เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา นิยาย บท 1896

หลิงอวี๋มิได้ถือโทษผู้รอบรู้และกล่าวว่า “พี่ใหญ่มิต้องกังวลไป กินข้าวกันก่อนเถิด ท่านซื้อตำรับกลั่นโอสถมิได้ก็ช่างมัน ข้ามีที่เรียนแล้ว!”

ในขณะที่กำลังกินข้าวหลิงอวี๋ก็เล่าให้ผู้รอบรู้ฟังว่าสำนักศึกษาชิงหลงกำลังรับสมัครบัณฑิตวิชาปรุงโอสถ

“วันพรุ่งข้าจะไปลงทะเบียน หากข้าได้ที่หนึ่ง ข้าก็จะได้เรียนวิชาปรุงโอสถโดยมิต้องเสียเงินแม้แต่แดงเดียว!”

แต่แม้จะมิได้ที่หนึ่งหลิงอวี๋ก็คิดว่าตนสามารถหาเงินห้าหมื่นอีแปะจากการขายตำรับยาเพียงมิกี่เล่ม นางจึงมิได้เก็บมาใส่ใจ

“พี่ใหญ่ ตอนที่ลงทะเบียนมีปรมาจารย์ให้เลือกเรียนด้วยสองคน ข้ามิรู้ว่าควรจะเลือกปรมาจารย์คนไหน วันพรุ่งท่านช่วยไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนิสัยของแต่ละคนให้ข้าหน่อยนะ!”

เมื่อผู้รอบรู้ได้ยินว่า นักปรุงโอสถแห่งหอโอสถไป๋เป่าและซ่างกู่จะรับหน้าที่เป็นครู เขาก็พูดโดยมิลังเลว่า “มิจำเป็นต้องไปสอบถามหรอก เลือกครูของหอโอสถซ่างกู่สิ!”

“เพราะเหตุใดหรือ?” หลิงอวี๋ถามด้วยความอยากรู้

ผู้รอบรู้ยิ้มหยัน “คนของหอโอสถไป๋เป่าเหล่านั้นเป็นพวกยโสชอบดูถูกคนอื่น! เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังหอโอสถของพวกเขาคือฮูหยินของเจ้าแห่งทะเลของตระกูลหลงอย่างไรเล่า!”

“ด้วยความสัมพันธ์นี้ หอโอสถไป๋เป่าถึงได้กดราคารับซื้อเครื่องยาสมุนไพรอย่างสุดชีวิต อีกทั้งหากได้พบเครื่องยาสมุนไพรหายากพวกเขาก็จะกระทำเรื่องชั่วช้าอย่างการสังหารคนเพื่อแย่งชิงสมุนไพรเหล่านั้นมา!”

“เจ้าคิดดูสิ ผู้คนต้องเสี่ยงชีวิตเก็บเครื่องยาสมุนไพรหายากเหล่านั้นมา แล้วพวกเขาจะต่างอะไรกับโจรเล่า!”

หลิงอวี๋เองก็เป็นหมอ ย่อมรู้ดีว่าการเก็บเครื่องยาสมุนไพรนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากเพียงใด เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็เลิกสนใจหอโอสถไป๋เป่าทันที

“แล้วหอโอสถซ่างกู่เล่า?”

ผู้รอบรู้ยิ้มพลางกล่าวว่า “หอโอสถซ่างกู่ยุติธรรมมาก มิว่าใครจะนำเครื่องยาสมุนไพรมาขาย พวกเขาก็ยุติธรรมกับทุกคน มิหลอกลวงใคร ผู้เป็นนายของพวกเขาคือตระกูลเย่”

“ตระกูลเย่เป็นตระกูลใหญ่ที่สุดในบรรดาตระกูลใหญ่หลายตระกูลรองจากตระกูลหลง บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นผู้ก่อตั้งหอโอสถซ่างกู่ และกฎของตระกูลก็คือกฎของหอโอสถซ่างกู่”

“หากจะพูดถึงความยุติธรรมในบรรดาตระกูลใหญ่ ตระกูลเย่ย่อมคู่ควรโดยไร้ข้อกังขา!”

ขณะที่ผู้รอบรู้กำลังพูดอยู่เขาก็นึกอะไรออกและเอ่ยออกมาอย่างมีความสุข “น้องชาย หากเย่ซงเฉิงปรมาจารย์ปรุงโอสถของตระกูลเย่มาชี้แนะด้วยตัวเองเจ้าก็จะได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ!”

ต่อมาเขาก็เริ่มใส่ใจและสังเกตมากขึ้น ผลลัพธ์ก็คือยิ่งเขามองหลิงอวี๋มากเท่าไรก็ยิ่งมองออกว่านางเหมือนสตรี

ดังนั้นภายหลังหลิงอวี๋จึงมิจำเป็นต้องบอกเขาเกี่ยวกับแผนการเดินทางต่อไป เขาก็ปฏิบัติกับหลิงอวี๋เหมือนเป็นสตรีโดยมิพูดอะไร และจะมิยอมให้หลิงอวี๋ทำอะไรที่เขาทำเองได้เด็ดขาด

เมื่อเห็นหลิงอวี๋เปิดเผยความจริงด้วยตัวเอง ผู้รอบรู้ก็รีบพูดว่า “น้องหญิง สำหรับข้าแล้วมันมิสำคัญว่าเจ้าจะเป็นบุรุษหรือสตรี ถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องของข้า พี่ใหญ่มิตำหนิเจ้าหรอก! "

“พี่ใหญ่เองเดิมก็อยากโน้มน้าวให้เจ้าเข้าเรียนที่สำนักศึกษาชิงหลงในฐานะสตรี แม้บุรุษที่เรียนในสถานที่เช่นนั้นก็ล้วนมีฝีมือกันทั้งนั้น หากถูกพวกเขาจับได้ เจ้าจะต้องเดือดร้อนแน่นอน!”

“ทว่าหากเจ้าไปที่นั่นในฐานะสตรี การทำสิ่งต่าง ๆ ก็จะง่ายขึ้น เพราะที่นั่นเป็นสำนักศึกษาที่ดำเนินงานโดยราชสำนัก พวกบุรุษมิกล้าหาเรื่องเจ้าตามใจชอบหรอก”

หลิงอวี๋ก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน เพราะการเข้าห้องน้ำในสำนักศึกษาก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงมิได้

ก่อนหน้านี้นางปรากฏตัวต่อสาธารณะในฐานะบุรุษด้วยเพราะกังวลเรื่องหมายจับค่าหัว แต่เมื่อเข้าสำนักศึกษาไป ขอเพียงนางระมัดระวังและปลอมตัวให้แนบเนียนกว่านี้ ก็จะไม่มีใครสงสัยว่านางคือหลิงอวี๋

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา