คนที่อยู่ ณ ที่นั้นล้วนรู้ดีว่าหนานหว่านเยียนเอ่ยวาจาเพียงเรื่องไร้สาระ กู้โม่หานอยู่กับนางก็จริง แต่ว่าชายผู้นั้นเพียงแค่มามองดูเห็นนางถูกทรมาน จากนั้นเขาไปที่ใดเล่า?
มิมีใครรู้
แต่แน่นอนว่ามิได้ไปหาหยุนอี่ว์โหรว
เมื่อดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว นางก็มิได้รู้สึกติดใจอะไรหากจะสร้างความหวาดระแวงให้มากกว่านี้ “ทำไม ทำไมหรือพระชายารองหยุน เหตุใดจึงมิกล่าวอะไรเลย?”
ใบหน้าของหยุนอี่ว์โหรวเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู ในหัวใจของนางราวกับมีเลือดไหลออกมา นางมองไปด้วยดวงตาอันเกลียดชัง อยากจะฆ่าหนานหว่านเยียนด้วยน้ำมือของตน
แต่นางจะต้องอดทนเอาไว้แล้วหันไปส่งสายตาแก่บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างกาย บ่าวรับใช้ผู้นั้นเห็นว่านายของตนกำลังถูกคุกคามจึงได้เอ่ยขึ้นทันทีว่า “พระชายาอ๋องเพคะ เมื่อวานนี้นายของบ่าวได้รับความตื่นตระหนกใจจากพระชายา ประกอบกับถูกลมหนาวพัดร่างกาย ท่านอ๋องรู้สึกเห็นใจจึงได้ให้นางพักผ่อนอย่างเพียงพอ ด้วยเหตุนี้จึงมิได้......พระชายาอ๋องมีตัวตนที่สูงส่ง ควรที่จะระแวดระวังการใช้คำในเรื่องนี้”
หนานหว่านเยียนเย้ยหยันพูดขึ้นกับเชี่ยนปี้ว่า “นายหญิงของเจ้าเอาแต่เอ่ยวาจาไร้สาระว่าได้ร่วมหอกับท่านอ๋องแล้ว หากมิมีก็จงบอกว่ามิมีจะโกหกพูดปดเพื่อเหตุใด ทั้งยังมิให้ข้าเอ่ยถามเรื่องนี้หรือ?”
เชี่ยนปี้โมโหจนกระทืบเท้าปัง หนานหว่านเยียนคิดว่าตนเป็นใครกัน นายของตนบัดนี้อยู่ในการดูแลอย่างทะนุถนอมของท่านอ๋อง ส่วนหนานหว่านเยียนเป็นเพียงแค่พระชายาที่ถูกทอดทิ้ง กล้าดีอย่างไรจะมาเผยกรงเล็บต่อหน้าหยุนอี่ว์โหรว?
“เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีและหน้าตาของสตรีเรา พระชายาอ๋องเหตุใดจึงต้องบีบบังคับกันนักหนา หรือว่าพระชายาอ๋องรู้สึกอิจฉาริษยานายของหม่อมฉัน ดังนั้นจึง......”
“เชี่ยนปี้!” น้ำเสียงของหยุนอี่ว์โหรวตวาดดังขึ้น จากนั้นก็มองไปทางหนานหว่านเยียนด้วยความรู้สึกผิดว่า “พระชายาอ๋องโปรดให้อภัยเถิด อย่าถือสา เชี่ยนปี้นางมิได้ตั้งใจเอ่ยเช่นนั้น”
ทุกคนพากันคิดว่าสตรีใดก็ตามที่เพิ่งจะแต่งเข้ามา หากว่ามิได้ร่วมหอกับผู้ชาย เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปคงจะอับอาย การที่หยุนอี่ว์โหรวเอ่ยเช่นนี้ก็พอจะเข้าใจได้
เมื่อหนานหว่านเยียนเห็นว่าสองนายบ่าวเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็เผยอมุมปากขึ้นด้วยความเย้ยหยัน
“กล่าวเช่นนี้หมายความว่า พระชายารองหยุนควรจะสั่งสอนบ่าวรับใช้คนนี้สักหน่อย หากให้คนที่ปากหมาอย่างเช่นนี้มาดูแลเจ้าจะมิเป็นการทำให้เจ้าอับอายหรอกหรือ?”
