ครั้งนี้ขอให้ท่านรับปากข้าเถิด ถือเสียว่าเป็นคำขอสุดท้ายจากภรรยาที่อยู่เคียงข้างท่านมาสิบเจ็ดปี”
“ท่านพี่ ข้าขอร้อง...”
อิ่นฮูหยินจ้องมองอิ่นฉางซุ่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่า ไหลรินลงมาเงียบ ๆ จากดวงตาของนาง
อิ่นฉางซุ่นตั้งใจจะดึงมือกลับ แต่แรงกดจากอิ่นฮูหยินกลับแน่นขึ้นกว่าเดิม
เขารู้สึกสับสน ปั่นป่วนในใจ บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกแบบใด
เพียงแต่ว่า
ใต้ฝ่ามือของเขาที่สัมผัสผ่านผิวหนังของนางนั้น กลับแข็งดั่งศิลา
เขาไม่กล้ากดแรงลงไป แต่ก็ไม่อาจถอยหนีได้เช่นกัน
อิ่นฉางซุ่นรู้สึกหวาดหวั่นอย่างรุนแรง
ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้มาก่อน
เขากำลังจะสูญเสียนางไป
"ตกลง ข้ารับปากฮูหยิน"
อิ่นฉางซุ่นเหมือนใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อกล่าวประโยคนี้ออกมา
เมื่อได้ยินคำตอบอิ่นฮูหยินจึงค่อย ๆ คลายมือ อิ่นฉางซุ่นจึงรีบดึงมือกลับแทบจะทันที
เขาเอื้อมมือไปค้ำโต๊ะแล้วค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงอย่างช้า ๆ แต่ในใจกลับปั่นป่วน ไม่อาจสงบลงได้
เขาอายุสามสิบกว่าปีแล้ว แต่กลับไร้ซึ่งบุตรสืบสกุล
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและความกลัว
ลูกหลานที่มีช่างน้อยนิด เขารู้สึกว่าตนเองทำให้บรรพบุรุษต้องผิดหวัง
แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าครรภ์ของอิ่นฮูหยินผิดปกติ และเขารู้ดีว่าย่อมไม่เป็นผลดี แต่ลึก ๆ ในใจเขาเองก็อดหวังไม่ได้ว่านางจะสามารถให้กำเนิดบุตรได้
แต่สัมผัสแข็งกระด้างใต้ฝ่ามือของเขาเมื่อครู่ได้ดับความหวังในใจของเขาจนหมดสิ้น
ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ไม่ว่าอย่างไร บุตรในครรภ์ของอิ่นฮูหยินก็ไม่มีวันรอดชีวิต
อิ่นฉางซุ่นรู้สึกหม่นหมองเศร้าสลดในใจ ดวงตาพร่าเลือนด้วยความสับสน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาว่า
"หมอจะทำการผ่าครรภ์ให้เจ้าเมื่อใด?"
อิ่นฮูหยินก้าวเข้ามาใกล้เขา เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"วันที่สิบหก"
เป็นวันที่ซูเสี่ยวลู่เป็นผู้กำหนดไว้
อิ่นฮูหยินยื่นมือออกไปโอบร่างอิ่นฉางซุ่นเข้ามาแนบกาย ประคองศีรษะของเขาซบลงบนครรภ์ของตนเอง
ท่านเป็นสามีข้า เป็นทั้งชีวิตของข้า คนอื่นข้าไว้ใจไม่ได้ แต่ข้าเชื่อใจท่านเพียงผู้เดียว"
อิ่นฮูหยินเผยท่าทีอ่อนแอลง นางเตรียมการมาเนิ่นนานก็เพื่อช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ
อิ่นฉางซุ่นพยักหน้าในทันที
"ตกลง ข้ารับปากเจ้า"
เมื่อได้ยินคำตอบ อิ่นฮูหยินก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนกล่าวต่อว่า
"ท่านพี่ ข้ายังมีอีกหนึ่งคำขอ"
"ว่ามาเถิด"
อิ่นฉางซุ่นเอ่ยถามอย่างธรรมชาติ
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางจะเลือนรางลงไปมากแล้ว แต่นี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่พวกเขาสามารถพูดคุยกันอย่างสงบ
เมื่อเห็นนางแสดงท่าทีอ่อนแอเช่นนี้ หัวใจของอิ่นฉางซุ่นก็พลันสั่นไหว
"ท่านพี่ ตลอดสองวันนี้ ท่านอยู่กับข้าได้หรือไม่?
ทานข้าวกับข้า หลับนอนกับข้า เขียนหนังสือกับข้า คอยอยู่ข้างข้าโดยไม่ไปพบถังอี๋เหนียง"
อิ่นฮูหยินกล่าวจบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ยังไม่ทันที่อิ่นฉางซุ่นจะเอ่ยปากนางก็พูดต่อว่า
"ท่านพี่ หากครั้งนี้ข้าผ่านพ้นไปไม่ได้ วันเวลาสองวันนี้ก็คงเป็นช่วงสุดท้ายที่ข้าได้อยู่เคียงข้างท่านในฐานะภรรยา ถังอี๋เหนียงยังสาว และตอนนี้ก็ตั้งครรภ์ อีกทั้งนางกับท่านยังมีวันเวลาอีกยาวไกลร่วมกัน ข้าเชื่อว่าสตรีที่อ่อนโยนและใจกว้างเช่นนาง ย่อมต้องเข้าใจเรื่องนี้ นางคงไม่ว่ากระไร และหากมีอาการป่วยไข้เล็กน้อย ก็คงอดทนไม่มารบกวนช่วงเวลาของเรา"
"เมื่อก่อนเป็นข้าเองที่ผิดที่มองไม่เห็นความดีของนาง ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว นางดีงามถึงเพียงนี้ แต่ข้ากลับมาเข้าใจเอาในยามนี้"
น้ำเสียงของอิ่นฮูหยินเจือไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ
อิ่นฉางซุ่นเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบกลับว่า
"ฮูหยอนเรื่องนี้ข้ารับปากเจ้า ฮูหยินไม่ต้องกังวลไป ข้าเชื่อว่าฮูหยินจะต้องปลอดภัยดีแน่นอน เจ้ากับเยี่ยนเอ๋อร์คงย่อมยังมีเวลาได้อยู่ร่วมกันอีกมาก"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยนำโชคของครอบครัวชาวนา