หญิงร้ายชายเลวคู่นี้เฉิดฉายจนทำให้นางกำลังจะตาบอดไปเสียแล้ว
“จิตใจดีงามบ้า นางเลวที่สุดแล้ว!” หนานหว่านเยียนโยนกล่องไม้ในมือลงสู่พื้น ดวงตากลมโตมองไปด้วยความเย็นชา “หยุนอี่ว์โหรว เจ้าอยู่ต่อหน้าข้า ควรหยุดทักษะการแสดงอันเสแสร้งนี้ไปเสีย กำไลหยกของเจ้า เจ้าเป็นคนทำมันพังเองกระมัง? ทั้งยังตั้งใจกรีดมือตนเองแล้วโทษข้า มิเลวนี่!”
หยุนอี่ว์โหรวตกตะลึง นางคิดมิถึงว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ากู้โม่หาน หนานหว่านเยียนจะยังคงดูหยิ่งผยองเช่นนี้
เมื่อเห็นท่าทางอันดุร้ายของหนานหว่านเยียนเช่นนั้น นางก็รู้สึกกระสับกระส่ายใจ
หนานหว่านเยียนเยาะเย้ยแล้วก้มลงไปหยิบเศษกำไลบนพื้นขึ้นมา มองไปทางกู้โม่หานแล้วกล่าวว่า “อีกอย่าง เจ้าอ๋องบ้า เจ้าจงแหกตาดูข้าเอาไว้ให้ดี ข้าหนานหว่านเยียนจะมิใช้ทักษะระดับต่ำต้อยเช่นนี้ หากข้าต้องการจัดการกับนางจริง บาดแผลควรจะเป็นเช่นนี้”
เมื่อกล่าวจบนางก็คว้าข้อมือของหยุนอี่ว์โหรวเข้ามาด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า แล้วกรีดไปอย่างไร้ความปรานี
“กรี๊ด!”
ทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นยังมิทันได้สติกลับคืนมา ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องของหยุนอี่ว์โหรว
กู้โม่หานถึงกับตกตะลึง เมื่อเขารู้ตัวอีกที หนานหว่านเยียนก็ได้กุมข้อมือของหยุนอี่ว์โหรวเอาไว้แน่น ยกฝ่ามือข้างที่เลือดไหลขึ้นมาตรงหน้า
“เห็นหรือไม่ ข้าเรียนตำราหมอมา หากข้าต้องการทำร้ายนางจริงๆ มิจำเป็นต้องมีเลือดตกยางออกนางก็สามารถปางตายได้ ทักษะชั้นต่ำแบบนี้ยังคิดจะเอามาใส่ร้ายข้า สมองของเจ้ามิมีแล้วหรือไร?”
เมื่อกล่าวจบ หนานหว่านเยียนก็สะบัดแขนหยุนอี่ว์โหรวออก หยุนอี่ว์โหรวจึงเอนกายเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของกู้โม่หานโดยปริยาย
บาดแผลของนางมิมีเลือดออกมากนัก แต่มิรู้ว่าหนานหว่านเยียนใช้ทักษะใดจึงทำให้บาดแผลนั้นเจ็บปวดมากกว่าเดิมหลายหมื่นเท่า สีหน้าดูซีดเผือดลงทันที “ท่านอ๋อง เจ็บยิ่งนักเพคะ......”
กู้โม่หานโมโหมาก เขากอดหยุนอี่ว์โหรวเอาไว้แน่นแล้วหันไปตะคอกหนานหว่านเยียนว่า “นางคนชั้นต่ำ กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายโหรวเอ๋อร์ต่อหน้าข้า ข้าดูแล้วเหมือนว่าเจ้าจะมิอยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!”