ปากหมา?
การใช้คำนี้ช่างคมคายและโหดเหี้ยม
เชี่ยนปี้โมโหมาก สีหน้าของหยุนอี่ว์โหรวก็ซีดเซียวเช่นกัน
นางมิสามารถโต้ตอบกลับได้เลย
“พระชายาสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วเพคะ หม่อมฉันจะกลับไปสั่งสอนเชี่ยนปี้ให้ดี”
หยุนอี่ว์โหรวอดทนจนถึงขีดสุด นางพยายามฝืนยิ้มแล้วหยิบกล่องไม้อันประณีตงดงามออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะยื่นไปให้หนานหว่านเยียน
“หม่อมฉันได้ฝากให้ทานลุงหาหยกไขแพะมาให้ ได้ยินว่าจะสามารถทำให้ผิวพรรณผ่องใส หม่อมฉันคิดว่าของขวัญนี้นำมามอบให้แก่พระชายาคงจะเหมาะสมเป็นยิ่งนัก ขอพระชายาทรงรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ของหม่อมฉันไปด้วยเถิด”
หนานหว่านเยียนได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้น นางหวังจะคืนดีหรือจะเริ่มก่อปัญหาอีกเล่า?
เมื่อเห็นว่านางมิยอมรับไป หยุนอี่ว์โหรวก็เงยหน้าแล้วประจบสอพลอขึ้นว่า “พระราชชายาอ๋องโกรธหม่อมฉันหรือเพคะ จึงมิยอมรับไป?”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดชายากับองค์หนูน้อยแห่งจวนอ๋องอี้
อ่าน ยอดชายากับองค์หนูน้อยแห่งจวนอ๋องอี้ ตอนที่ 998 - 1,846 www.sunnewsfocus.com...
อ่านยอดชายากับองค์หนูน้อยแห่งจวนอ๋องอี้ ตอนที่ 998 - 1846 sunnewsfocus.com นะคะ...
ขัดใจหลายหย่าง 1. นางเอก - ก็รู้ว่าตัวเองสู้เเพ้อ๋องทุกครั้ง เเทนที่จะฝึกวิชาป้องกันตัวบ้าง เเต่ก็ไม่เห็นทำไร 2. ลูก - ก็เห็นอยู่ว่าเเม่ตัวเองทุกข์ใจที่ต้องอยู่กับอ๋อง เเทนที่จะสนับสนุนให้เลิก เเต่ยังจะให้คบกันต่อ คือพวกเอ็งจะขาดพ่อไม่ได้เลยรึไงฟะ 3. อ๋อง - รักเเต่ใช้วิธีผิด นางไม่ยอมก็ขังนางไว้ เจอผู้ชายคนไหนก็ขู่จะทำร้ายเค้า ? เป็นพระเอกที่ห่วยบัดซบ...
ใครที่คิดว่าหนานหว่านเยียนอคติเกินไป ลองย้อนไปดูสิ่งที่กู้โม่หานทำกับนางเอกในช่วงแรกๆ ว่ามันสมควรให้อภัยกันง่ายๆมั้ย...
ไม่แปลกหรอกที่นางเอกจะเกลียดกู้โม่หาน และไม่ยอมให้อภัยกู้โม่หาน ก่อนหน้านั้นหนานหว่านเยียนโดนทำร้ายทั้งกายและจิตใจมามาก โดนจับขังในเรือนเย็น ทั้งตั้งท้องลูก คลอดลูกเอง เลี้ยงเอง ข้าวที่จะกินแทบจะหาไม่ได้ พระเอกมักจะเลือกช่วยหยุนอี่โหรวก่อนนางเอกเสมอ สมควรได้รับที่สิ่งทำไว้ในอดีต นางเอกไม่ได้ทำอะไรผิดแต่โดนพระเอกกระทำมาโดยตลอด...
ดูๆ ไปแล้ว เรื่องนี้คงมีแค่ 997 ไม่ต่อแล้ว เศร้าไปสิ...
ดูๆ ไปแล้ว เรื่องนี้คงมีแค่ 997 ไม่ต่อแล้ว เศร้าไปสิ...
กลับมาอัพเดทหน่อยจ้า..แอด,😁😁...
รออัพเดทนะคะ...
ขอเรื่อง หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์...