หลิงอวี๋เห็นด้วยกับผู้รอบรู้ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นสงสัยว่านางกับผู้รอบรู้มิใช่พี่น้องกันแท้ ๆ นางจึงเปลี่ยนแซ่ของตนเป็นแซ่เดียวผู้รอบรู้และใช้นามว่า สิงอวี๋
วันรุ่งขึ้น หลิงอวี๋ไปที่ห้องโถงหลักของหอโอสถซ่างกู่เพื่อลงทะเบียน ที่ทางเข้าหอโอสถซ่างกู่นั้นมีทั้งบุรุษและสตรีต่อแถวยาวเป็นหางว่าว
หลิงอวี๋รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเมื่อเห็นแถวยาวถึงเพียงนี้ ต้องต่อแถวไปถึงเมื่อไรกว่าตนจะได้ลงทะเบียนเล่านี่!
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่ออนาคตของตนในวันข้างหน้า นางก็ทำได้เพียงต่อแถวต่อไปอย่างว่าง่ายเท่านั้น
คุณหนูและนายน้อยบางส่วนมิได้มาด้วยตนเอง แต่ส่งสาวใช้และคนรับใช้ไปต่อแถวให้
เด็กสาวท่าทางเหมือนคุณหนูที่อยู่ข้างหลังหลิงอวี๋เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มเยาะขึ้นมา
“แม้แต่มาต่อแถวก็ยังไม่มีความจริงใจ แต่กลับอยากเป็นศิษย์ของอาจารย์เย่น่ะหรือ คนเช่นนี้สมควรถูกปัดตกไปเสีย!”
สาวใช้ด้านหน้าหลิงอวี๋ที่มาต่อแถวแทนเจ้านายได้ยินเช่นนั้นก็พูดอย่างดูถูกว่า “ไม่มีใครตั้งกฎว่าห้ามสาวใช้มาต่อแถวให้นี่! ตระกูลเหลยของท่านขัดสนมากจนไม่มีเงินจ้างสาวใช้หรืออย่างไร?”
เหลยเหวินโกรธจัดและตะโกนใส่สาวใช้นางนั้นว่า “พูดจาอะไรไร้สาระ เป็นแค่สาวใช้มันมีอะไรให้ภูมิใจนักหนา ที่เจ้าได้มายืนอยู่ตรงนี้ก็เพราะอำนาจของตระกูลเจ้านายเจ้ามิใช่หรือไร?”
“แม้จะขัดสนเพียงใดข้าก็มีฐานะเป็นคุณหนูของตระกูล มิต่ำต้อยเหมือนเจ้าหรอก!”
หลิงอวี๋เหลือบมองเหลยเหวิน สตรีผู้นี้ค่อนข้างสะสวย ดวงตาใสแจ๋วราวกับคลื่นน้ำในสารทฤดู อาภรณ์ของนางมิได้หรูหราแต่ก็มิได้ซอมซ่อ
นางมาด้วยกันกับเด็กสาวที่อยู่ด้านหลัง ดูเหมือนพวกนางจะเป็นสหายสนิทกัน แต่เด็กสาวนางนี้จะค่อนข้างสุขุมกว่า
เมื่อเห็นว่าเหลยเหวินกำลังจะทะเลาะกับสาวใช้ เด็กสาวก็รีบคว้าเหลยเหวินและพยายามโน้มน้าวนาง
“เหวินเหวิน ช่างเถิด อย่าทะเลาะกันหน้าประตูหอโอสถซ่างกู่เลย หากผู้ที่จะเป็นครูในภายหน้ารู้เรื่องนี้เข้า พวกเราอาจจะถูกคัดออกได้!”
เด็กสาวเตือนเหลยเหวินให้หยุด และพูดเสียงเย็นกับสาวใช้ที่ยังมิยอมแพ้ “พวกข้าหาได้กลัวตระกูลเฉียวของเจ้าไม่ เพียงแต่พวกข้ามิอยากส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นก็เท่านั้น และมิอยากทำให้ครูมีความประทับใจที่มิดีต่อพวกข้า!”
บางทีอาจเป็นเพราะใบหน้าที่หลิงอวี๋ปลอมตัวมามิได้พิเศษอะไรและดูธรรมดาดาษดื่น เมื่อรวมเข้ากับนิสัยอ่อนโยนของหลิงอวี๋แล้ว เหลยเหวินจึงคิดว่านางสามารถเป็นสหายกับตนได้และเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น
ทั้งสามพูดคุยกันจนมิรู้สึกว่าการต่อแถวเป็นเรื่องที่เหนื่อยหน่ายอีกต่อไป เมื่อถึงลำดับของตน พวกนางก็ทำการลงทะเบียนเรียบร้อย และเหลยเหวินก็ยังเชิญหลิงอวี๋ไปกินอาหารเย็นด้วยกัน
หลิงอวี๋มิเคยผูกมิตรกับคนอื่นได้ง่ายดายถึงเพียงนี้มาก่อน แม้จะพอคุยกันได้ แต่การแข่งขันรอบแรกจะจัดขึ้นในอีกห้าวัน และพวกนางจะต้องแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงที่นั่งที่มีจำนวนยี่สิบที่
หลิงอวี๋กังวลว่าหากพวกนางสนิทสนมกันเกินไป เมื่อถึงคราวสอบแข่งขันจะทำให้รู้สึกแย่ ดังนั้นนางจึงปฏิเสธไป
นางกล่าวลาทั้งสองคนและรีบไปที่ร้านตำราเพื่อซื้อตำรา นางมีเวลาเพียงสี่วันในการทำความคุ้นเคยกับเครื่องยาสมุนไพรและวิธีกลั่นโอสถพื้นฐานของแดนเทพแห่งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคัดออก
หลิงอวี๋ซื้อตำราหลายเล่มแล้วรีบแบกกลับบ้าน
แต่สิ่งที่หลิงอวี๋มิรู้ก็คือ ณ เวลานี้ “คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง” ของนางอย่างเซียวหลินเทียนกับเผยอวี้และคณะกำลังเดินทางผ่านประตูเข้าสู่เมืองหลวงแดนเทพ...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...