หลังไต้ซือเทียนสุ่ยได้ยินคำนี้หัวใจก็เต้นตึกตัก จ้าวเหวินเทากลับย้อนคิดอย่างไม่เข้าใจ “หลานชายข้าเริ่มร้องไห้ราวเมื่อเจ็ดวันก่อน ไม่ยอมกินอะไร แม้กินแล้วก็อาเจียนออกมาอย่างรวดเร็ว...”
พูดไปๆ เขาคล้ายนึกบางอย่างออกอย่างฉับพลัน ดวงตากลมโตหันมองเทียนสุ่ย “ไต้ซือเทียนสุ่ยคล้ายมาถึงเมืองหลวงในตอนนี้!”
“ก่อนหลานชายท่านร้องไห้ เคยมีคนส่งของอันใดให้หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามอีกครั้ง
“เมื่อนั้นมีคนส่งจี้หยกหนึ่งชิ้นให้หลานชายข้าจริงๆ จี้หยกนี้ปลุกเสกมาก่อนแล้ว เป็นสมบัติชิ้นหนึ่ง เดิมทีข้าไม่อยากรับไว้ แต่เห็นหลานชายคล้ายชอบจนไม่ยอมปล่อยมือจึงสวมคอของเขาไว้แล้ว
เริ่มตั้งแต่วันที่สอง เด็กก็ร้องไห้ไม่หวาดไม่ไหว จนกระทั่งเมื่อสองวันก่อนข้าพาหลานชายมาพบไต้ซือเทียนสุ่ย ไต้ซือเทียนสุ่ยมอบหยกอีกหนึ่งชิ้นให้อาการจึงดีขึ้น แต่หยกชิ้นนั้นก่อนหน้านี้ไม่รู้หายไปที่ใดแล้ว”
ใต้เท้าจ้าวเล่าถึงตรงนี้ ตอบสนองเชื่องช้าอย่างไรก็รู้ได้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นแล้ว
เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่วิธีขับไล่สิ่งสกปรกที่เกาะตัวเด็ก แต่เป็นได้รับภัยโดยไร้สาเหตุ!
จี้หยกชิ้นก่อนทำร้ายเด็ก ถัดมาผ่านกลวิธีของไต้ซือเทียนสุ่ย อันที่จริงขอเพียงนำจี้หยกนั้นออกไป เด็กก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้แล้ว น่ากลัวว่าเทียนสุ่ยจับจ้องพวกเขาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ตั้งใจวางอุบายนี้!
“เจ้า ไอ้คนสารเลว บังอาจทำร้ายหลานชายข้า!” สีหน้าใต้เท้าจ้าวแดงก่ำ เหวี่ยงหมัดออกไปทันที
เทียนสุ่ยหลบไม่พ้น ถูกต่อยจนฟันร่วงหนึ่งซี่ ปากที่เจ็บอยู่แล้วเจ็บจนต้องหอบหายใจขณะพูด แต่กลับไม่มีเวลาใส่ใจ “ไม่ๆ ไม่มีเรื่องนี้ นางล้วนพูดส่งเดช!”
“พูดส่งเดช? มิสู้พูดว่าเจ้าปกปิดที่มาที่ไปของของสิ่งนี้เป็นอย่างไร?” ซ่งรั่วเจินเย้ยหยัน ฉับพลันยื่นมือออกไป ดึงสิ่งของที่อยู่บริเวณอกของเทียนสุ่ยออกมา

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...