กระทั่งลงมาจากภูเขาแล้ว เซียวหลินเทียนก็ให้เหยี่ยวดำจิ่วเทียนไปส่งจดหมายให้กับฉินซาน แล้วตนกับเผยอวี้ก็มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านตงหยวน ซึ่งอยู่ห่างจากตำหนักปีกเงินหลายสิบลี้ เพื่อตามหาสือหรงลูกศิษย์คนสำคัญของเหวินเหรินจิ้น อีกทั้งยังเป็นผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายของตำหนักปีกเงินด้วย
เซียวหลินเทียนไม่มีทางจะไปตามหาคนในรายชื่อของเหวินเหรินจิ้นทีละคนได้ หากเขาคิดที่จะรวบรวมลูกศิษย์ทั้งหมดของตำหนักปีกเงินที่เหวินเหรินจิ้นสั่งให้ออกจากตำหนักโดยเร็ว สือหรงผู้นี้ก็คือบุคคลที่เป็นกุญแจสำคัญ
เหวินเหรินจิ้นเคยบอกไว้ว่า หากตามหาสือหรงพบ พวกเขาก็จะสามารถตามลูกศิษย์ทั้งหมดกลับมาได้ เพราะว่าสือหรงมีช่องทางติดต่อของพวกเขาทุกคน
แต่กระทั่งเซียวหลินเทียนกับเผยอวี้มาถึงหมู่บ้านตงหยวน ก็สายเกินไปเสียแล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านตงหยวนถูกสังหารหมู่ และทางการก็กำลังนำคนมาเคลื่อนย้ายศพแต่ละศพออกไป
เซียวหลินเทียนและเผยอวี้สวมหน้ากากผิวหนังมนุษย์แล้ว เผยอวี้จึงแสร้งทำเป็นเข้าไปตามหาญาติเพื่อสอบถามข้อมูล
เมื่อถามไปจึงได้รู้ว่าเมื่อคืนหมู่บ้านตงหยวนถูกโจรกลุ่มหนึ่งมาปล้นทรัพย์ ตระกูลที่มีฐานะดีในหมู่บ้านส่วนใหญ่จึงถูกปล้นทรัพย์ไปจนหมด และตระกูลที่น่าสงสารที่สุดก็คือตระกูลสือที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน คนในตระกูลยี่สิบกว่าคนถูกสังหารตายไปจนหมด
เซียวหลินเทียนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น
จะบังเอิญได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ที่ตระกูลสือจะถูกปล้นเมื่อคืนนี้ แล้ววันนี้ตำหนักปีกเงินก็ถูกสังหารหมู่เช่นกัน
เขานึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เหวินเหรินจิ้นเคยบอกกับตนว่า ในตำหนักปีกเงินมีสายลับ เรื่องค่ายกลเหล่านั้นก็เป็นสายลับที่เป็นคนเปิดเผยให้มหาปราชญ์รู้ ดังนั้นจึงทำให้พวกมหาปราชญ์สามารถเข้าไปในตำหนักปีกเงินได้อย่างง่ายดาย
หรือว่าสือหรงจะเป็นสายลับ?
แต่หลังจากที่เซียวหลินเทียนเห็นว่าคนตระกูลสือถูกแบกออกมา เขาก็ทิ้งความคิดเช่นนั้นไป
เขาเห็นว่าหลายคนจากตระกูลสือมีร่องรอยการทรมานอยู่บนร่างกาย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุห้าหรือหกขวบ ซึ่งถูกตัดหัวออกไปครึ่งหนึ่ง
หากสือหรงเป็นสายลับ ก็คงไม่มีทางลงมือกับครอบครัวและเด็ก ๆ ในตระกูลของตน
เซียวหลินเทียนจึงนึกถึงเจี่ยงหัว ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ฝ่ายขวาของตำหนักปีกเงินขึ้นมาในทันที
ผู้พิทักษ์ใหญ่ทั้งสองของตำหนักปีกเงินนั้นต่างก็มีตำแหน่งสูงและอิทธิพลมาก และสือหรงก็เป็นหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นคนที่เหวินเหรินจิ้นใช้งานบ่อยกว่าใคร หรือว่าเจี่ยงหัวจะอิจฉาสือหรง ดังนั้นครั้งนี้เขาจึงถูกมหาปราชญ์ซื้อตัวให้เป็นสายลับให้?
กระทั่งเซียวหลินเทียนตามเข้าไปในป่า สือหรงก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ แล้วเหวี่ยงมีดไปทางเซียวหลินเทียน พลางตะคอกออกมาด้วยความโกรธ
“สังหารครอบครัวของข้าไปแล้ว พวกเจ้ายังมิยอมแพ้อีกรึ? วันนี้ข้าจะเปิดฉากสังหารเอง จะสังหารพวกเจ้าก่อน แล้วค่อยไปสังหารเจ้าสารเลวเจี่ยงหัว!”
แต่เซียวหลินเทียนหรือจะยอมให้เขาเหวี่ยงมีดมาถึงตัว เขาจึงเบี่ยงตัวหลบ แล้วกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนต้นไม้ จากนั้นก็ตะโกนออกมาเสียงแข็ง “สือหรง เจ้าดูสิว่านี่คืออะไร?”
เซียวหลินเทียนแสดงสัญลักษณ์เจ้าตำหนักปีกเงินที่เหวินเหรินจิ้นมอบให้ตนมา… มันคือเหรียญตราสีเงินที่มีรูปร่างเหมือนปีก
“ข้าคือเซียวหลินเทียนเจ้าตำหนักคนใหม่ของตำหนักปีกเงิน สือหรง เจ้ายังมิคารวะข้าอีกหรือ?”
สือหรงเงยหน้าขึ้นมองเหรียญตรานั้น แล้วใบหน้าของเขาก็เกิดความประหลาดใจขึ้นมา จากนั้นเขาก็ตะโกนออกไปด้วยความโกรธ “อาศัยเพียงเหรียญตรานี้ก็คิดว่าจะแอบอ้างเป็นเจ้าตำหนักได้หรือ? เจ้าคิดว่าข้าถูกหลอกได้ง่าย ๆ หรือ?”
“หากอยากจะให้ข้าเชื่อเจ้า เจ้าก็บอกมาว่าคำพูดสุดท้ายที่เจ้าตำหนักบอกกับข้าคืออะไร แล้วข้าจะเชื่อเจ้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...