ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา นิยาย บท 17

ท่านอ๋องหน้าเยือกเย็นที่เมื่อเผชิญกับกองทัพม้ารบนับพันก็ยังคงนิ่งสงบอยู่ได้ ตอนนี้กลับโกรธจนหน้าเขียว เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วกัดฟันพูดกับเหลิ่งชิงฮวนว่า “เหลิ่งชิงฮวน ทำไมตอนนั้นเจ้าถึงไม่แทงให้มันลึกกว่านี้นะ”

เหลิ่งชิงฮวนยิ้มเบิกบาน แสงในยามเช้ากระทบเข้าที่ตาของนาง สว่างไสวอย่างมาก “เพราะว่าวันนั้นหม่อมฉันไม่ได้กินมื้อเช้า มันหิวน่ะ”

มู่หรงฉียิ้มมุมเล็กน้อย “งั้นครั้งหน้ากินให้อิ่มล่ะ อีกอย่าง ลับมีดให้คมด้วย”

“วางใจเถอะ ก่อนที่จะหย่าจากกันด้วยดี หม่อมฉันไม่คิดทำอะไรแน่นอน ไม่อย่างนั้นต่อไปจะต้องอยู่หีบศพเดียวกับท่าน แค่คิดก็อยากจะอ้วกแล้ว หม่อมฉันเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ศพกระตุก แล้วเตะท่านออกจากหีบศพอย่างอดใจไม่ไหว”

“นอนในหีบศพหรือ เหลิ่งชิงฮวน เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ข้าอยากจะเผาเจ้าให้กลายเป็นผุยผง”

ผู้ชายคนนี้มันช่างอำมหิต ตนเองก็แค่สวมเขาให้เขาเอง ไม่ได้ไปขุดหลุมศพของบรรพบุรุษเสียหน่อย ถึงกับต้องสาปแช่งตนเองขนาดนี้เลยหรือ

เมื่อมู่หรงฉีได้พูดสนุกปากแล้ว เขากระตุกเชือกม้าแล้วจากไป

“อวดดีจริงๆ!”

เหลิ่งชิงฮวนบ่นเสียงเบา จากนั้นก็หันไปถามเหลิ่งชิงหลางในรถว่า “น้องจะลงมาจากรถอย่างรู้ตัว หรือจะให้ข้าสั่งคนไล่เจ้าลงดี”

เหลิ่งชิงหลางนั้นไม่พอใจจริงๆ

ตอนนั้นแม่ที่อยู่ชนบทของเหลิ่งชิงฮวนก็เข้าเมืองมาแย่งตำแหน่งภรรยาเอกของแม่ตนไป ตนเองที่เป็นลูกของภรรยาเอกที่ใครๆ ก็อิจฉานั้นก็ตกต่ำลงมาเป็นลูกของอนุภรรยา กลายเป็นเรื่องตลกของคนอื่น อดทนเรื่องนี้มาตั้งหลายปี กว่าจะอกผายไหล่ผึ่งเหมือนตอนนี้

นางคิดวางแผนมาตั้งแต่วันก่อนแล้ว ว่าจะต้องถือโอกาสออกหน้าออกตาในการกลับมณฑลในครั้งนี้ ให้น้องสาวในจวนนั้นที่ยังไม่แต่งงานดูว่าอะไรคือความมีอำนาจและร่ำรวย

ของขวัญในการกลับมณฑลนั้นนางเป็นคนจัดแจงเองทุกอย่าง ถือว่ามีหน้ามีตาอย่างมาก แต่หากตนไปนั่งที่รถม้าข้างหลังในตอนนี้ ความมีหน้ามีตานั้นก็จะต้องถูกผู้หญิงที่น่ารังเกียจคนนี้แย่งไปแน่นอน งั้นตนเองก็ทำสิ่งที่ดีให้คนอื่นฟรีๆ น่ะสิ

