เผยอวี้เห็นว่าหวงฝู่หลินหน้าซีดเซียว ดูท่าทางเหมือนจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเขาจึงมิรีรอแล้วคุกเข่าลงไป จากนั้นก็ยัดลำไส้ของเสือดาวหิมะกลับตามคำชี้แนะของหวงฝู่หลิน
แล้วหวงฝู่หลินก็นำเครื่องยาสมุนไพรและเข็มกับด้ายออกมาจากแหวนพระสุเมรุ จากนั้นเขาก็ส่งเข็มกับด้ายให้เผยอวี้ “ช่วยเย็บแผลให้มันที!”
เผยอวี้ตะลึงไปทันที เขาจับมีดจับกระบี่ได้ แต่เขาใช้เข็มกับด้ายมิเป็น!
เมื่อเซียวหลินเทียนเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนที่ตนพิชิตกระบี่คุนอู๋ ก็เคยบาดมือมาก่อน แต่เมื่อฝ่ามือของเขาจับที่กระบี่คุนอู๋ ก็รักษาตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะใช้กระบี่คุนอู๋รักษาเสือดาวหิมะหรือไม่!
เขาเข้าใจหลักการที่ว่า ทรัพย์สมบัติมิควรเปิดเผยออกมา หากว่าในวันนี้มิใช่สถานการณ์วิกฤต เขาก็ไม่มีทางนำกระบี่คุนอู๋ออกมาแน่
แต่ตอนนี้มหาปราชญ์รู้แล้วว่า กระบี่คุนอู๋อยู่ในมือของตน มันจะต้องนำความยุ่งยากมาหาตนมิจบสิ้น เช่นเดียวกับหยกหล้าสุขาวดีของหลิงอวี๋อย่างแน่นอน!
หากเปิดเผยเรื่องที่กระบี่คุนอู๋สามารถรักษาบาดแผลได้ไปอีก เช่นนั้นจะมิยิ่งทำให้คนสนใจมากขึ้นหรือ?
แต่เมื่อเซียวหลินเทียนก้มมองไป เขาก็เห็นว่าดวงตาโต ๆ ของเสือดาวหิมะกำลังมองหวงฝู่หลินพร้อมน้ำตารื้นขึ้นมา ท่าทางของเสือดาวหิมะที่กำลังจะตายแต่อาลัยอาวรณ์เจ้านายนั้น ทำให้เซียวหลินเทียนเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา
เขามิคิดมากอีกต่อไป แล้วนำกระบี่คุนอู๋ออกมา “ข้าจัดการเอง!”
เซียวหลินเทียนลากเผยอวี้ออกไป แล้วคุกเข่าลงครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็นำด้ามกระบี่คุนอู๋ไปนาบไว้บนบาดแผลของเสือดาวหิมะ
หวงฝู่หลิน ปี้ซงและเผยอวี้ต่างก็มองเซียวหลินเทียนด้วยความประหลาดใจ
นี่เขากำลังทำอะไร?
เซียวหลินเทียนดึงบาดแผลทั้งสองฝั่งบนท้องเสือดาวหิมะเข้าหากัน ขณะเดียวกันก็หมุนด้ามกระบี่ไปด้วย...
หลังจากค่อย ๆ ทำไปเช่นนั้น หวงฝู่หลินและอีกสองคนก็พากันประหลาดใจ เพราะเห็นว่าบาดแผลของเสือดาวหิมะหายไปอย่างปาฏิหาริย์ และเลือดก็หยุดไหลเช่นกัน
สุดท้ายแล้วบาดแผลบริเวณหน้าท้องทั้งหมดก็หาย เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นเท่านั้น
เมื่อเซียวหลินเทียนเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งตื่นเต้น เขาจึงเลื่อนด้ามกระบี่ไปที่หลังของเสือดาวหิมะ แล้วหมุนไปหนึ่งรอบ จากนั้นเนื้อของเสือดาวหิมะที่ถูกเสือดำฉีกทึ้งนั้นก็เลือดมิไหลแล้วเช่นกัน
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์โบราณชิ้นนี้ช่างสมคำร่ำลือจริง ๆ!”
หวงฝู่หลินอดมิได้ที่จะชื่นชม จากนั้นก็เอ่ยออกมา “เซียวหลินเทียน ดูจากพลังของเจ้าในตอนนี้คงมิสามารถควบคุมมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ ทางที่ดีเจ้าซ่อนมันไว้ดีกว่า อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้ามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ มิฉะนั้นเจ้าไม่มีทางเก็บรักษามันไว้ได้แน่!”
หวงฝู่หลินจึงนึกขึ้นได้ว่า เหวินเหรินจิ้นนั้นยังมิรู้ว่าเป็นหรือตาย ดังนั้นเขาจึงรีบเรียกเผยอวี้ “ไปดูเจ้าตำหนักทีว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”
เผยอวี้จึงเดินเข้าไป แล้วจับชีพจรของเหวินเหรินจิ้นดู ชีพจรอ่อนมาก แต่อย่างน้อยก็ยังแสดงให้เห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่
“เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ข้ารู้สึกว่าเขาจะมิไหวแล้ว!”
เผยอวี้เอ่ยไปตามความจริง
“อุ้มเขามาให้ข้าดู บางทีอาจจะยังช่วยได้!”
หวงฝู่หลินมิสามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว เขาจึงทำได้เพียงขอความช่วยเหลือจากเผยอวี้เท่านั้น
เผยอวี้จึงมิรีรอรีบอุ้มเหวินเหรินจิ้นเดินเข้ามา
หวงฝู่หลินจับชีพจรของเหวินเหรินจิ้นแล้วพบว่าชีพจรอ่อนมาก หวงฝู่หลินจึงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นหยิบยาออกมาแล้วยัดเข้าไปในปากของเหวินเหรินจิ้น
หลังจากนั้นมินานเหวินเหรินจิ้นก็ฟื้นขึ้นมา ในปากของเขายังคงมีกลิ่นยาของหวงฝู่หลินอยู่ เขาจึงมองหวงฝู่หลินแล้วเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก “เจ้ารู้ว่าข้ามิไหวแล้ว ไยจึงต้องเสียยาที่ล้ำค่าหนึ่งเม็ดไปเช่นนี้ด้วยเล่า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...