เมื่อคิดว่าจะต้องเรียกชายผู้นั้นว่า ‘พี่เขย’ เขาก็แทบอยากหนีออกจากบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไป
“อย่างน้อยก็ดีกว่าเจ้าคนใจดำแบบท่าน!”
ลั่วหวยหลี่คิดแล้วก็ยิ่งโกรธ สมัยก่อนเขาชื่นชอบซ่งเยี่ยนโจวมากเท่าใด หลังจากนั้นก็ยิ่งเกลียดชังมากเท่านั้น ไม่มีใครดีสักคน!
ซ่งเยี่ยนโจวตกอยู่ในความเงียบ ไม่อาจโต้แย้งใดๆ
“เอาล่ะ ข้าจะไปแล้ว ท่านเองก็พักผ่อนให้ดี”
ลั่วหวยหลี่หันหลังเดินจากไป ในเมื่อคำที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตาเถิด!
จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าประตู ลั่วหวยหลี่จึงค่อยๆ หันกลับมามองซ่งเยี่ยนโจวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า
“แม้ท่านจะได้รับบาดเจ็บ ก็อย่าได้ปล่อยให้ตนเองจมอยู่ในความสิ้นหวัง ท่านได้รับบาดเจ็บจากสนามรบ ท่านเป็นวีรบุรุษ”
“พวกที่ไม่รู้จักคิดและพูดพล่อย ๆ จงอย่าใส่ใจ แม้ว่าท่านจะทำผิดต่อพี่หญิงของข้า และข้าเองก็เกลียดท่านเข้าไส้ แต่ข้ายังมองว่าท่านคือวีรบุรุษเสมอ ข้ามิเคยเปลี่ยนความคิดนี้”
ลั่วหวยหลี่จ้องมองซ่งเยี่ยนโจวด้วยสายลึกล้ำ
ความชื่นชมในวัยเยาว์นั้นมิใช่เรื่องโกหก เขาเคยยกย่องซ่งเยี่ยนโจวเป็นแบบอย่างในใจมาตลอด
หากว่า...เขาไม่ทำให้พี่หญิงต้องผิดหวัง
ซ่งเยี่ยนโจวมองชายหนุ่มตรงหน้า ภาพของเขาเริ่มทับซ้อนกับเด็กหนุ่มที่ยังมีความไร้เดียงสาในวันวาน ดวงตาของเขายังใสกระจ่างเช่นเดิม เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความชื่นชม
“พี่เยี่ยนโจว ในอนาคตข้าก็จะไปรบในสมรภูมิรบเหมือนท่าน และเป็นแม่ทัพใหญ่!”
หัวใจของเขาหนักราวหินพันชั่งถ่วงไว้
ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นคำเพียงคำเดียว
“อืม”
เมื่อได้รับคำตอบนี้ ลั่วหวยหลี่ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ เงยหน้าขึ้นก่อนจะเดินจากไปอย่างมั่นใจ
เขารู้ดีว่าเมื่อซ่งเยี่ยนโจวรับปากแล้ว เขาก็จะไม่คิดสั้นอีก
คนที่เขาเคยนับถือชื่นชม จะเป็นคนขี้ขลาดไปได้อย่างไร?
ในขณะเดียวกัน สามคนที่แอบฟังอยู่ด้านหลังก็โผล่ออกมาทีละคน


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...