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเหลิ่งชิงฮวนที่จ้องมองตนอยู่นอกรถนั้น นางรู้ว่าผู้หญิงคนนี้พูดอะไรก็จะต้องทำอย่างนั้น แม้แต่ท่านอ๋องนางยังกล้าสาปแช่งอย่างไม่กลัวตาย ยังมีเรื่องอะไรที่นางไม่กล้าทำอีก

ถ้าทะเลาะกันบนท้องถนน สุดท้ายคนที่ลำบากก็จะเป็นตนอง นางจึงลงจากรถอย่างพยายามอดกลั้นอารมณ์ สีหน้าของนางนั้นดำยิ่งกว่าก้นหม้อ “เหลิ่งชิงฮวน เจ้าอย่าได้ใจไปนัก หัวเราะทีหลังดังกว่า ท่านอ๋องนั้นไม่สนใจเจ้าด้วยซ้ำ สักวันเจ้าจะต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนข้า”

เหลิ่งชิงฮวนยิ้มแหะแหะ "ท่านอ๋องทิ้งเจ้าอยู่ตรงนี้แล้ว ดูๆ แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเจ้ามากนัก เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน"

"เจ้า!" เหลิ่งชิงฮวนโกรธอย่างมาก นางลงจากรถม้า แล้วพูดเยาะเย้ยที่ข้างหูว่า "ข้าเขียนจดหมายเรื่องที่เจ้าทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ท่านพ่อรู้แล้ว เหลิ่งชิงฮวน ที่เจ้าอยากจะกลับจวนขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเสริมความดีให้ตนหรือว่าหาเรื่องใส่ตัวกันแน่”

เหลิ่งชิงฮวนไม่รู้สึกโกรธเลยสักนิด "งั้นเดี๋ยวข้าจะบอกเรื่องที่น้องทำนี้ให้ท่านอ๋องได้รู้ ถ้าท่านอ๋องรู้ว่าเจ้าพูดมากขนาดนี้ ไม่สนใจศักดิ์ศรีของท่านเลย ไม่รู้ว่าท่านจะคิดยังไง"

เหลิ่งชิงหลางนั้นเริ่มไม่มั่นใจ นี่มันตรงกับที่เหลิ่งชิงฮวนพูดจริงๆ ว่า "คนเหนือฟ้ายังมีฟ้า” นางสามารถเที่ยวเล่นกับผู้ชาย ทำให้จวนท่านอ๋องเสื่อมเสียได้ แต่ตนเองจะมีความบกพร่องสำหรับท่านอ๋องไม่ได้แม้แต่น้อย เดี๋ยวจะต้องบอกกับท่านพ่อกับอี๋เหนียงว่าให้ทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อหน้าท่านอ๋องไว้ ถ้ามู่หรงฉีไม่พูดถึงใครก็ห้ามพูด

นางลงมาจากรถม้าภายใต้การพยุงของจือชิว อยากจะกินเลือดเนื้อของเหลิ่งชิงฮวนจะได้หายแค้นใจได้

รถม้านั้นเคลื่อนตัวตามมู่หรงฉีไปทัน เป็นขบวนที่ใหญ่จริงๆ ไม่นานก็มาถึงหน้าจวนมหาเสนาบดี มีคนรับใช้มาเฝ้ารออยู่ที่ปากทาง เมื่อเห็นรถม้าจองอ๋องฉีไกลๆ ก็รีบวิ่งกลับมาแจ้งข่าวที่จวนมหาเสนาบดี เสนาบดีเหลิ่งพาญาติพี่น้องในจวนมาเฝ้าต้อนรับพระชายากลับมณฑล วันนี้จินซื่อนั้นแต่งตัวหรูหรามาก สีหน้าของนางนั้นมีความได้ใจอย่างยิ่ง

เมื่อม่านรถเปิดออก คนขับรถม้าก็เอาเก้าอี้รองขามาวาง คนที่โน้มตัวออกมาคนแรกคือโตวโตว สีหน้าของจินซื่ออึมครึมทันที "ทำไมนางถึงกลับมาด้วย หลางเอ๋อร์เขียนจดหมายมาว่านางไม่กลับไม่ใช่เหรอ หรือว่าถูกหย่าร้างให้กลับมาที่จวน"

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา