ท่าทางออกรบที่น่าเกรงขามของเซียวหลินเทียนสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารฉินตะวันตก ภายใต้การนำของจ้าวซวน พวกเขาต่างก็โห่ร้องและโบกกระบี่ไปพร้อมกัน
“องค์จักรพรรดิทรงอำนาจ!”
“ฉินตะวันตกต้องคว้าชัย!”
เมื่อทหารจากเว่ยเหนือได้ยินสิ่งนี้ ก็ตะโกนมาอย่างมิแสดงความอ่อนแอ “จักรพรรดิของเราทรงอำนาจ... เว่ยเหนือจะต้องคว้าชัย!”
ทหารทั้งสองฝ่ายต่างก็แข่งขันกัน คนหนึ่งตะโกนอีกคนหนึ่งก็ตะโกนให้ดังกว่า
“ฉินตะวันตกต้องคว้าชัย!”
“เว่ยเหนือต้องคว้าชัย!”
เสียงตะโกนดังเพิ่มขึ้นทีละนิด ทหารทั้งสองฝ่ายต่างก็ตะโกนกันจนหน้าแดงคอเกร็ง แต่ก็ยังคงตะโกนกันต่อไป
หลังจากตะโกนกันไปหลายสิบครั้ง สีหน้าขององค์ชายอิงก็เปลี่ยนไป
แม้ว่าเสียงทหารฝ่ายตนจะดัง แต่ก็ค่อย ๆ มิสม่ำเสมอเป็นเสียงเดียวกัน ราวกับพวกอันธพาลที่อยู่ตามท้องถนนที่ตะโกนส่งเสียงดัง
แต่ทางฝั่งฉินตะวันตก เสียงมีความสม่ำเสมอพร้อมเพรียง ในบรรดาปากนับมิถ้วนนั้นราวกับสื่อสารด้วยสมองเดียวกัน มีความพร้อมเพรียงตั้งแต่ต้นจนจบ
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงเสียงตะโกน แต่ก็สามารถสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของทหารได้
กองทัพของฉินตะวันตกมีความเข้มงวดในการบัญชาการกองทัพ มีความตั้งใจให้สมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด
ในแง่ของภาพลักษณ์ทางทหารเพียงอย่างเดียว ฉินตะวันตกเอาชนะเว่ยเหนือขาดลอย
แม้ว่าจ้าวฮุยจะสมคบคิดกับเว่ยเหนือ แต่เมื่อเห็นภาพลักษณ์ทางทหารของฉินตะวันตกเป็นเช่นนี้ก็อดมิได้ที่จะภูมิใจกับทหารฉินตะวันตก
ความสับสนแวบขึ้นมาในหัวของเขา เซียวหลินเทียนสามารถจัดการกองทัพได้อย่างเข้มงวดและจัดการเรื่องบ้านเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว หากตนจะโค่นล้มเขาจะสามารถทำได้ดีกว่าเขาหรือไม่?
แต่ความสับสนนี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น ลูกธนูรั้งอยู่บนสายแล้วมิยิงออกไปก็คงจะมิได้ เขากับเซียวหลินเทียนมาถึงขั้นที่มีคนหนึ่งต้องไม่มีอีกคนหนึ่งแล้ว
ความเมตตาใด ๆ ต่อศัตรูคือความโหดร้ายต่อตนเอง!
องค์ชายอิงมิอยากเห็นทหารของตนอับอายอีกต่อไปจึงโบกมือให้เสียงตะโกนหยุดลง จากนั้นองค์ชายอิงก็ยกหอกยาวของตนยืนอยู่บนหอปราการ
เขาส่งเสียงตะโกนออกไป แล้วม้าของเขาก็วิ่งออกจากหอปราการ องค์ชายอิงกระโดดลงมาจากกำแพงเมืองและร่อนลงบนหลังม้าอย่างมั่นคง
“จักรพรรดิทรงอำนาจ!”
ทหารของเขาต่างพากันตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
องค์ชายอิงมั่นใจในตนเองว่า วรยุทธ์ของตนมิได้ด้อยไปกว่าเซียวหลินเทียนมากนัก เขาสามารถทำได้ในห้าสิบกระบวนท่านี้
ยิ่งไปกว่านั้น การกำหนดห้าสิบกระบวนท่านี้ เขาจะมีโอกาสสังหารเซียวหลินเทียนด้วย
“ห้าสิบกระบวนท่า?”
มุมปากของเซียวหลินเทียนโค้งขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความลังเล
มิพบสามวันกลายเป็นอื่นไปแล้ว
องค์ชายอิงยังคิดว่าวรยุทธ์ของตนยังคงเหมือนกับตอนที่แข่งขันทางทหารสี่แคว้นอยู่หรือไร?
ห้าสิบกระบวนท่านั้นมากเกินไป ด้วยความแข็งแกร่งของเซียวหลินเทียนในตอนนี้ มากที่สุดในห้ากระบวนท่าเขาก็สามารถเอาชนะองค์ชายอิงได้แล้ว
เมื่อองค์ชายอิงเห็นท่าทางลังเลของเซียวหลินเทียน เขาก็หัวเราะเยาะออกมา “อ๋องอี้คิดว่าห้าสิบกระบวนท่าน้อยเกินไปที่จะชนะหรือ?”
“แต่ข้าคิดว่าห้าสิบกระบวนท่าก็มากแล้ว… อยู่ในสนามรบ ศัตรูของเจ้าจะมิให้เวลาเจ้ามากนักหรอก!”
น้ำเสียงสั่งสอนนี้ทำให้เซียวหลินเทียนอยากหัวเราะ แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นลำบากใจพลางเอ่ย “ได้ ห้าสิบกระบวนท่าก็ห้าสิบกระบวนท่า!”
“องค์ชายอิง คำพูดของสุภาพบุรุษเป็นมั่นเหมาะ มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ หวังว่าองค์ชายอิงแพ้แล้วจะรักษาคำพูด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...