ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา นิยาย บท 510

มู่หรงฉีตัดสินใจอย่างเด็ดขาดบัญชาทหารออกไปว่า “ตีกลองรบ เตรียมออกทัพโจมตีเมือง”

เมื่อกองทัพทั้งสองทำสงครามกันจริง ๆ การเลือกเคลื่อนไหวในเวลากลางคืนไม่ใช่วิธีที่ฉลาดมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพใหญ่ของฝ่ายฉางอันที่เพิ่งผ่านศึกมา ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้องและยังไม่ทันได้ตรวจสอบสถานการณ์ที่แท้จริงของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

เหลิ่งชิงฮวนเองก็ถามด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย?”

มู่หรงฉียิ้มเล็กน้อย “โฉวซือเส่ากับเสิ่นหลินเฟิงน่าจะเข้าไปในด่านเหยียนหลิงแล้ว ถ้าข้าเดาไม่ผิดละก็ พวกเขาน่าจะไปคิดบัญชีกับองค์รัชทายาทหนานจ้าวคนนั้นแล้ว สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ก็คือทำให้อีกฝ่ายยุ่งเหยิงและวุ่นวาย ถึงจะเป็นการช่วยให้พวกเขามีโอกาสทำได้

รีบเรียกทัพใหญ่มารวมพล ตีกลองรบโจมตีเมืองในชั่วข้ามคืนทันที

ว่ากันว่าโฉวซือเส่าที่ติดตามกองทัพใหญ่ไปที่หนานจ้าว ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใด แต่เพียงเพื่อจะไปคิดบัญชีกับน่าเยี่ยไป๋คนป่วยผู้นั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเขาก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ขึ้น เขาคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพที่น่าสังเวชเช่นนี้ ดังนั้นคนป่วยผู้นั้นคือตัวการร้ายตัวสำคัญ หากไม่ไปหาเขาจะให้ไปหาใครได้อีกเล่า?

ยิ่งไปกว่านั้นคนป่วยผู้นี้ช่างไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเสียจริงๆ ทุกครั้งที่ประตูเมืองยังทันไม่แตก พอเขาสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายจะมาถึง ก็หลบหนีไปภายใต้การคุ้มกันของทหารรักษาพระองค์ทุกครั้งไป

มู่หรงฉีไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด เขาบัญชากองทัพและทหารม้านับพันอย่างองอาจและเหนือชั้น

แค่เกรงว่าเมื่อต่อสู้กันจนถึงที่สุดแล้ว คนป่วยผู้นั้นคงไม่มีทางให้ได้ถอยอีก หากพุ่งตรงไปที่เจ้าชั่วผู้นั้น จะต้องยกมือยอมจำนนอย่างขี้ขลาดแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นตัวเองคงไม่มีที่ให้ระบายโทสะนี้

ดังนั้นโฉวซือเส่าจึงออกจากกองทัพไปแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงมาตั้งนานแล้ว พยายามคิดหาวิธีแฝงตัวเข้าไปในด่านเหยียนหลิง เพื่อไปคิดบัญชีกับคนป่วยผู้นั้น คิดบัญชีเสร็จแล้วก็จะจากออกไป

คนโง่เท่านั้นที่จะอยู่ที่นี่เพื่อดูสองคนพลอดรักกันไปมา ในบรรดาพลทหารหนึ่งแสนห้าหมื่นนายมีเพียงท่านคนเดียวที่พาภรรยามาด้วย คนอื่น ๆ ไม่มีใครพามาสักคน ท่านไม่รู้จักเกรงใจกันบ้างหรือไง

เขาออกจากกองทัพมาอย่างเงียบ ๆ แต่เสิ่นหลินเฟิงจับตามองเขาเอาไว้อยู่แล้ว เลยตามหลังเขามาตลอดทางจนถึงด่านนอกเหยียนหลิง

ในเวลานี้กองทัพของมู่หรงฉียังมาไม่ถึง ชาวหนานจ้าวก็เตรียมตัวป้องกันอย่างเต็มที่ เหนือกำแพงเมืองมีทหารตั้งแนวป้องกันอย่างแน่นหนาทุกสามก้าว ทุก ๆ ห้าก้าวก็มีทหารยามเฝ้าสังเกตการณ์ค่อยเตือนภัยอยู่ หากอยากจะปะปนเข้าไปข้างใน บอกได้คำเดียวว่า ยาก

ยิ่งไปกว่านั้นหนานจ้าวไม่ขาดแคลนหิน จึงสร้างกำแพงเมืองสูงจนเฉียดฟ้าและมีแม่น้ำป้องกันเมืองกว้างหลายฟุตอยู่ด้านหน้า บอกได้เลยว่าง่ายต่อการป้องกันและยากที่จะโจมตี

โฉวซือเส่ากับเสิ่นหลินเฟิงเดินวนไปรอบ ๆ กำแพงเมืองอยู่สองรอบ รู้สึกเหมือนสุนัขกัดเม่นเข้าไปจนพูดอะไรไม่ออก รอจนกระทั่งท้องฟ้ามืดลง ความมืดไร้ซึ่งดวงดาวไร้ซึ่งพระจันทร์ รอจนมีโอกาสที่ประจวบเหมาะเช่นนี้ จึงนำกรงมือเหล็กปีนกำแพงที่พกติดตัวมาด้วยห่อด้วยเศษผ้าเอาไว้ และใช้เชือกร้อยเข้าไปและเหวี่ยงมันข้ามไปฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำที่โอบรอบกำแพงไว้ จากนั้นก็ใช้วิชาตัวเบาไต่ตามเชือกไปยังปีนกำแพงเมืองฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ

อุปสรรคที่สองก็คืออีกฝ่ายมีการตั้งการป้องกันอย่างเข้มงวดเช่นนี้ ทำอย่างไรถึงจะกระโดดไปบนกำแพงเมืองและแอบย่องเข้าไปข้างในด่านเหยียนหลิงได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น

ทั้งสองคนคุยกันอยู่เป็นเวลานาน แต่ก็มองไม่เห็นโอกาส แต่ก็ไม่ยอมกลับไปทั้ง ๆ แบบนี้เป็นแน่ เดี๋ยวมู่หรงฉีจะมาหัวเราะเยาะเย้ยได้ ในขณะที่กำลังพยายามคิดอย่างหนัก อยู่ ๆ ก็มีเชือกเส้นหนึ่งห้อยลงมาจากบนกำแพงเมืองอย่างเงียบ ๆ ความหนาเท่านิ้วหัวแม่มือ

โฉวซือเส่าผงะไปด้วยความตกใจ และมองเชือกที่แกว่งไปมาอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเหมือนกับมีเหยื่อตกปลาตกลงมาจากบนท้องฟ้า เหมือนกับว่ามีไส้เดือนแขวนอยู่บนนั้น เบ็ดตกปลาอันนี้ยังสามารถมองเห็นร่องรอยของมันได้อีกด้วย แกว่งไปมาจนตัวเองไม่สามารถต้านทานความล่อตาล่อใจของมันได้

ขึ้นหรือไม่ขึ้นดี?

หากปีนขึ้นไปตามเชือกขึ้นมา และไปตกหลุมพรางของใครบางคนเข้า อาจถูกห่อเป็นเกี๊ยวและยากที่จะหลบหนีได้

โฉวซือเส่าชำเลืองมองเสิ่นหลินเฟิงเล็กน้อยและเอ่ยกระซิบถามความคิดเห็นของเขาดู

เสิ่นหลินเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็นึกถึงคนที่ปิดหน้าปิดตาทำตัวลึกลับที่พบในเมืองปี้สุ่ยขึ้นมา จึงกัดฟันแล้วชี้นิ้วขึ้นไป “ขึ้นไปกัน!”

ทั้งสองคนเป็นคนที่มีวรยุทธ์สูงและกล้าหาญ จึงปีนป่ายตามเชือกขึ้นไป และเพียงแค่แตะปลายเท้าเล็กน้อย ก็ทะยานตัวขึ้นไปราวกับนกนางแอ่นแตะน้ำก็ไม่ปาน

ทหารที่จงใจขัดขวางและแอบช่วยโฉวซือเส่าคนนั้นจึงสบถชิ ออกมา “จะเป็นไปได้อย่างไร?”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเวลามาเป็นชายา