ซ่งรั่วเจินคิดไม่ถึงเลยว่าอารมณ์ที่ตนเองเผลอแสดงออกมาอย่างไม่ทันระวังในตอนนั้นจะถูกฉู่จวินถิงจับสังเกตได้จึงรู้สึกประหลาดใจอย่างไม่อาจเลี่ยง
แต่ตอนนั้นพอนางได้รู้ว่าซ่งจิ่งเซินเป็นพวกคลั่งรักก็รู้สึกยุ่งยากใจจริงๆ ทั้งไม่อยากจะไปสนใจด้วย
แม้ว่าเดิมทีตระกูลซ่งก็เต็มไปด้วยปัญหาอยู่แล้ว แต่สองขาของพี่ใหญ่พิการเพราะได้รับบาดเจ็บระหว่างการรบ ส่วนพี่รองก็ถูกหลอกลวง แต่สติยังแจ่มใสดี
มีเพียงซ่งจิ่งเซินที่กระโจนลงไปด้วยความยินยอมพร้อมใจ โชคดีที่จุดพลิกผันนี้ทำให้คนรู้สึกโล่งใจมากพอดี
ลั่วชิงอินเห็นซ่งรั่วเจินกับฉู่จวินถิงพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน ดวงตาฉายแววประหลาดใจ ลดเสียงลงถามว่า
“เยี่ยนโจว คิดไม่ถึงว่าน้องรั่วเจินจะสนิทสนมกับฉู่อ๋องขนาดนี้ หรือว่า...”
เมื่อครู่พอนางเห็นท่าทางเคร่งขรึมเย็นชาของฉู่อ๋องก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน ไม่กล้าเข้าใกล้เลยสักนิด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพูดคุยอย่างสงบเยือกเย็นเหมือนซ่งรั่วเจินที่ดูจะไม่ได้รับผลกระทบโดยสิ้นเชิงแบบนั้น
ซ่งเยี่ยนโจวมองไปทางน้องสาวของตนเองโดยสัญชาตญาณ “ตอนนี้เจินเอ๋อร์ใจกล้ายิ่งนัก อย่าว่าแต่เป็นฉู่อ๋อง แม้แต่เข้าวังไปเข้าเฝ้าไทเฮากับฝ่าบาท นางก็ยังสามารถสงบเยือกเย็นอยู่ได้”
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าเมื่อวานตอนน้องหญิงห้าเข้าวัง พวกข้ายังกังวลใจกันมาก คิดไม่ถึงว่านอกจากจะไม่เกิดเรื่องแล้ว ยังได้รับรางวัลจากไทเฮากับฝ่าบาทอีกด้วย”
ลั่วชิงอินได้ยินดังนั้นก็เบิกตาโต รั่วเจินไม่เพียงได้รับความโปรดปรานต่อหน้าฉู่อ๋อง แต่ยังเคยเข้าเฝ้าฝ่าบาทกับไทเฮาด้วยหรือนี่?
“คราวก่อนตอนเจอน้องรั่วเจิน ข้าก็รู้สึกแล้วว่านางแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ข้ากลับคิดว่าเป็นเช่นนี้ก็ดีมากเหมือนกัน”
“เมื่อก่อนแม้ว่านอนสอนง่าย แต่ตอนนี้กลับยิ่งเปิดเผยตรงไปตรงมากว่าเดิม เหมือนเปลี่ยนจากน้องสาวข้างบ้านมาเป็นนายหญิงของบ้านที่มีความสามารถพอจะรับผิดชอบสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองแล้ว เก่งกว่าข้ามากๆ เลยละ”
“เห็นที วันหน้าไม่ว่าใครได้แต่งงานกับน้องรั่วเจินก็ล้วนแต่โชคดีทั้งนั้น”
“ท่านอ๋องกำลังกังวลใจว่าช่วงนี้เกิดภัยพิบัติบ่อยๆ ทางใต้เกิดอุทกภัย ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยพลัดที่นาคาที่อยู่ ทางเหนือก็เกิดภัยแล้ง ช่วงนี้ถึงได้มีผู้อพยพจำนวนมาก”
“โจรภูเขาเหล่านี้ก็นับว่าเป็นผู้อพยพเหมือนกัน สูญเสียที่ดินทำกินไปจึงเริ่มผันตัวมาเป็นโจร เกรงว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป คนเหล่านี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ”
ซ่งเยี่ยนโจวมีสีหน้าหนักอึ้ง เมื่อเกิดภัยธรรมชาติก็คือความยุ่งยากใหญ่หลวง
ก่อนหน้านี้ราชสำนักส่งเงินบรรเทาภัยพิบัติลงไป แต่สำหรับชาวบ้านแล้ว การเกษตรจึงเป็นรากฐาน
เมื่อเกิดอุทกภัย ปัจจัยสำหรับการเกษตรถูกทำลาย บ้านเรือนพังทลาย ผู้คนร่ำร้องหาบิดามารดา คนที่ขายลูกชายลูกสาวยิ่งมีจำนวนนับไม่ถ้วน
พวกเขาอยู่ไกลถึงเมืองหลวง ไม่ได้เห็นสถานการณ์กับตาตัวเอง แต่แค่ฟังก็ยังสามารถจินตนาการได้ถึงสถานการณ์อันน่าสลดนั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...