เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา นิยาย บท 1822

เนื่องจากความรู้สึกขอบคุณนี้ เซียวหลินเทียนจึงตัดสินใจที่จะละทิ้งอคติที่มีต่อเก๋อเฟิ่งฉิงไป และอยู่ร่วมกับเก๋อเฟิ่งฉิงอย่างเป็นมิตร

ในที่สุดวันนี้พวกเขาทั้งสามก็ออกมาได้แล้ว มองเห็นดวงอาทิตย์แล้ว ซึ่งนี่ก็หมายความว่า อีกมินานพวกเขาก็จะสามารถออกไปจากหุบเขานี้ได้

เซียวหลินเทียนตื่นเต้นขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็ผิวปาก หากว่าเหยี่ยวดำจิ่วเทียนอยู่แถวนี้ มันจะต้องรีบมาหาตนอย่างแน่นอน

แต่หลังจากที่ผิวปากอยู่นาน ก็ยังมิเห็นจิ่วเทียนบินมาเสียที

“บางทีจิ่วเทียนอาจจะมิได้อยู่แถวนี้ก็ได้!”

ขันทีโม่เอ่ยปลอบใจเขา “เราสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ เราก็สามารถหาทางออกไปได้ มิต้องร้อนใจไปหรอก!”

ครั้งนี้เซียวหลินเทียนได้รับกระบี่คุนอู๋มาอย่างมิคาดฝัน เขาจึงรู้สึกพอใจมากและมิได้รู้สึกท้อแท้อะไร

เขากับขันทีโม่ผลัดกันประคองเก๋อเฟิ่งฉิงเดินหน้าต่อไป

หลังจากเดินไปได้สักพัก จู่ ๆ เซียวหลินเทียนก็ได้ยินเสียงร้องของนกเหยี่ยว เขาดีใจขึ้นมาทันที หรือว่าจิ่วเทียนจะมาหาแล้ว

เขาจึงมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว แต่กลับมิเห็นร่างของจิ่วเทียน

“ท่านพี่สี่ เสียงนั้นดังมาจากด้านหน้านี่!”

เก๋อเฟิ่งฉิงเอ่ยเตือนเซียวหลินเทียน

เซียวหลินเทียนจึงให้ขันทีโม่ประคองเก๋อเฟิ่งฉิงเอาไว้ แล้วตนก็รีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่เขาพลิกยอดน้ำแข็งไปหลายชิ้น เขาก็เห็นจิ่วเทียนนอนอยู่บนพื้น พร้อมทั้งมีลูกธนูปักอยู่ที่ปีกของมันด้วย เลือดมันไหลซึมออกมาจนทำให้ก้อนน้ำแข็งโดยรอบกลายเป็นสีแดงไปหมด

เมื่อเซียวหลินเทียนเห็นเช่นนี้ก็โกรธมาก ๆ และคิดไปเองว่าต้องเป็นฝีมือของคนตระกูลเฉียวเป็นแน่

พวกเขาวางแผนลอบทำร้ายตน แล้วยังจะยิงจิ่วเทียนจนบาดเจ็บอีก เช่นนี้ก็คือตั้งใจว่าจะมิให้พวกเขามีหนทางในการขอความช่วยเหลือเลย!

“จิ่วเทียน!”

เซียวหลินเทียนวิ่งเข้าไปหาจิ่วเทียนอย่างรวดเร็ว เขาคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งแล้วรีบหยิบยารักษาอาการบาดเจ็บออกมา หลังจากที่ดึงลูกธนูออกให้จิ่วเทียนแล้ว เขาก็ทายารักษาอาการบาดเจ็บและพันแผลให้มัน

หยกหล้าสุขาวดีของหลิงอวี๋น่าดึงดูดถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?

ดูเหมือนว่า เก๋อเฟิ่งฉิงจะอ่านความคิดของเซียวหลินเทียนออก นางจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างใจเย็น “ตระกูลเฉียว ตระกูลจงเจิ้ง หรือแม้แต่ตระกูลเก๋อของเรา ต่างก็แยกออกเป็นสามกลุ่มเพื่อออกค้นหามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่สูญหายอยู่ภายนอกของหลงอี้!”

“ท่านพี่สี่ ข้าก็จะมิปิดบังท่านเช่นกัน ข้าได้รับคำสั่งให้มาตามหาหยกหล้าสุขาวดีของหลิงอวี๋จริง ๆ! แต่มิใช่ว่าข้าจะต้องนำหยกหล้าสุขาวดีของหลิงอวี๋มาให้จงได้หรอก ข้าเองก็มีปัญหาของข้าเช่นกัน!”

“ขันทีโม่เป็นคนที่มาจากแดนเทพ เขาน่าจะรู้ถึงความสำคัญของมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามชิ้นนี้ดี”

“เมื่อก่อนแดนเทพอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลหลงมาโดยตลอด หากมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ตกไปอยู่ในมือของตระกูลอื่น ความสมดุลของแดนเทพก็จะถูกทำลายไป และผู้ที่อ่อนแอก็จะถูกตระกูลอื่นกลืนกิน หรืออาจถึงขั้นทำลายไปเลย!”

“ที่พวกเราออกมาตามหามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้ก็เพื่อที่จะปกป้องตนเองเช่นกัน!”

แน่นอนว่าเซียวหลินเทียนย่อมมิเชื่อคำพูดของเก๋อเฟิ่งฉิงอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ว่า ผู้ที่อ่อนแอจะต้องเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่านั้นคือกฎของธรรมชาติแต่เดิมอยู่แล้ว การที่เก๋อเฟิ่งฉิงมาตามหามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เพื่อตระกูลของตนก็มิอาจกล่าวโทษได้เช่นกัน

ตราบใดที่นางมิลงมือกับหลิงอวี๋ด้วยตนเอง เซียวหลินเทียนก็สามารถอดทนต่อนางได้

ทว่าหากนางกล้าลงมือ แม้ว่าเซียวหลินเทียนจะติดหนี้บุญคุณนาง แต่เขาก็จะมิใจอ่อนกับนางเป็นอันขาด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา