หวงฝู่หลินถามเองตอบเอง “พลังในตัวของนางน่าจะอยู่เหนือกว่าดินแดนที่ห้า แต่ว่าจุดตันเถียนของนางถูกคนผนึกพลังเอาไว้!”
“นอกจากนี้ การรับรู้ทางจิตของนางก็ถูกผนึกไว้ด้วย นางมิรู้แม้แต่ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง!”
ปี้ซงงุนงง “ท่านเจ้าวัง ผู้ใดกันที่ทำเรื่องเช่นนี้กับนาง?”
หวงฝู่หลินยิ้มเยาะ “เพื่อมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏขึ้นมาอย่างเช่น กระบี่เซวียนหยวนและหินฝูซี ทางด้านแดนเทพนั้นจึงมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรง พวกนั้นคิดเอาเองว่าตระกูลใหญ่มีความชอบธรรมจะทำอะไรก็ได้เพื่อมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์สองชิ้นนี้!”
“อาอวี๋ผู้นี้ บางทีอาจจะเกี่ยวข้องอยู่ในการต่อสู้เหล่านี้ด้วย!”
นี่ก็แสดงว่าหวงฝู่หลินรู้อยู่แล้วว่าการรับรู้ทางจิตของหลิงอวี๋ถูกผนึกไว้ แต่กลับมิได้เอ่ยถึงเหตุผลหลักนี้กับหลิงอวี๋
เขาจะต้องรู้ตัวตนของหลิงอวี๋ให้แน่ชัด ดูว่านางเป็นมิตรหรือศัตรูแล้วจึงจะตัดสินใจว่าจะบอกนางหรือไม่
“ท่านเจ้าวัง เช่นนั้นบ่าวจะให้คนไปตรวจสอบพ่ะย่ะค่ะ!”
ปี้ซงบอก
“อืม”
แม้ว่าตระกูลหวงฝู่จะถอนตัวออกมาแล้วมิสนใจเรื่องของแดนเทพ แต่ก็มิได้หมายความว่าหวงฝู่หลินจะเป็นคนที่ยอมให้ใครมาทำอะไรก็ได้
หากใครกล้าคุกคามมาถึงอาณาเขตของตน หวงฝู่หลินไม่มีทางยอมแน่
หลิงอวี๋กังวลเพราะเรื่องเด็กในท้องอยู่ทั้งคืน นางนึกเรื่องก่อนหน้านี้มิออก มิรู้ว่าเด็กผู้นี้มาได้อย่างไร!
นางยินยอมที่จะตั้งครรภ์เด็กผู้นี้?
หรือว่าถูกคนอื่นบีบบังคับจึงได้มีเด็กผู้นี้?
และเด็กที่น่าสงสารผู้นี้ ทั้งยังถูกศัตรูของตนทำร้ายจนมีความเป็นไปได้ที่จะพิการ ทำให้หลิงอวี๋มิอาจรับได้
ชีวิตน้อย ๆ นี้มิว่าจะมาได้อย่างไรก็ล้วนเป็นลูกของนาง นางปวดใจที่เขายังมิทันได้เกิดก็ถูกประกาศให้พบกับโชคร้ายแล้ว
นางเกลียดคนที่ปิดผนึกนางเนื่องจากเรื่องนี้ หากนางสามารถนึกออกได้ว่าใครที่ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้กับตน นางจะไม่มีทางปล่อยไปเด็ดขาด!
หลิงอวี๋กึ่งหลับกึ่งตื่นไปจนฟ้าสว่างแล้วจึงลุกไปทำอาหารเช้าให้เจ้าวังน้อย
มิน่า แม้ว่าเจ้าวังน้อยกับหวงฝู่หลินจะใช้ชีวิตอยู่ในส่วนลึกของภูเขาหิมะในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ก็มิกังวลเรื่องอาหารและอาภรณ์
“นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ของล้ำค่าจริง ๆ ของเจ้าวังจะอยู่ในตำหนักของเขา!”
อี้เหวินเอ่ยอย่างมิสนใจ “พวกของตกแต่งที่อยู่ในตำหนักของเจ้าวังน้อยเหล่านั้นท่านก็อย่าได้มองว่ามันดูธรรมดา มีหลายสิ่งที่เป็นของหายาก หากหยิบสักชิ้นออกไปขายก็มากพอแล้วที่ท่านจะใช้ชีวิตได้หลายชั่วชีวิต!”
“จริงสิ ท่านเคยเห็นจี้หยกสีน้ำเงินชิ้นที่วางอยู่บนหัวเตียงของเจ้าวังน้อยใช่หรือไม่?”
“นั่นคือจี้หยกราตรีน้ำเงินของมารดาเจ้าวังน้อย มูลค่ามหาศาล ว่ากันว่ามีเพียงฮองเฮามหาเทพเท่านั้นจึงจะสามารถใส่ได้ เป็นของกำนัลที่ตระกูลหลงมอบให้เจ้าวังในงานแต่งงานตอนนั้น!”
หลิงอวี๋มีความประทับใจกับจี้หยกนี้ ตอนที่นางเล่านิทานอยู่กับเจ้าวังน้อย จี้หยกราตรีน้ำเงินนี้เปล่งแสงสีน้ำเงินออกมาในความมืด งดงามจนอธิบายมิถูก
ตอนนั้นหลิงอวี๋มิได้สนใจ เมื่ออี้เหวินเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้จึงได้รู้ชื่อเสียงและมูลค่าของจี้หยกนี้
กระทั่งดูไปได้ครึ่งหนึ่ง อี้เหวินก็บอกว่าเหนื่อยแล้ว วันพรุ่งค่อยมาเดินดูใหม่ หลิงอวี๋ก็เห็นด้วยเช่นกัน จึงกลับไปเตรียมอาหารเย็นให้เจ้าวังน้อย
หลิงอวี๋มิรู้เลยว่าทุกสิ่งที่อี้เหวินได้ทำในวันนี้ล้วนเป็นการปูทาง เรื่องใหญ่ที่แท้จริงจะอยู่ในตอนกลางคืน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...