หนานหว่านเยียนโมโหเสียจนหัวเราะออกมา “กู้โม่หาน หากข้าจะกล่าวว่าเจ้ามิต่างอันใดกับคนตาบอดเล่า? เมื่อครู่ข้าพูดมิชัดเจนหรืออย่างไร หรือว่าเจ้าโง่เง่าจนเกินไป หากข้าต้องการจัดการนาง นางควรจะพบกับสภาพเช่นนี้ มิใช่มีเพียงเลือดออกสองหยดดังเมื่อครู่”
ได้ยินดังนั้นกู้โม่หานก็ก้มลงมองดูหยุนอี่ว์โหรวที่อยู่ในอ้อมแขน
ใบหน้าของนางดูดุร้าย แต่บัดนี้เนื่องจากความเจ็บปวด หยุนอี่ว์โหรวขมวดคิ้วเข้าหากัน เหงื่ออันเย็นเยือกไหลรินลงมา มองดูก็รู้ว่าเจ็บปวดยิ่งนัก
เขามองไปที่ฝ่ามือของหยุนอี่ว์โหรวอีกครั้ง มือข้างที่ถูกหนานหว่านเยียนกรีดเมื่อครู่เป็นเพียงแผลเล็กๆ และจุดเลือดบางๆ รอยแผลนั้นลึกเข้าไป แต่ภายนอกดูสม่ำเสมอ แตกต่างจากรอยเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
เขามิเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หรือว่าหนานหว่านเยียนจะพูดความจริง?
มิใช่ โหรวเอ๋อร์มิใช่คนเช่นนั้น
หยุนอี่ว์โหรวกัดฟันกรอด นางสังเกตเห็นแววตาอันสงสัยจากดวงตาของกู้โม่หานเมื่อครู่
ความเจ็บปวดที่ฝ่ามือผสมผสานกับความแค้นภายในใจ ทำให้หยุนอี่ว์โหรวเกลียดชังหนานหว่านเยียนมากขึ้นกว่าเดิม
นางคิดมิถึงว่านางมิเพียงแต่มิสามารถแก้แค้นได้ ทั้งยังสูญเสียอีกต่างหาก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดชายากับองค์หนูน้อยแห่งจวนอ๋องอี้
อ่าน ยอดชายากับองค์หนูน้อยแห่งจวนอ๋องอี้ ตอนที่ 998 - 1,846 www.sunnewsfocus.com...
อ่านยอดชายากับองค์หนูน้อยแห่งจวนอ๋องอี้ ตอนที่ 998 - 1846 sunnewsfocus.com นะคะ...
ขัดใจหลายหย่าง 1. นางเอก - ก็รู้ว่าตัวเองสู้เเพ้อ๋องทุกครั้ง เเทนที่จะฝึกวิชาป้องกันตัวบ้าง เเต่ก็ไม่เห็นทำไร 2. ลูก - ก็เห็นอยู่ว่าเเม่ตัวเองทุกข์ใจที่ต้องอยู่กับอ๋อง เเทนที่จะสนับสนุนให้เลิก เเต่ยังจะให้คบกันต่อ คือพวกเอ็งจะขาดพ่อไม่ได้เลยรึไงฟะ 3. อ๋อง - รักเเต่ใช้วิธีผิด นางไม่ยอมก็ขังนางไว้ เจอผู้ชายคนไหนก็ขู่จะทำร้ายเค้า ? เป็นพระเอกที่ห่วยบัดซบ...
ใครที่คิดว่าหนานหว่านเยียนอคติเกินไป ลองย้อนไปดูสิ่งที่กู้โม่หานทำกับนางเอกในช่วงแรกๆ ว่ามันสมควรให้อภัยกันง่ายๆมั้ย...
ไม่แปลกหรอกที่นางเอกจะเกลียดกู้โม่หาน และไม่ยอมให้อภัยกู้โม่หาน ก่อนหน้านั้นหนานหว่านเยียนโดนทำร้ายทั้งกายและจิตใจมามาก โดนจับขังในเรือนเย็น ทั้งตั้งท้องลูก คลอดลูกเอง เลี้ยงเอง ข้าวที่จะกินแทบจะหาไม่ได้ พระเอกมักจะเลือกช่วยหยุนอี่โหรวก่อนนางเอกเสมอ สมควรได้รับที่สิ่งทำไว้ในอดีต นางเอกไม่ได้ทำอะไรผิดแต่โดนพระเอกกระทำมาโดยตลอด...
ดูๆ ไปแล้ว เรื่องนี้คงมีแค่ 997 ไม่ต่อแล้ว เศร้าไปสิ...
ดูๆ ไปแล้ว เรื่องนี้คงมีแค่ 997 ไม่ต่อแล้ว เศร้าไปสิ...
กลับมาอัพเดทหน่อยจ้า..แอด,😁😁...
รออัพเดทนะคะ...
ขอเรื่อง หนูน้อยจอมอิทธิฤทธิ์...