ยอดชายานักปรุงพิษ นิยาย บท 260

ซูจื่ออวี๋ยิ้มออกมาและตอบกลับว่า “จมูกขอข้ารับรู้กลิ่นได้ดี เพียงแค่มีพิษก็สามารถดมและรู้ได้ในทันที”

โม่ซุนไม่มีความคิดเห็นใดนอกจากยิ้มจางๆออกมา เห็นชัดๆว่าเขาไม่เชื่อในคำพูดของซูจื่ออวี๋แม้แต่น้อย

หลังจากที่ทุกคนกินดื่มจนอิ่มหนำแล้ว จวินมู่เหนียนวางแผนที่จะออกตามหาเจ็ดเครื่องหอมและสิบสองแก่นแท้แห่งโอสถ แต่กลับซูจื่ออวี๋หยุดเอาไว้

ซูจื่ออวี๋พูดขึ้นมาว่า “ท่านอ๋อง ต้องแอบสืบอย่าลับๆไม่ให้คนอื่นรู้”

หันหรูเฟิงถามว่า “เพราะเหตุใด?”

ซูจื่ออวี๋ตอบกลับว่า “เพราะพวกเรายังไม่รู้ว่าท่านอ๋องถูกพิษได้อย่างไร แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือวางยาพิษ ถ้าหากมีข่าวการตามหายาแก้พิษของท่านอ๋องหลุดลอดไป เกรงว่าผู้ที่วางยาผู้นั้นต้องกลายเป็นอุปสรรคของพวกเรา ทางที่ดีที่สุดควรรวบรวมสมุนไพรทั้งหมดอย่างลับๆ อย่าเปิดเผยแม้แต่น้อย”

ชายทั้งสามคนมองไปยังซูจื่ออวี๋ราวกับคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวตัวเล็กๆจะมีความคิดที่ละเอียดรอบคอบเช่นนี้

จวินมู่เหนียนจับมือของซูจื่ออวี๋เอาไว้พร้อมทั้งพูดว่า “ได้ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก”

ซูจื่ออวี๋ตัวแข็งทื่อ นางตั้งใจจะดึงมือกลับ แต่จวินมู่เหนียนขมวดคิ้วและส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บออกมา

ซูจื่ออวี๋ก้มลงมองมือของเขาที่จับมือของตัวเองเอาไว้ มันเป็นมือข้างที่บาดเจ็บอยู่

ซูจื่ออวี๋ไม่กล้าขยับไปครู่หนึ่ง

จวินมู่เหนียนหลุบตาลงช้าๆเพื่อซ่อนรอยยิ้มในดวงตาของเขาเอาไว้

วันที่ยี่สิบแปดเดือนสี่

ตามประเพณีแล้ว สามวันหลังจากการแต่งงาน หญิงสาวต้องกลับบ้าน แต่ด้วยการแต่งงานของบุตรสาวทั้งสามของจวนเสนาบดีไม่ได้ราบรื่นมากนัก และซูจื่ออวี๋ยังถูกกักบริเวณ ดังนั้นประเพณีที่ต้องกลับบ้านนี้เป็นอันต้องปล่อยไปเลยตามเลย

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ยี่สิบแปดเดือนสี่ จวนเสนาบดีได้ส่งคนยังจวนของฉินอ๋องเพื่อส่งจดหมายแจ้งว่าให้นำซูจื่ออวี๋ส่งกลับไปให้เสนาบดีซู เสนาบดีซูได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจากฝ่าบาท และพระองค์ก็ได้อนุญาตเป็นที่เรียบร้อย

ซูจื่ออวี๋ได้ยินรายงานจากคนที่ถูกส่งมาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คาดไม่ถึงเลยว่าเสนาบดีซูจะเดินทางไปยังโยวโจวไวเช่นนี้

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดชายานักปรุงพิษ