หลิงอวี๋เห็นเช่นนั้นก็ใจเต้นขึ้นมา ผู้รอบรู้ผู้นี้เป็นคนมีความสามารถในการสืบข่าว บางทีตลอดการเดินทางร่วมกันนี้อาจจะช่วยดูแลกันและกันได้
“พี่ชาย ท่านก็จะไปเมืองหลวงแดนเทพเช่นกันหรือ!”
หลิงอวี๋เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปทักทายเขาก่อน “เมื่อคืนข้าได้ยินท่านเล่าเรื่องที่โรงเตี๊ยม ข้าชื่นชมในการเรียนรู้ของพี่ชายยิ่งนัก!”
หลิงอวี๋มิกล้าใช้ชื่อเจียงอวี๋อีกต่อไปแล้ว เฉียวไป๋รู้จักชื่อนี้ และนางต้องป้องกันเบาะแสต่าง ๆ ที่จะเปิดเผยตัวตนเอาไว้ก่อน
เมื่อคืนผู้รอบรู้ดื่มหนักมาก จนมิรู้ว่ามีใครบ้างที่อยู่ในโรงเตี๊ยม เมื่อเห็นว่าคุณชายผู้นี้รู้จักตน ก็คิดว่าเขารู้จักตนที่โรงเตี๊ยมจริง ๆ จึงยิ้มและพยักหน้าให้
ผู้รอบรู้อายุราว ๆ ยี่สิบปี หน้าตาหล่อเหลา แต่สวมอาภรณ์ค่อนข้างเรียบง่าย เห็นได้ว่าเขาขัดสนเงิน
“เรือใหญ่ที่จะไปเมืองหลวงแดนเทพเหล่านั้น โดยปกติแล้วล้วนเป็นเรือที่ตระกูลร่ำรวยเช่าเอาไว้ มิอนุญาตให้พวกเราโดยสารไปด้วย!”
ผู้รอบรู้เอ่ยออกมาอย่างท้อแท้ “เรือขนส่งสินค้าก็มีการป้องกันเข้มงวดมาก หากไม่มีคนคุ้นเคยที่แนะนำให้ก็มิอนุญาตให้พวกเราโดยสารเช่นกัน!”
หลิงอวี๋หามานานแล้วก็เป็นอย่างที่ผู้รอบรู้พูดจริง ๆ
ทว่าหากจะเช่าเรือลำหนึ่งไปเมืองหลวงแดนเทพนั้น จะต้องจ่ายเงินหลายหมื่นตำลึง ในมือนางมีเงินอยู่มิถึงสามพันตำลึง
เงินรางวัลห้าพันตำลึงที่ได้รับมาจากข้าหลวงเก๋อก่อนหน้านี้ หลิงอวี๋แบ่งให้กับป้าวซวนพกติดตัวไว้สองพันตำลึง เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
“เราลองหาดูอีกสักหน่อยเถิด น่าจะมีคนให้เราโดยสารไปได้!”
หลิงอวี๋เอ่ยอย่างมิย่อท้อ
ผู้รอบรู้เห็นหลิงอวี๋อยู่คนเดียวไม่มีคนรอบข้างก็เริ่มซุบซิบขึ้นมา “น้องชาย เจ้าจะไปเมืองหลวงแดนเทพเพื่อจะไปอาศัยอยู่กับญาติ หรือว่าจะไปหาโอกาสในการทำการค้าหรืออย่างไร?”
หลิงอวี๋จึงยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยออกไป “ไปดูว่าจะมีโอกาสหาเงินบ้างหรือไม่! ครอบครัวของข้ายากจนเกินไป ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองหลวงแดนเทพนั้นมีโอกาสมาก ดังนั้นข้าจึงอยากจะไปดู!”
“ข้าก็เช่นกัน…”
ผู้รอบรู้ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “จริงสิ ข้ายังมิได้แนะนำตัวเลยข้าชื่อสิงจั๋ว!”
คนที่พูดก่อนหน้านี้จึงเอ่ยออกมาด้วยเสียงเบา “ข้ามิได้พูดเรื่อยเปื่อย แต่คนรับใช้ของนางพูดเช่นนั้นตอนที่ออกมาส่งข้า!”
“นางยังขอร้องให้ข้ามาถามด้วยว่า ที่ท่าเรือมีหมอที่มีชื่อเสียงที่สามารถรักษาโรคตาของฮูหยินน้อยของพวกนางหรือไม่ นางบอกว่าหากตามหาหมอที่มีชื่อเสียงได้ ฮูหยินน้อยของพวกนางจะตอบแทนเราอย่างงามแน่นอน!”
“ข้าจะบอกพวกเจ้านะ ตอนแรกที่ฮูหยินเว่ยผู้นี้แต่งงานกับแม่ทัพเว่ย ว่ากันว่านางมิเคยได้รับความโปรดปรานเลย ที่แม่ทัพเว่ยเลื่อนตำแหน่งไปอยู่ที่เมืองหลวงแดนเทพก็เพราะเขาเบื่อหน่ายนาง จึงได้ทิ้งนางไว้ที่บ้านเกิดมิได้พานางไปด้วย”
“คราวนี้ฮูหยินเว่ยป่วยเป็นโรคตา นางกังวลว่าตนจะมิสามารถดูแลบุตรได้ จึงจะขึ้นไปที่เมืองหลวงแดนเทพเพื่อฝากดูแลบุตร!”
“พวกเจ้าลองคิดดู ตอนที่นางมิได้เป็นโรคตาแม่ทัพเว่ยก็มิอยากพบนางอยู่แล้ว หากนางตาบอดแล้วแม่ทัพเว่ยจะชอบนางหรือ?”
“นายหญิงของตระกูลใหญ่มีภาระหน้าที่ตั้งมาก คนตาบอดจะทำได้ดีหรือ? เมื่อเทียบกับถูกให้หย่าร้างแล้ว การตายก็ยังนับว่าให้แม่ทัพเว่ยแต่งงานกับคนอื่นได้!”
หลิงอวี๋ได้ยินดังนั้นก็สนใจขึ้นมา โรคตาหรือ?
โรคนี้ตนรักษาได้หรือไม่?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...