ณ จวนสกุลซ่ง
ซ่งรั่วเจินได้ยินข่าวนี้ก็ดีใจมาก แม้แต่ซ่งอี้อันก็กินข้าวมื้อกลางวันมากขึ้นอีกหนึ่งชาม
“ฝ่าบาทตรัสว่าครั้งนี้ทำให้เจ้าต้องเสียใจแล้ว รางวัลพระราชทานเหล่านี้ล้วนมอบให้เจ้า” ซ่งจืออวี้วางผ้าไหมสูจิ่นและปิ่นมุกลงตรงหน้าซ่งรั่วเจิน ทั้งยังพูดกับหลิ่วหรูเยียน “ฝ่าบาทยังรับสั่งว่าท่านพ่อไม่รู้เป็นหรือตาย พระองค์ทรงจำทุกเรื่องที่ท่านพ่อทำเพื่อราชสำนักไว้หมดแล้ว จะต้องไม่ปล่อยให้คนรังแกสกุลซ่งของพวกเราแน่นอน”
หลิ่วหรูเยียนขอบตาแดงเรื่อ “ฝ่าบาทยังจำนายท่านได้...”
“ท่านแม่ ไม่ช้าก็เร็วท่านพ่อจะต้องกลับมาแน่นอนเจ้าค่ะ” ซ่งรั่วเจินเอ่ยปลอบ “ท่านดูผ้าไหมสูจิ่นเหล่านี้ ข้าดูแล้วสีดอกไม้นี้เหมาะกับท่านมาก ยังมีปิ่นมุกดอกโบตั๋นนี้อีก เหมาะกับท่านยิ่งนัก”
หลิ่วหรูเยียนมองผ้าไหมและเครื่องประดับ อารมณ์ดีขึ้นหลายส่วน “นี่ล้วนเป็นฝ่าบาทพระราชทานให้เจ้า เจ้านำไปตัดชุดสวย ๆ มากหน่อยเถอะ”
“ฝ่าบาทพระราชทานให้มากเพียงนี้ ท่านแม่ก็เลือกเอามากหน่อยเถิด ที่เหลือข้าค่อยนำไปตัดเสื้อผ้าก็ยังนับว่าพอเหลือ”
“ได้ แม่รู้ว่าเจ้ากตัญญู”
หลิ่วหรูเยียนสั่งให้บ่าวรับใช้ถือผ้าไหมสูจิ่น ก่อนจะออกไปพร้อมรอยยิ้ม ครุ่นคิดดูแล้วอีกสองสามวันสกุลสวีจะจัดงานเลี้ยงนับญาติ นางจะต้องสั่งตัดเสื้อผ้างดงามให้ลูกสาวสักสองสามชุด ให้ทุกคนได้เห็นสง่าราศีของลูกสาวนาง!
เมื่อเห็นว่าหลิ่วหรูเยียนจากไปแล้ว สายตาซ่งรั่วเจินก็หันมองไปทางซ่งอี้อัน “พี่รอง สมุนไพรส่งมาแล้ว ข้าไปรักษาตาให้ท่านดีหรือไม่?”
ซ่งอี้อันชะงักเล็กน้อย สังเกตได้ว่าสุ้มเสียงของน้องหญิงตนกำลังดีใจมาก พยักหน้าพลางยิ้มน้อย ๆ “ได้”
“พี่รอง ท่านวางใจเถิด วิชาแพทย์ของข้ายอดเยี่ยมมากนัก ท่านเป็นพี่รองแท้ ๆ ของข้า ข้าจะทำร้ายท่านได้อย่างไร?” ซ่งรั่วเจินมองออกว่าซ่งอี้อันไม่เชื่อในวิชาแพทย์ของตน ทว่าเพราะเขารักใคร่เอ็นดูน้องสาว จึงยินดีปล่อยให้นางเล่นอย่างอิสระ
ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างไม่อาจอดกลั้น “น้องหญิงห้า พี่รองร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ หากเจ้าต้องการฝึกมือ มิสู้มาลองฝึกบนตัวข้าดีหรือไม่? เนื้อหนังข้าหนาไม่กลัวเข็ม”
หญิงสาวเดินขึ้นมา จับแขนเสื้อซ่งอี้อัน ใบหน้างดงามเปี่ยมความเศร้าหมอง “ข้าไม่อยากถอนหมั้นกับท่าน ท่านดีกับข้ามาโดยตลอด บัดนี้ท่านได้รับบาดเจ็บ ข้าไหนเลยจะหักหาญใจทิ้งท่านไปได้เล่า?”
“ใช่แล้ว ข้าเองก็อยากถามว่าเจ้าหักหาญใจได้อย่างไร?” ซ่งรั่วเจินเลิกคิ้ว
สีหน้าจ้าวซูหว่านกระด้างขึ้นมา “นี่ล้วนเป็นความคิดของท่านพ่อท่านแม่ข้า พวกเขาเองก็หวังดีต่อข้า ข้าเป็นลูกสาวของพวกเขา พวกเขาไม่อยากให้ข้าแต่งงานกับคนตาบอดเช่นพี่อี้อันก็สามารถเข้าใจได้ เพียงแต่ข้าไม่ยินยอมอย่างแท้จริง กระนั้นข้าขัดขืนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ พวกเขาบังคับให้ข้าถอนหมั้น”
“สองสามวันมานี้ข้าขังตนเองอยู่ในจวนตลอด จนกระทั่งวันนี้ถึงมีโอกาสออกมาพบพวกเจ้า”
“รั่วเจิน เจ้าเป็นสหายที่ดีของข้า เจ้าคงเข้าใจความทุกข์ของข้ากระมัง?” จ้าวซูหว่านกะพริบตาอย่างผู้บริสุทธิ์ พูดอย่างเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ซ่งรั่วเจินจึงนึกขึ้นได้ว่าเจ้าของร่างเดิมกับจ้าวซูหว่านเป็นสหายกัน คิดถึงเมื่อแรกที่ซ่งอี้อันเปี่ยมพรสวรรค์โดดเด่นเหนือผู้อื่นในเมืองหลวง เพราะเหตุนี้จ้าวซูหว่านจึงชมชอบเขา จึงได้คิดวางแผนผูกมิตรกับเจ้าของร่างเดิม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...